วันจันทร์ ที่ 19 ตุลาคม 2569

Login
Login

แผนพีดีพี 2015 เสร็จแต่ยากสำเร็จ

แรกเริ่มเดิมทีกระทรวงพลังงานประกาศโรดแม็ป จัดทำแผนพัฒนากำลังผลิตไฟฟ้าฉบับใหม่

            หรือพีดีพี 2015 (2558-2579) ให้เสร็จตั้งแต่เดือนธ.ค.ปีก่อน  แต่เอาเข้าจริงดูเหมือนว่าใส่รายละเอียดต่างๆไปในแผนพีดีพีใหม่ ทั้งเรื่องของการพยากรณ์ความต้องการใช้ไฟฟ้า  การประหยัดพลังงาน การส่งเสริมพลังงานทดแทน นั้นยากกว่ากว่าที่คิด

            ตัวเลขหลายตัวยังไม่นิ่ง จึงทำให้แผนพีดีพีนั้นลากยาว มาจนถึงเดือนเม.ย. ที่มีการนำเอาแผน ซึ่งร่างเอาไว้เบื้องต้น ไปจัดรับฟังความคิดเห็นกลุ่มย่อยกับภาคเอกชนและผู้ผลิตไฟฟ้าเอกชนที่มีส่วนเกี่ยวข้อง เมื่อวันที่ 8เม.ย.ที่ผ่านมา และกำหนดที่จะจัดประชาพิจารณ์รับฟังความคิดเห็นต่อสาธารณะในวันที่28 เม.ย.

            กระทรวงพลังงานตั้งประเด็นการรับฟังความคิดเห็นกลุ่มย่อย เอาไว้ 3-4เรื่อง คือ 1.ความเป็นไปได้ที่จะดำเนินการให้สำเร็จตามแผนอนุรักษ์พลังงาน(EEDP) ทั้ง 100%  2.เป้าหมายการการผลิตไฟฟ้าตามแผนพัฒนาพลังงานทดแทน หรือ AEDP ในสัดส่วน 20% มีความเหมาะสมหรือไม่ 3.สัดส่วนการกระจายเชื้อเพลิงในการผลิตไฟฟ้ามีความเป็นไปได้หรือไม่ 4.การจัดทำค่าพยากรณ์ความต้องการไฟฟ้าระยะยาวและการจัดโรงไฟฟ้าที่จะเข้าระบบมีความเหมาะสมหรือไม่ และการเตรียมความพร้อมในการก่อสร้างโรงไฟฟ้าถ่านหินสะอาด และโรงไฟฟ้านิวเคลียร์มีความเป็นไปได้หรือไม่ 

            เท่าที่ฟังเสียงภาคเอกชน สนับสนุนหลักการสำคัญโดยเฉพาะในเรื่องของการส่งเสริมพลังงานทดแทน  ที่ตามพีดีพี 2015 ตั้งเป้าที่จะมีโรงไฟฟ้าใหม่จากพลังงานทดแทนมากถึง 12,356 เมกะวัตต์ โดยเน้นไปที่พลังงานไฟฟ้าจากขยะ ชีวมวล ชีวภาพ แสงอาทิตย์และลม แต่ยังไม่ค่อยเชื่อมั่นว่า กระทรวงพลังงานจะผลักดันแผนให้สำเร็จ เพราะยังมีปัญหาเรื่องของระบบสายส่งที่จะมารองรับ  นอกจากนี้ยังมีเรื่องของแผนอนุรักษ์พลังงานที่ตั้งเป้าว่าจะทำได้ทั้ง 100% ซึ่งเป็นเรื่องที่ยาก แถมยังต้องปวดหัวกับสำรองไฟฟ้าที่สูงกว่า 35% ตั้งแต่ปี 2559 ไปจนถึงปี 2568

            และคาดการณ์ไปได้ก่อนเลยว่า ในวันที่ 28เม.ย.ที่จะมีการเปิดรับฟังความคิดเห็นต่อสาธารณะ กลุ่มคนที่คัดค้านเรื่องโรงไฟฟ้าถ่านหิน และนิวเคลียร์ ก็จองกฐินรอไว้แล้วว่าจะต้องค้าน 

            เพราะในแผน จะมีการสร้างโรงไฟฟ้าถ่านหินจำนวน 9 โรง กำลังการผลิตรวม 7,365 เมกะวัตต์ ซึ่งจะเริ่มเข้าระบบตั้งแต่ปี 2562  ส่วนโรงไฟฟ้านิวเคลียร์จะมี 2 โรง โรงละ 1,000 เมกะวัตต์

            ร่างแผนพีดีพี 2015 เป็นแผนสำคัญที่ภาคเอกชนตั้งตารอ เพราะถือเป็นการกำหนดทิศทางการลงทุนในธุรกิจไฟฟ้าของประเทศที่สำคัญ ว่าจะเกิดอะไรขึ้นภายใน21ปีข้างหน้านี้ โดยในแผนคาดว่าจะมีกำลังผลิตไฟฟ้าสิ้นปี2579  อยู่ที่ 70,410 เมกะวัตต์ จากเมื่อสิ้นปี 2557 จากกำลังการผลิตในปี 2557 อยู่ที่ 37,612 เมกะวัตต์  ซึ่งหากหักลบกับ กำลังการผลิตไฟฟ้าที่ต้องปลดออกจากระบบ 24,669 เมกะวัตต์  ทำให้ต้องมีการสร้างโรงไฟฟ้าใหม่เข้าสู่ระบบตลอดทั้งแผนมากถึง 57,467 เมกะวัตต์ 

             จึงเป็นโอกาสสำคัญของนักลงทุน  และถ้าใครได้ทำสัญญาผูกพันเอาไว้กับรัฐแล้วก็ยิ่งได้เปรียบ

            ในแผนพีดีพี 2010 ฉบับปรับปรุงครั้งที่ 3  ที่ยังใช้อยู่ในปัจจุบันนั้นชี้ให้เห็นแล้วว่า  พีดีพีนั้นเป็นแผนที่มีการแก้ไขได้ และมีการปรับกันมาแล้ว 3 ครั้ง ดังนั้นแผนพีดีพี 2015 ที่จะเริ่มใช้ในปี 2558 ซึ่งเปลี่ยนแปลงในสาระสำคัญในหลายเรื่อง จึงน่าจะเข้าทำนองเดียวกัน

              การเร่งแผนให้เข้าสู่กพช.ในเดือนพ.ค. จึงเป็นการทำพอให้เสร็จ  แต่ไม่ได้ตั้งเป้าว่าจะต้องทำให้สำเร็จตามแผน  เพราะยังมีอีกหลายปัจจัยที่เป็นอุปสรรคตั้งป้อมรออยู่เบื้องหน้า