วันจันทร์ ที่ 19 ตุลาคม 2569

Login
Login

ควรใช้อำนาจอย่างระมัดระวัง

กรณีพล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ

 หรือคสช. ประกาศใช้มาตรา 44 ตามรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย (ฉบับชั่วคราว) แทนกฎอัยการศึก แม้ว่านายกรัฐมนตรีจะบอกว่าอำนาจตามมาตรา 44 ไม่มีการเปลี่ยนแปลงไปจากอำนาจภายใต้กฎอัยการศึก ซึ่งก็หมายความว่าเป็นเพียงการปรับรูปแบบของกฎหมายเท่านั้น แต่การดูแลเรื่องความมั่นคงและความสงบเรียบร้อยของประเทศ ก็ยังไม่เปลี่ยนแปลงไปจากเดิม

ความเห็นต่อมาตรา 44 แบ่งเป็นสองกลุ่ม คือกลุ่มแรกเป็นฝ่ายที่เห็นด้วยกับการใช้มาตรา 44 แทนกฎอัยการศึก เนื่องจากจะส่งผลดีต่อภาพลักษณ์ของประเทศ และเป็นผลดีต่อการค้า-การลงทุน เพราะการประกาศใช้กฎอัยการศึก ทำให้ดูเหมือนว่าประเทศอยู่ภายใต้สถานการณ์ฉุกเฉินอยู่ตลอดเวลา แม้ว่าการยกเลิกกฎอัยการศึกจะไม่ได้ทำให้อำนาจของรัฐบาลและคสช. ลดน้อยลงไป แต่ภาพที่ออกไป ก็อาจทำให้คนภายนอกคลายความกังวลได้ว่าประเทศไทยกำลังก้าวเข้าสู่สถานการณ์ปกติ

สำหรับกลุ่มที่ไม่เห็นด้วยกับมาตรา 44 เพราะเกรงว่าจะเป็นกฎหมายที่เปิดทางให้หัวหน้าคสช. ใช้อำนาจโดยไม่มีขอบเขต และอาจสร้างความตึงเครียดทางการเมืองให้เกิดขึ้นในสังคม นอกจากนี้ ตัวคำสั่งที่ออกมามีการระบุในรายละเอียดค่อนข้างมาก และอาจลิดรอนสิทธิและเสรีภาพของสื่อ ทั้งที่ก่อนหน้านี้คสช.ก็เคยออกคำสั่งในลักษณะเดียวกันมาแล้ว แต่ได้ผ่อนปรนลง ซึ่งฝ่ายที่ไม่เห็นด้วยกลับมองว่ามาตรา 44 เป็นการเพิ่มอำนาจในการควบคุมความเห็นต่างมากยิ่งขึ้นไปอีก

อย่างไรก็ตาม หากติดตามการทำงานของรัฐบาล พล.อ.ประยุทธ์ตั้งแต่ต้น ที่ประกาศปฏิรูปประเทศครั้งใหญ่ในทุกด้าน และเข้ามาบริหารท่ามกลางเศรษฐกิจยังไม่ฟื้นตัว ทำให้เกิดปัญหาและอุปสรรคมากมาย อย่างกรณีการปฏิรูปก็อยู่ระหว่างการดำเนินงาน แต่ก็ยังไม่ประสบความสำเร็จ นอกจากนี้ ก็ยังมีการเคลื่อนไหวทางการเมืองและการวิพากษ์วิจารณ์การทำงานของรัฐบาลมาโดยตลอด จนพล.อ.ประยุทธ์รู้สึกว่าสถานการณ์ยังไม่นิ่งเพียงพอในการทำงาน

การปฏิรูปประเทศทั้งด้านเศรษฐกิจ การเมือง และสังคม ถือเป็นเป้าหมายใหญ่ของรัฐบาลคสช. หากไม่สามารถทำได้ ก็จะถือว่าเป็นความล้มเหลวของการยึดอำนาจในครั้งนี้ ซึ่งขณะนี้ได้ผ่านมากว่าครึ่งปี การปฏิรูปหลายด้านก็ยังเป็นไปอย่างล่าช้า ขณะที่คสช.ก็ถูกกดดันด้วยโรดแมพที่เคยประกาศไว้ว่าจะปฏิรูปให้เสร็จในด้านที่สำคัญก่อนที่จะมีการเลือกตั้งทั่วไปในต้นปีหน้า ดังนั้นผลงานของรัฐบาลพล.อ.ประยุทธ์ แม้ว่าจะแก้ปัญหาเฉพาะหน้าในหลายด้าน แต่นโยบายการปฏิรูปยังไม่สำเร็จลุล่วงเท่าที่ควร

หากฟังจากความเห็นของรัฐบาลในการยกเลิกกฎอัยการศึก เพื่อสร้างบรรยากาศการค้า-การลงทุนให้ดียิ่งขึ้น ท่ามกลางเศรษฐกิจยังไม่ฟื้นตัว แต่อีกด้านหนึ่งก็ยังจำเป็นต้องมีอำนาจเด็ดขาดในการบริหารประเทศ ดังนั้นเพื่อลดความหวาดระแวงของประชาชนภายในประเทศในเรื่องของการใช้อำนาจของรัฐบาลคสช. พล.อ.ประยุทธ์จะต้องใช้อำนาจอย่างระมัดระวัง และเป็นการใช้อำนาจตามมาตรา 44 เพื่อนำไปสู่การปฏิรูปประเทศ และเดินหน้าสู่ประชาธิปไตยตามที่ประกาศไว้