นายกฯ ประยุทธ์ จันทร์โอชา บอกระหว่างเปิดงานและมอบนโยบาย การบริหารจัดการน้ำของประเทศ
เนื่องในสัปดาห์อนุรักษ์ทรัพยากรน้ำแห่งชาติวันก่อนว่า
“...ยืนยันจะมีการเลือกตั้งปลายปีนี้ ใครดีใจบ้าง? ผมสั่งทำตามโรดแมพให้ท่านอยู่แล้ว...”
นักข่าวที่ไปฟังบอกว่า นายกฯพูดเสร็จก็หันไปถามผู้มาร่วมฟังว่า “ใครดีใจบ้าง?” ให้ยกมือ ปรากฏว่าไม่มีใครยกมือ
คงไม่ได้แปลว่าไม่มีใครอยากให้เลือกตั้ง แต่คนฟังคงจะยังงง ๆ ว่าท่านนายกฯ ต้องการจะให้แสดงความเห็นเรื่องเลือกตั้งหรืออย่างไร ในวันอนุรักษ์ทรัพยากรน้ำแห่งชาติ
หรือคนฟังส่วนใหญ่คงจะเห็นเป็นเรื่องเบา ๆ ที่ท่านนายกฯ ต้องการจะทดสอบความรู้สึกของประชาชนในช่วงนี้มากกว่า
วันเดียวกัน คุณบวรศักดิ์ อุวรรณโณ ประธานคณะกรรมาธิการยกร่างรัฐธรรมนูญบอกว่า ได้ไปบอกกับเยอรมันระหว่างไปดูงานระบบการเลือกตั้งแบบสัดส่วนผสม ว่าไทยจะมีการเลือกตั้งแน่นอน... อย่างเร็วต้นปีหน้า อย่างช้ากลางปีหน้า
ดังนั้น ใครจะมากระซิบบอกคุณว่าอาจไม่มีการเลือกตั้งตามกำหนดใน “แผนที่เดินทาง” หรือ Roadmap ที่วางเอาไว้ ก็คงเป็นคนสร้างข่าวปลอม หรือจงใจจะสร้างความสับสนให้กับคนไทยส่วนใหญ่
เพราะยังไง ๆ คนไทยก็จะต้องกลับไปสู่ระบอบประชาธิปไตยที่สิทธิเสียงของตนเป็นใหญ่ ไม่ยอมให้คนกลุ่มหนึ่งคนใดมากำหนดชะตากรรมของตนโดยไม่มีกติกาที่ถูกต้องชอบธรรม
การเลือกตั้งเป็นส่วนสำคัญต่อระบอบประชาธิปไตย แต่การเลือกตั้งไม่ใช่ทุกอย่างของระบอบประชาธิปไตย
เหมือนรัฐธรรมนูญเป็นส่วนสำคัญของระบอบประชาธิปไตย แต่ไม่ใช่ทุกอย่างของระบอบประชาธิปไตย
ประเทศที่เจริญก้าวหน้าและเรายึดถือว่าเป็นต้นแบบของประชาธิปไตย ไม่ว่าจะเป็นอังกฤษหรือสหรัฐอเมริกา หรือเยอรมนี มีรัฐธรรมนูญที่เขียนสั้น ๆ ง่าย ๆ เป็นกรอบกว้าง ๆ เพราะเขาเชื่อว่าประชาชนที่เข้าใจและปฏิบัติตนในแนวทางประชาธิปไตยจะมีหลักคิดเดียวกัน นั่นคือความถูกต้องชอบธรรมและยุติธรรม
อังกฤษไม่เน้นเอกสารกฎหมาย แต่ใช้ “จารีตประเพณี” หรือ common law เป็นหลักในการดำเนินแนวทางประชาธิปไตยด้วยซ้ำไป
ดังนั้น การที่เรายังถกแถลงถึงรายละเอียดของรัฐธรรมนูญอย่างถี่ยิบทุกวันนี้ ก็เพราะเรามีประสบการณ์ว่านักการเมืองและนักเลือกตั้งของไทยเรามีความเป็น “ศรีธนญชัย” อย่างสูง สามารถจะบิดเบือนตัวหนังสือในรัฐธรรมนูญ หรือกฎเกณฑ์กติกาให้ตนหรือพรรคพวกตนได้ประโยชน์สูงสุดจนไม่สนใจว่าประชาชนเขาคิดอย่างไร
คนเหล่านี้ที่อ้างตนเป็นนักต่อสู้เพื่อประชาธิปไตยนี่แหละ ที่เป็นผู้ทำลายประชาธิปไตย และนั่นคือที่มาของความขัดแย้งอันยืดเยื้อยาวนานจนทำให้ประเทศไทยกลายเป็น “คนป่วยแห่งเอเซีย” วันนี้
แน่นอนว่าเลือกตั้งต้องมี และรัฐธรรมนูญต้องมี แต่สองอย่างนี้ยังไม่รับรองว่าประเทศไทยจะก้าวเข้าสู่ความเป็น “ประชาธิปไตย” ที่พวกเราคนไทยเรียกร้องต้องการได้ หากสำนึกแห่งความรับผิดชอบและความเป็นน้ำหนึ่งใจเดียวที่สร้างระบบการปกครองที่คนไทยทุกคนมีส่วนร่วมอย่างแท้จริง
คนไทยบางส่วนไม่เชื่อเรื่อง “มาตรการทางสังคม” หรือ social sanctions มุ่งแต่จะเอากฎหมายเป็นที่ตั้ง แต่ขณะเดียวกันก็ยอมรับว่าไม่ว่าจะเขียนล้อมรั้วไว้อย่างไร นักการเมืองและนักเลือกตั้งก็พยายามจะตีความให้เข้าข้างตนเองและละเมิดจริยธรรมและธรรมาภิบาลจนได้
ดังนั้น การเลือกตั้งและรัฐธรรมนูญอันพึงประสงค์ จึงจะต้องนำเอาประเด็นเหล่านี้มาพิจารณา เพราะไทยไม่เหมือนใคร และตอนนี้ก็ไม่มีใครอยากเหมือนไทย
เลือกตั้งต้องมี รัฐธรรมนูญต้องเกิด ... คนไทยต้องพร้อมทุกขณะ... ที่คนร่างรัฐธรรมนูญต้องแสวงหาสูตรจากเมืองนอกเมืองนา ก็เพราะสูตรเดิม ๆ ถูกบิดเบือนโดยนักเลือกตั้งจนเรากลายเป็นตัวตลกในเวทีโลก
คำถามวันนี้จึงไม่ใช่ว่าเลือกตั้งสิ้นปีนี้คนไทย “ดีใจไหม?”
แต่ควรจะถามว่า “เลือกตั้งพรุ่งนี้ กติกาอย่างนี้เอาไหม?”
วันนี้ ตกลงกันให้ได้ก่อนว่ากติกาจะเอาอย่างไร และคนไทยส่วนใหญ่มีสิทธิมีเสียงในการกำหนดกติกาที่ว่านี้หรือไม่ อีกทั้งกติกาที่ว่านี้สอดคล้องกับความเป็นประชาธิปไตยที่แท้จริงหรือไม่?








