เฟดเลิกใช้คำว่า“ความอดทน” รอลุ้นดอกเบี้ยขยับขึ้นก.ย.-ธ.ค.

เฟดเลิกใช้คำว่า“ความอดทน” รอลุ้นดอกเบี้ยขยับขึ้นก.ย.-ธ.ค.

หลังจากถูกกดดันให้ส่งสัญญาณที่ชัดเจน เกี่ยวกับทิศทางดอกเบี้ยของสหรัฐ

 ในที่สุดธนาคารกลางสหรัฐหรือเฟดซึ่งสิ้นสุดการประชุม 2 วันเมื่อวันพุธที่ผ่านมา ยอมยกเลิกคำรับรองที่ว่าจะใช้ “ความอดทน” ในการปรับขึ้นดอกเบี้ย พร้อมกับปรับลดคาดการณ์อัตราการเติบโตทางเศรษฐกิจในช่วงปี 2015-2017 เนื่องจากเศรษฐกิจของสหรัฐได้แผ่วตัวลงในช่วงไตรมาสสุดท้ายปีที่แล้ว ทำให้เฟดส่งสัญญาณที่ชี้ว่า การจะปรับขึ้นดอกเบี้ยนโยบายที่เรียกว่า Fed Fund Rate จะยังไม่เห็นจนกว่าจะถึงเดือนมิถุนายนจึงจะนำมาพูดกัน ส่งผลให้ตลาดคาดการณ์ต่อไปว่า ดังนั้นการปรับขึ้นดอกเบี้ยน่าจะมองเห็นได้ในปลายปีนี้ โดยนักเศรษฐศาสตร์ที่เกาะติดสถานการณ์อย่างใกล้ชิด 55% เชื่อว่าเฟดอาจมีการขึ้นดอกเบี้ยในเดือนกันยายน แต่เสียง 70-80%กลับเชื่อว่าน่าจะเกิดขึ้นในเดือนสุดท้ายปีนี้มากกว่า ที่เฟดจะต้องเริ่มต้นมาตรการปรับขึ้นดอกเบี้ยที่อยู่ในระดับ 0-0,25% มาเป็นเวลากว่า 6 ปีแล้ว

ทั้งนี้การปรับขึ้นดอกเบี้ยจะทำอย่างค่อยเป็นค่อยไป ทำให้หลายคนเชื่อว่า น่าจะมีการปรับขึ้นไม่เกิน 0.5% ไปอยู่ที่ 0.75% ในปีนี้ ซึ่งสอดคล้องกับจีดีพีในปี 2015 ที่จะยืนอยู่ที่ 2.3-2.7% ชะลอตัวลงจาก 2.6-3.0% ในขณะที่เงินเฟ้อจะอยู่ที่ 0.6-0.8% ชะลอลงจาก 1-1.6% ซึ่งอัตราเงินเฟ้อยังอยู่ห่างจากเป้าหมายวางไว้ที่ 2% โดยจุดที่เฟดโฟกัสมากเป็นพิเศษคืออัตราของการว่างงานที่ยังมองว่าไม่ใช่ระยะของการจ้างงานที่เกิดขึ้นอย่างเต็มที่ ถึงแม้ว่าตัวเลขการว่างจะลดลงและลดลงอย่างต่อเนื่องเหลืออยู่ที่ 5-5.2% จากระดับ 5.2-5.3% ดังนั้นเฟดอาจจะปรับดอกเบี้ยขึ้นไปเหนือ 2% หลังจากปี 2017 และปรับขึ้นสู่ภาวะปกติที่ 3.75% นั้นยังคงต้องใช้เวลาระยะยาว โดยตลาดเชื่อว่าสิ่งที่เฟดยอมรับในขณะนี้คืออยากเห็นตลาดหุ้นอยู่ในภาวะที่ปรับตัวขึ้นมากกว่าจะเป็นการปรับตัวลดลง จึงยังคงใช้นโยบายการเงินแบบผ่อนคลายอยู่ต่อไป แทนการใช้นโยบายการเงินตึงตัว

ในสถานการณ์ล่าสุดนายอลัน กรีนสแปน อดีตประธานเฟด ได้วิจารณ์เฟดว่ามือข้างหนึ่งใช้นโยบายการเงินผ่อนคลายที่อัดฉีดตลาดหุ้นจนเกิดฟองสบู่ที่มีขนาดใหญ่ขึ้นๆ ส่วนมืออีกข้างหนึ่งกลับเปิดทางที่จะขึ้นดอกเบี้ยแต่ไม่รู้ว่าจะดำเนินการเมื่อไร การกระทำอย่างนี้ย่อมส่งผลให้ตลาดสินทรัพย์ทางการเงินของสหรัฐมีการซื้อขายที่เป็นฟองสบู่ลูกใหญ่และรอวันแตกกระจาย หากถึงเวลาที่จะมีการปรับดอกเบี้ยเพิ่มสูงขึ้น ท่ามกลางเสียงวิจารณ์และแรงกดดันจากความผันผวนในตลาด แต่เฟดยังคงเชื่อว่าภาวะต่างๆในตลาดหุ้นยังไม่เป็นปัญหา และการที่หลายคนห่วงว่าราคาหุ้นนั้นแพงเกินไปนั้น ความจริงแล้วราคาหุ้นยังคงเป็นการปรับตัวขึ้นที่ถือว่าไม่รุนแรงโดยที่เฟดพยายามจะเรียกว่าเป็น moderate price

อย่างไรก็ตาม แม้ว่าผลการประชุมของเฟดครั้งล่าสุดนี้ได้ตัดคำที่ว่า “จะใช้ความอดทน" (patient) ต่อการขึ้นดอกเบี้ยออกไป แต่คำแถลงของนางเจเน็ต เยลเลน ประธานเฟดได้ยืนยันว่าการตัดคำพูดดังกล่าวนั้นออกไป ก็ไม่ได้หมายความว่าเฟดจะรีบร้อนดำเนินการใดๆ ที่จะให้มีการตัดสินใจกำหนดตารางเวลาเพื่อที่จะปรับขึ้นดอกเบี้ย ทำให้ตลาดไม่แปลกใจกับท่าทีของเฟด แม้แต่การวิเคราะห์ของมูดี้ส์ อินเวสเตอร์ เซอร์วิส ที่ระบุใน Moody Analyticsว่า ไม่แปลกใจที่เฟดจะยังไม่ขึ้นดอกเบี้ยในปีนี้หรือปีหน้าในสภาวะที่เงินเฟ้ออยู่ในระดับต่ำ แต่ยังช่วยให้อัตราการว่างงานยังปรับลดลงได้ เท่ากับว่าเฟดยังสามารถใช้นโยบายดอกเบี้ยใกล้ 0% มาสนับสนุนเศรษฐกิจ และการปรับตัวของราคาสินทรัพย์ทางการเงินให้เพิ่มสูงขึ้นได้ ดังนั้นตลาดก็อาจจะมองไม่เห็นอัตราดอกเบี้ยของสหรัฐปรับตัวขึ้นในระยะเวลาอันใกล้นี้