คนเร่ขายฝันสีแดง

คนเร่ขายฝันสีแดง

สงครามข่าวสาร ยังดำเนินต่อไป ทั้งฟากฝ่ายผู้กุมอำนาจ และฝ่ายเรียกร้องให้ยกเลิกกฎอัยการศึก

วันก่อน ศูนย์ทนายความเพื่อสิทธิมนุษยชน ได้ออกแถลงการณ์เรียกร้องให้ทางการตรวจสอบกรณีนี้ เพราะได้รับการร้องเรียนจากกลุ่มผู้ต้องหา 4 คนคือ สรรเสริญ ศรีอุ่นเรือน ,ชาญวิทย์ จริยานุกูล ,นรพัฒน์ เหลือผล และวิชัย อยู่สุข ว่าพวกตนถูกซ้อมทรมาน

ถัดมา พ.อ.วินธัย สุวารี โฆษกคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) โต้กลับว่า การให้ข้อมูลดังกล่าวมีลักษณะบิดเบือนข้อเท็จจริง ในลักษณะใส่ร้ายทำลายความน่าเชื่อถือของเจ้าหน้าที่ ซึ่งทางฝ่ายกฎหมายอาจต้องเข้ามาดูในรายละเอียดต่อไป

ดังนั้น ฝ่าย คสช.ก็ต้องทำเรื่องนี้ให้กระจ่าง เพื่อไม่ให้เกิดความคลางแคลงใจ

จะอย่างไรก็ตาม สองผู้ต้องหาได้แก่ สรรเสริญ ศรีอุ่นเรือน กับ ชาญวิทย์ จริยานุกูล ต่างยอมรับว่าไปร่วมบรรยายเรื่องประชาธิปไตยแก่เพื่อนร่วมอุดมการณ์ที่ขอนแก่นจริง แต่ไม่เกี่ยวกับการวางแผนปาระเบิด

กล่าวสำหรับ สรรเสริญ ศรีอุ่นเรือน ไม่ใช่คนขับแท็กซี่ธรรมดา เขาเคยเรียนที่คณะศึกษาศาสตร์ มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ และได้เข้าร่วมสนับสนุนสหพันธ์ชาวนาชาวไร่ภาคเหนือ

หลัง 6 ตุลาคม 2519 สรรเสริญกับผองเพื่อนนักศึกษา เข้าร่วมการต่อสู้ด้วยอาวุธใต้ร่มธงพรรคคอมมิวนิสต์แห่งประเทศไทย (พคท.) โดยใช้ชีวิตนักรบอยู่ที่เขตงาน 7/1 เชียงใหม่-แม่ฮ่องสอน บริเวณเทือกเขาถนนธงชัย รอยต่อ อ.แม่แจ่ม จ.เชียงใหม่ กับ อ.แม่ลาน้อย จ.แม่ฮ่องสอน

เมื่อออกจากป่า สรรเสริญคืนสู่วิถีคนเมือง ขายหอมขายกระเทียมอยู่เชียงใหม่ ก่อนจะหันมายึดอาชีพขับรถแท็กซี่

ปลายปี 2549 สรรเสริญตัดสินใจนำกลุ่มแท็กซี่ต่อต้านเผด็จการทหาร และร่วมกับกลุ่มวันเสาร์ไม่เอาเผด็จการ เปิดการชุมนุมที่ท้องสนามหลวง ผ่านมาถึงต้นปี 2550 เขาได้เป็นแกนนำแนวร่วมประชาธิปไตย ขับไล่เผด็จการ (นปก.) รุ่นที่ 2

แม้ขบวนการสังคมนิยมไทยจะกาลล่มสลาย แต่สรรเสริญก็ยังยึดมั่้นในวิถี “นักสังคมนิยม” และที่เวทีต้านเผด็จการสนามหลวง ทำให้เขาได้พบกับ “สหายรุ่นน้อง” ชื่อ ไผ่ไม้หนึ่ง ก.กุนที ผู้สืบทอดอุดมการณ์สังคมนิยม

31 มกราคม 2553 สรรเสริญจับมือไม้หนึ่ง ฟื้นพรรคการเมืองแนวสังคมนิยม โดยใช้ชื่อ “พรรคแนวร่วมสังคมประชาธิปไตย” ณ โรงแรมรัตนโกสินทร์

  ไม้หนึ่ง ก.กุนที ฝันให้พรรคแนวร่วมสังคมประชาธิปไตย เป็นแนวร่วมให้กับคนเสื้อแดง และพรรคเพื่อไทย พร้อมกำหนดยุทธศาสตร์ใหม่ ของฝ่ายประชาธิปไตยประกอบด้วย 1.พรรค หรือองค์กรนำ 2.แนวร่วมในการต่อสู้เพื่อประชาธิปไตย 3.กองกำลังติดอาวุธทางความคิด

สุดท้ายปลายฝัน สรรเสริญก็ยุติการสร้างพรรคแนวสังคมนิยม เมื่อพรรคเพื่อไทยได้เป็นแกนนำจัดตั้งรัฐบาลในปลายปี 2554

ด้านสหายสายใต้ ชาญวิทย์ จริยานุกูล เป็นชาวควนขนุน จ.พัทลุง โดยกำเนิด จบมัธยมศึกษาตอนปลายที่ ร.ร.มหาวชิราวุธ จ.สงขลา สอบเข้าเรียนคณะเทคนิคการแพทย์ มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ ปี 2516 แต่เรียนไม่จบ เพราะเข้าร่วมทำงานกับสหพันธ์ชาวไร่ชาวนาฯ จนถูกจับติดคุก 7 เดือน

ชาญวิทย์ได้ร่วมต่อสู้ในชนบทกับศูนย์กลางนิสิตนักศึกษาแห่งประเทศไทย ในสถานการณ์สู้รบปฏิวัติ เช่นเดียวกับนักศึกษาฝ่ายซ้ายอีกหลายพันคน

หลังเหตุการณ์พฤษภาคม 2535 ไพศาล พืชมงคล เจ้าสำนักกฎหมายธรรมนิติ ชวนชาญวิทย์ให้ไปทำงานในทีมที่ปรึกษา พล.อ.ชวลิต ยงใจยุทธ แต่ช่วงต้นปี 2549 ชาญวิทย์แยกทางกับไพศาล เนื่องจากฝ่ายเจ้าสำนักกฎหมายเข้าร่วมขบวนการโค่นทักษิณ ซึ่งเขาเห็นว่าควรสนับสนุนทักษิณ

เมื่อเกิดรัฐประหาร 2549 ชาญวิทย์จึงเดินสู่ท้องสนามหลวง ในนามกลุ่มกรรมกรปฏิรูป ต่อต้าน “อำมาตย์เปรม” ผู้อยู่เบื้องหลังการยึดอำนาจครั้งนั้น

นับแต่การชุมนุมใหญ่ปี 2553 สิ้้นสุดลง “สรรเสริญ-ชาญวิทย์” ได้เดินสายให้การศึกษาแก่คนเสื้อแดงเรื่อง “ประชาธิปไตยประชาชน” ทั้งคู่ไม่สังกัดกลุ่มไหน ทำตัวเป็น นักฝันเสรีชน เฝ้าพร่ำสอนทฤษฎีชี้นำอย่างไม่หยุดหย่อน

พวกเขามิคาดคิดว่า การรับหน้าที่วิทยากรบรรยายวิชาการเมืองให้แก่ “แก๊งหมูปิ้งนมสด” ที่ขอนแก่น จะนำซึ่งหายนะแห่งชีวิตในวัย 60 เศษ

  เส้นทางเร่ขายฝันสีแดงของ สรรเสริญ-ชาญวิทย์คงไม่หยุดแค่นี้ ตราบใดที่การต่อสู้เพื่อสถาปนาระบอบประชาธิปไตยประชาชน ยังไม่เป็นจริง