วันศุกร์ ที่ 16 ตุลาคม 2569

Login
Login

เพิ่มประสิทธิภาพสินค้า ดันราคาดีพยุงเศรษฐกิจ

กรมส่งเสริมการค้าระหว่างประเทศ โดยนางจันทิรา ยิมเรวัต วิวัตน์รัตน์ รองอธิบดี เปิดเผยการส่งออก

เดือน ม.ค. 2558 ว่า มีมูลค่า 17,249 ล้านดอลลาร์ ลดลง 3.46% ยอดนำเข้ามูลค่า 17,705 ล้านดอลลาร์ ลดลง 13.33% ทำให้เดือน ม.ค.ขาดดุลการค้า 457 ล้านดอลลาร์ การส่งออกสินค้าเกษตร/อุตสาหกรรมการเกษตร ลดลง 13% จากการหดตัวของสินค้ายางพารา ที่ลดลง 40.6% ตามราคายางพาราที่ปรับตัวลดลง ตามความต้องการที่ลดลงโดยเฉพาะจากจีน สวนทางปริมาณสต็อกสูง ส่วนข้าวมูลค่าลดลง 13% อยู่ที่ 333 ล้านดอลลาร์ เช่นเดียวกับปริมาณลดลง 12.6% อยู่ที่ 6.08 แสนตัน ผลิตภัณฑ์มันสำปะหลัง มูลค่าลดลง 12.1% ปริมาณลดลง 19.2% แม้กลุ่มสินค้าอาหารส่งออกเพิ่มขึ้น 1.7% แต่สินค้าในกลุ่มนี้หลายรายการส่งออกลดลง ได้แก่ อาหารทะเลแช่แข็งและแปรรูป ลดลง 9.7% แต่กุ้งสดแช่แข็งและกุ้งแปรรูป ส่งออกเพิ่มขึ้น 3.7% ผัก ผลไม้สด แช่แข็งและแปรรูป เพิ่มขึ้น 3.9%


ขณะที่ นายอมรเทพ จาวะลา ผู้อำนวยการ สำนักวิจัย สายบริหารความเสี่ยง ธนาคารซีไอเอ็มบี ไทย ระบุว่า การส่งออกของไทยยังคงเผชิญปัญหาหนักจากราคาสินค้าเกษตรที่ตกต่ำทำให้ภาพรวมการส่งออกเดือนม.ค.ที่ผ่านมาหดตัวลงสะท้อนให้เห็นว่ายังไม่มีสัญญาณการฟื้นตัวของภาคการส่งออก ปัญหาหลักยังคงเป็นปัญหาในเชิงโครงสร้างของสินค้าไทยซึ่งปัญหานี้อยู่มานาน โดยแนวโน้มราคาสินค้าเกษตรก็น่าจะยังทรงตัวในระดับต่ำต่อเนื่องตลอดครึ่งแรกของปีนี้ อันเป็นผลจากราคาน้ำมันที่ปรับลง ส่งผลให้ราคาสินค้าที่เกี่ยวข้องกับน้ำมัน และสินค้าโภคภัณฑ์ ปรับลดลงตาม
ส่วนศูนย์วิจัยกสิกรไทย และศูนย์วิเคราะห์เศรษฐกิจ ธนาคารทหารไทย หรือทีเอ็มบี ต่างเห็นว่า ตัวเลขการส่งออกของไทย เดือนม.ค.2558 ยังน่าผิดหวัง ท่ามกลางแรงฉุดจากการฟื้นตัวที่ล่าช้าของคำสั่งซื้อจากตลาดจีน ยุโรป ญี่ปุ่น และกลุ่มอาเซียนเดิม 5 ประเทศ อีกทั้งแนวโน้มราคาสินค้าส่งออกสำคัญน่าจะยังทรงตัวอยู่ในระดับต่ำตลอดช่วงไตรมาสแรก จึงมีความเสี่ยงมากขึ้นที่มูลค่าการส่งออกไทยในช่วงไตรมาสแรกปีนี้ จะหดตัวมากกว่า 2% ถึงการส่งออกไปตลาดสหรัฐ และตลาดกลุ่มซีแอลเอ็มวี จะช่วยประคองภาพการขยายตัวได้ต่อเนื่อง แต่คงไม่เพียงพอต่อการชดเชยภาพการหดตัวของการส่งออกไปยังจีน สหภาพยุโรป ญี่ปุ่น และประเทศในกลุ่มอาเซียนเดิม


นอกจากนี้ การเผชิญปัญหาผันผวนของค่าเงินเป็นอีกปัญหาที่ฉุดการส่งออก ซึ่งผู้ส่งออกต้องการให้ค่าเงินมีเสถียรภาพเพื่อจะได้กำหนดราคาขายสินค้าได้อย่างเหมาะสม แต่การที่ค่าเงินแข็งค่ามากกว่าของคู่แข่งจะกระทบต่อศักยภาพการส่งออกของไทย แม้บางตลาดจะไม่แข่งขันด้วยราคา แต่เน้นคุณภาพ ประโยชน์ใช้สอยก็ตาม หากไม่ใช่ทั้งหมด อย่างไรก็ตาม หากไทยต้องการจะพัฒนาสินค้า โดยเน้นคุณภาพ และประโยชน์ใช้สอย เจาะตลาดระดับบนที่กำลังซื้อสูง ก็ต้องลงทุนและทุ่มเทดำเนินการอย่างเป็นระบบ ไม่ว่าจะเป็นสินค้าเกษตร หรือสินค้าเฉพาะด้าน เพื่อทำราคาให้สูงขึ้นตามคุณภาพที่เพิ่มขึ้น ไม่ใช่ปล่อยให้ต่างคนต่างทำ ไร้ทิศทางขาดการควบคุมดูแลคุณภาพ การวิจัยและพัฒนาต้องกระทำอย่างต่อเนื่องไม่ว่ารายได้จะมากหรือน้อย เช่นเดียวกับบริษัทระดับโลกอย่างเอชพี ที่แม้รายได้จะลดลง แต่ซีอีโอหญิง นางสาวเมก วิธแมน ยืนยันจะไม่ลดงานวิจัยและพัฒนา เพื่อสร้างผลิตภัณฑ์ใหม่ๆ ที่ประสิทธิภาพสูงออกสู่ตลาดในอนาคต