วันศุกร์ ที่ 16 ตุลาคม 2569

Login
Login

จำเป็นต้องมีส่วนร่วม

คณะกรรมาธิการยกร่างรัฐธรรมนูญ กำลังพิจารณาในเรื่องของผู้นำการเมืองที่ดี และสถาบันการเมือง

 แม้ยังต้องผ่านอีกหลายขั้นตอน แต่ที่น่าสนใจ คือ มาตรา 102 ที่ว่าด้วยการกำหนดให้คณะรัฐมนตรี รัฐสภา ฐานะผู้มีหน้าที่เสนอหรือหน้าที่พิจารณา หรือดำเนินการตราพระราชบัญญัติ พระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญ หรือกฎตามที่รัฐธรรมนูญฉบับใหม่กำหนด นั่นหมายความว่าเป็นมาตราที่กำหนดให้รัฐบาลหรือรัฐสภา จะต้องออกกฎหมายตามที่รัฐธรรมนูญฉบับใหม่กำหนดไว้


อันที่จริง การกำหนดให้รัฐบาล หรือ รัฐสภาต้องออกพระราชบัญญัตินั้น มีมาตั้งแต่รัฐธรรมนูญปี 2540 แต่การออกกฎหมายตามรัฐธรรมนูญนั้นเป็นไปอย่างล่าช้า ทำให้มีการตีความว่าเหตุของความล่าช้ามาจากฝ่ายการเมืองเข้าไปมีส่วนได้ส่วนเสียกับร่างพระราชบัญญัติดังกล่าว เช่น ร่างพระราชบัญญัติที่เกี่ยวกับด้านโทรคมนาคม ซึ่งการออกพระราชบัญญัติไม่ครบถ้วนนี้เอง บางคนอธิบายว่าเป็นสาเหตุหนึ่งทำให้กระบวนการประชาธิปไตยมีปัญหา เพราะเกี่ยวข้องกับกระบวนการตรวจสอบ


อย่างไรก็ตาม ดูเหมือนว่าคณะกรรมาธิการยกร่างรัฐธรรมนูญชุดปัจจุบันจะมีบทเรียนมาจากอดีต แม้ว่าจะมีบทบัญญัติในลักษณะเดียวกัน แต่ได้ลงรายละเอียดลึกลงไป คือ กำหนดบทลงโทษเอาไว้ด้วย กรณีรัฐบาลหรือรัฐสภาไม่ทำตามในกรอบเวลาที่กำหนด เพราะ "หากไม่กระทำ ถือเป็นการละเว้นการปฏิบัติหน้าที่ และหากเกิดความเสียหาย ให้สิทธิผู้เสียหายฟ้องคดีเพื่อชดใช้ค่าเสียหายได้" โดยมีคำอธิบายว่าหากไม่บังคับให้รัฐบาลต่อไปต้องทำแล้ว การรัฐประหารก็จะเสียเวลาเปล่า หรือที่พูดกันว่า "เสียของ"


ข้อกำหนดให้รัฐบาล หรือ รัฐสภาต้องดำเนินการออกกฎหมายต่างๆตามรัฐธรรมนูญใหม่นั้น ด้านหนึ่งถือว่าเป็นเรื่องที่ดี เพราะหากเป็นกฎหมายที่เป็นประโยชน์ต่อการพัฒนาประเทศโดยรวม ก็ยิ่งต้องเร่งออกมาบังคับใช้ ในด้านหนึ่งก็เพื่อกระตุ้นเตือนให้นักการเมืองที่จะเข้ามาบริหารประเทศนั้น ควรมุ่งไปที่การ"บริหารประเทศ" มากกว่า "บริหารการเมือง"เหมือนที่เคยเกิดขึ้นในอดีต ซึ่งหากมีร่างกฎหมายที่จำเป็นและทันสมัยออกมาบังคับใช้ ก็จะเป็นประโยชน์ต่อการพัฒนาประเทศในระยะยาว


แต่มองอีกด้าน บทบัญญัติที่กำหนดให้รัฐบาลหรือรัฐสภาจะต้องออกกฎหมายนั้น อาจฟังดูแล้วค่อนข้างไม่ถูกต้องทางตรรกะมากนัก กล่าวคือ รัฐบาลต่อไปมาจากการเลือกตั้งและเป็นรัฐบาลใหม่ที่ไม่ได้มีส่วนร่วมกับการกำหนดกฎกติกาทางการเมือง ดังนั้นอาจจะตั้งคำถามว่าทำไมต้องมารับผิดชอบกับการยกร่างกฎหมายที่ถูกกำหนด ซึ่งบางกรณี รัฐบาลใหม่อาจเห็นว่าไม่มีความเหมาะสมก็ได้ เพราะรัฐบาลใหม่อาจไม่เห็นความจำเป็นจะต้องมีกฎหมายในลักษณะดังกล่าว


ดังนั้น หากรัฐธรรมนูญฉบับใหม่ประกาศใช้และยังคงมีมาตรากำหนดให้รัฐบาลใหม่ต้องออกกฎหมาย เราเห็นว่าร่างกฎหมายต่างๆที่เห็นว่าจำเป็นนั้นจะต้องผ่านการมีส่วนร่วมจากประชาชนพอสมควร เพราะหาไม่แล้ว หากคนไม่เห็นด้วยกับร่างกฎหมาย โดยเฉพาะบรรดานักการเมือง ก็อาจจะไม่มีความจริงจังมากนักในการตรากฎหมายดังกล่าว นั่นหมายความว่าเป็นกฎหมายที่ออกมาที่ไม่มีประสิทธิภาพในการบังคับใช้หรืออาจมีช่องโหว่จนไม่ต่างกับไม่มีกฎหมาย ซึ่งเราเห็นว่าหากจะมีการบังคับให้ต้องทำ กระบวนการมีส่วนร่วมตั้งแต่ต้นเป็นสิ่งจำเป็นอย่างยิ่ง