วันเสาร์ ที่ 17 ตุลาคม 2569

Login
Login

พัฒนาการระบบสวัสดิการและการปฏิรูปเพื่อรองรับสังคมชราภาพ(5)

สังคมไทยกำลังก้าวสู่สังคมผู้สูงอายุอย่างรวดเร็ว มีอัตราการเพิ่มขึ้นของประชากรเฉลี่ย 0.5-0.6% ต่อปี

และอัตราการเพิ่มขึ้นมีแนวโน้มชะลอตัวลงไปเรื่อยๆ โดยในปี พ.ศ. 2565 คาดว่า จะมีจำนวนประชากรประมาณ 65 ล้านคน ประชากรไทยเพิ่มขึ้นในอนาคตอย่างช้าๆ เฉลี่ยปีละ สามแสนกว่าคน จะถึงจุดอิ่มตัวในปี พ.ศ. 2565 และจะทยอยลดลง อันเป็นผลมาจากภาวะเจริญพันธุ์ต่ำ โดยที่มีประชากรสูงอายุเพิ่มขึ้นอย่างชัดเจนโดยจำนวนผู้สูงอายุจะเพิ่มเป็นร้อยละ 25 ของประชากรประมาณ 16 ล้านคน


ข้อเสนอแนะระดับนโยบายและแนวปฏิบัติด้านผู้สูงอายุ 1/
แหล่งข้อมูลบางส่วน จากงานวิจัย ของ ขัตติยา กรรณสูต และ จตุรงค์ บุณยรัตนสุนทร)


จากข้อค้นพบจากกรณีศึกษากลุ่มผู้สูงอายุที่ยากจนและด้อยโอกาสทั้งในเขตเมืองและชนบท ของ ดร. ขัตติยา กรรณสูตและคุณจาตุรงค์ บุณยรัตนสุนทร ทั้งหมดเป็นผู้สูงอายุที่หลุดพ้นออกมาจากการดูแลของบุตรหลาน คือ ต้องดูแลตนเอง และส่วนใหญ่ยังต้องมีภาระดูแลบุตรหลานที่พิการหรือยังช่วยตัวเองไม่ได้ด้วย ดังนั้น นโยบายและมาตรการที่เสนอในรายงานนี้จึงเป็นส่วนเพิ่มเสริมแผนผู้สูงอายุฉบับปัจจุบัน คือ แผนผู้สูงอายุแห่งชาติ ฉบับที่ 2 (2545 - 2564) และพระราชบัญญัติผู้สูงอายุแห่งชาติ


การผลักดันให้เกิด กองทุนการออมแห่งชาติ จึงมีความสำคัญในการปิดช่องว่างระบบสวัสดิการสำหรับผู้สูงอายุ โดยเฉพาะคนทำงานที่ไม่ได้อยู่ภายใต้ระบบประกันสังคม กองทุนสำรองเลี้ยงชีพ หรือ กองทุนบำเหน็จบำนาญของข้ารัฐการหรือพนักงานรัฐวิสาหกิจ


นอกจากนี้ยังต้องพิจารณาปัญหากรณีชราภาพในรายละเอียดเพิ่มเติม ได้แก่ ประเด็นของผู้สูงอายุยากจนที่ต้องมีภาระเลี้ยงดูผู้อื่น การกระตุ้นและส่งเสริมการออกเพื่อการชราภาพ บ้านเปิดที่จัดโดยชุมชน การส่งเสริมฝึกอบรมและจัดหาอาชีพที่เหมาะสมให้แก่ผู้สูงอายุ


หลักการในการจัดสวัสดิการให้ผู้สูงอายุ เริ่มต้นตั้งแต่ ผู้สูงอายุยากจนและด้อยโอกาสทุกคนจะต้องได้รับหลักประกันขั้นพื้นฐานจากรัฐ ในด้านที่อยู่อาศัย รายได้ สุขภาพ และการดูแลจนวาระสุดท้ายของชีวิตตามคตินิยม อย่างมีศักดิ์ศรีผู้สูงอายุที่ยากจนและด้อยโอกาสจะต้องได้รับการคุ้มครองจากการแสวงหาผลประโยชน์ทั้งโดยครอบครัวและบุคคลภายนอก ในทุกรูปแบบ โดยมีมาตรการที่เหมาะสมเพื่อป้องกันและลงโทษ ผู้หลอกล่อหรือบังคับขู่เข็ญ ผู้ที่มีภาระเลี้ยงดูบุตรหลานที่พิการหรือยังช่วยตัวเองไม่ได้จะต้องได้รับการประกันความมั่นคงในชีวิตของตนเอง และของบุตรหลานในอุปการะด้านที่อยู่อาศัย ด้านสุขภาพ ด้านการศึกษา และด้านอาชีพ เพื่อให้ผู้อยู่ในอุปการะเหล่านี้สามารถพึ่งพาตนเองต่อไปได้ เมื่อขาดผู้สูงอายุซึ่งเป็นผู้อุปการะ


แนวปฏิบัติเพื่อปฏิรูประบบสวัสดิการสำหรับผู้สูงอายุ ต้องมีการดำเนินการดังต่อไปนี้


1. จัดระบบข้อมูลให้ครบถ้วนทันสมัยเพื่อประโยชน์ในการกำหนดนโยบายสวัสดิการตามความเป็นจริง กระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ ต้องรับผิดชอบร่วมกับสำนักงานสถิติแห่งชาติ และองค์การบริหารส่วนท้องถิ่นทุกระดับ จัดข้อมูลจำนวนและแหล่งที่อยู่อาศัยของผู้สูงอายุยากจนและด้อยโอกาสทั้งในเมืองและชนบท ทั้งที่อยู่กับครอบครัวและที่ต้องดูแลตนเอง รวมทั้งที่ต้องมีภาระดูแลอุปการะบุตรหลานในระดับต่างๆ รวมทั้งจำนวน ประเภท และสาเหตุที่บุคคลต้องมาอยู่ในการอุปการะของผู้สูงอายุดังกล่าว


2. องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นและรัฐบาลส่วนกลางจะต้องมีมาตรการในการจัดหาที่อยู่อาศัยให้แก่ผู้สูงอายุที่ยากจนและด้อยโอกาส ทั้งโดยตัวเองและที่มีผู้ต้องอุปการะ ซึ่งไร้บ้านพักพิง ให้ผู้เหมาะสมกับสภาพความเป็นมนุษย์ และสภาพกายภาพของผู้สูงอายุ โดยในขั้นแรกควรพยายามให้เข้าอยู่กับครอบครัว โดยมีแรงจูงใจในการได้รับช่วยเหลือทั้งด้านการเงิน และด้านบริการในรูปแบบต่างที่เหมาะสม


3.รัฐต้องผลักดันให้องค์การบริหารส่วนท้องถิ่นทุกระดับเข้ามาเป็นผู้รับผิดชอบในการดูแลผู้สูงอายุและผู้อยู่ในอุปการะทุกด้าน รวมทั้งจัดให้มีการฝึกอาชีพที่สามารถจะสร้างรายได้ให้แก่ผู้สูงอายุมีทางเลือกมากขึ้น รวมทั้งสนับสนุนด้านการกู้ยืม เพื่อประกอบอาชีพของผู้สูงอายุและผู้อยู่ในอุปการะ


โดยไม่ต้องใช้ผู้ประกัน และถือเป็นโควตาส่วนหนึ่งของกองทุนหมู่บ้าน เพื่อให้ผู้สูงอายุเกิดความรู้สึกว่าตนยังมีคุณค่าและสามารถหารายได้ด้วยตนเองหรือร่วมกับผู้อยู่ในอุปการะ


4.องค์กรบริหารส่วนท้องถิ่นจะต้องจัดสรรงบประมาณเป็นเบี้ยยังชีพให้แก่ผู้สูงอายุที่ยากจน และด้อยโอกาสที่ไม่สามารถทำงานหาเลี้ยงตัวเองได้ในเขตพื้นที่ครบทุกคน และดำเนินการให้บุคคลดังกล่าวได้รับเงินครบจำนวน และทันเวลา อย่างน้อยในระดับขั้นต่ำตามความจำเป็นในการดำรงชีพเยี่ยงมนุษย์และเพิ่มขั้นตามความรุนแรงของสภาพปัญหาที่ผู้สูงอายุประสบตามความสามารถของท้องถิ่น


การรับผิดชอบดูแลผู้สูงอายุขององค์การบริหารส่วนท้องถิ่น จะต้องเป็นไปอย่างต่อเนื่องจนวาระสุดท้ายของผู้สูงอายุ และจนผู้อยู่ในอุปการะสามารถพึ่งพาตนเองได้ องค์กรพัฒนาเอกชนและองค์กรประชาชนที่เข้ามาช่วยแบ่งเบาภาระด้านนี้จะต้องได้รับการสนับสนุนทั้งด้านการเงิน ความสะดวก และการยกย่องจากรัฐ


5. พัฒนาระบบหลักประกันชราภาพในรูปแบบประกันสังคมให้ครอบคลุมทุกคนและมีความยั่งยืนทางการเงิน กรณีผู้สูงอายุที่อยู่ในครอบครัวยากจน การลดหย่อนภาษีเงินได้สำหรับผู้เลี้ยงดู ผู้สูงอายุและอาจนำส่วนลดหย่อนหนี้กลับมาเป็นเงินออมสะสมเพื่อจ่ายให้แก่ผู้สูงอายุเอง เพื่อช่วยแบ่งเบาหรือขยายกองทุนเบี้ยเลี้ยงยังชีพผู้สูงอายุ


6.ใช้มาตรการและนโยบายทางสังคมในการดูแลผู้สูงอายุ รณรงค์ค่านิยมเพื่อความเข้มแข็งของสถาบันครอบครัว ส่งเสริมสนับสนุนผู้สูงอายุในการรวมกลุ่มเพื่อเผยแพร่และถ่ายทอดภูมิปัญญาผู้สูงอายุและกิจกรรมเพื่อผู้สูงอายุเองในด้านการฝึกอาชีพ การจัดทำกิจกรรมเสริมรายได้ นันทนาการเพื่อสุขภาพและเพื่อเสริมคุณภาพชีวิต และกิจกรรมทางศาสนารวมถึงการฌาปนกิจด้วย


7.ยืดการเกษียณอายุในบางอาชีพที่มีการขาดแคลนหากผู้สูงอายุยังสามารถทำงานได้อย่างมีประสิทธิภาพเพื่อไม่ก่อให้เกิดการสูญเปล่าทางด้านแรงงานที่มีประสบการณ์สูง


---------------
1/ เศรษฐศาสตร์การเมือง รายงานวิจัยฉบับสมบูรณ์ การพัฒนาระบบสวัสดิการสำหรับคนจนและคนด้อยโอกาส : กลุ่มนอกกำลังแรงงาน : รศ.ดร.ขัตติยา กรรณสูต และจตุรงค์ บุณยรัตนสุนทร