วันศุกร์ ที่ 16 ตุลาคม 2569

Login
Login

จะปฏิรูปประเทศไทยให้ได้ผลได้อย่างไร

การปฏิรูปประเทศไทย ควรหมายถึงการเปลี่ยนแปลงเชิงโครงสร้างเศรษฐกิจ การเมือง สังคม และการบริหารจัดการเรื่องสิ่งแวดล้อม

ให้มีความโปร่งใส มีประสิทธิภาพเพื่อส่วนรวม เป็นธรรมและยั่งยืนเท่านั้น

ไม่ใช่การปฏิสังขรณ์ ซ่อมแซมบูรณะ แก้ไขปัญหาเฉพาะหน้าเรื่องนั้นเรื่องนี้ แบบแยกเป็นส่วนๆ

คสช. คงจะปฏิรูปประเทศในความหมายนี้ได้น้อย เพราะพวกเขามีกรอบคิด ความรู้ ความเข้าใจปัญหาที่จำกัด ทั้งยังมีกรอบแนวอำนาจนิยม จารีตนิยม รวมทั้งตัวพวกเขาเองก็เป็นกลุ่มผลประโยชน์ชนชั้นนำกลุ่มหนึ่งที่มีอำนาจและผลประโยชน์ที่จะต้องรักษาไว้ ดังจะเห็นได้ว่าขนาดเสียงส่วนใหญ่ของสมาชิกสภาปฏิรูปที่พวกเขาเป็นคนคัดเลือกแต่งตั้งเอง เห็นควรให้ทบทวนนโยบายเปิดสัมปทานปิโตรเลียมรอบที่ 21 พวกคสช.ก็ไม่ฟัง การร่างรัฐธรรมนูญใหม่โดยนักกฎหมายและชนชั้นนำกลุ่มหนึ่ง ก็คงเป็นเพียงการจะสร้างแนวทางการเมืองแบบประนีประนอมที่ไม่กล้าที่จะกระจายความรู้ อำนาจ ความรับผิดชอบ ให้ภาคประชาชนอย่างจริงจัง

ปัญหาจริงของประเทศไทยอยู่ที่โครงสร้างทางเศรษฐกิจ การเมือง สังคม แบบรวมศูนย์อำนาจและความมั่งคั่งไว้ที่คนรวย คนชั้นกลางส่วนน้อย คนส่วนใหญ่ที่มีสถานะทางเศรษฐกิจสังคมต่ำ การศึกษา การรับรู้ข่าวสาร การจัดตั้งกลุ่มองค์กรของคนอยู่ในระดับต่ำ ถ้าไม่เปลี่ยนโครงสร้างนี้ให้ได้ จะเขียนรัฐธรรมนูญแบบไหน ก็จะมีช่องโหว่ให้นักการเมืองของชนชั้นสูงและชนชั้นกลางกลุ่มใดกลุ่มหนึ่ง หรือหลายกลุ่มร่วมมือกันขึ้นมาปกครองประเทศแบบเอาเปรียบประชาชน ทรัพยากรธรรมชาติ และทำให้เศรษฐกิจ สังคม ระบบนิเวศ ยิ่งมีปัญหาเพิ่มขึ้นต่อไป

การจะปฏิรูปประเทศไทยให้ได้ผลจริง มีความเป็นไปได้ในทางทฤษฎี เรามีองค์ความรู้ มีกลุ่มนักวิชาการและประชาชนวงการต่างๆ ที่เห็นปัญหาและเสนอแนวทางการปฏิรูปไว้มากพอสมควร ทั้งคณะกรรมการปฏิรูปชุดคุณอานันท์ ปันยารชุน, ชุดอาจารย์ประเวศ วะสี, แนวคิดของกปปส. แนวคิดของนักวิชาการสถาบันพัฒนาบริหารศาสตร์ ทีดีอาร์ไอ กลุ่มอาจารย์จุฬาฯ ธรรมศาสตร์ ฯลฯ รวมทั้งผมเองก็ได้ศึกษาค้นคว้าเขียนเรื่องแนวทางการปฏิรูปการศึกษา การปฏิรูปเศรษฐกิจ การเมือง ตลอด 20 ปีที่ผ่านมา และพิมพ์ทั้งบทความและหนังสือออกมาแล้วหลายเล่ม แม้องค์ความรู้ที่กล่าวมาทั้งหมด อาจจะคร่าวๆ ไม่ถึงกับเป็นแบบพิมพ์เขียวเป็นรูปธรรม ที่จะแก้ไขปัญหาได้ผลทั้งหมด แต่ก็เป็นแนวทางใหญ่ ที่ถ้าหากรัฐบาลที่ฉลาดและตั้งใจจะปฏิรูปประเทศจริง ไปพัฒนาต่อ ทดลองทำ ประเมินผล ปรับปรุงแก้ไข ก็จะสามารถผลักดันให้เกิดการปฏิรูปได้จริงหรือค่อนข้างมาก

ปัญหาจึงไม่ใช่อยู่แค่ว่าเราจะฟังข้อเสนออะไรจากสภาปฏิรูปเท่านั้น ปัญหาสำคัญที่สุดคือปัญหาการเมืองในความหมายกว้าง ว่าทำอย่างไรจึงจะเปลี่ยนให้ได้มาซึ่งรัฐและการปกครองที่มีความเป็นนักปฏิรูปเพื่อประโยชน์ส่วนรวมอย่างแท้จริง คือจะต้องมีรัฐบาลและการนำที่ทั้งซื่อตรง ฉลาด มีวิสัยทัศน์ และมีความรู้ฝีมือในการบริหารให้การปฏิรูปดำเนินไปได้จริง ก้าวข้ามอุปสรรคระบบทุน ระบบข้าราชการ ระบบอุปถัมภ์พึ่งพาประชานิยมองค์กรและแนวคิดขุนนางที่คับแคบ จารีตนิยมล้าหลังต่างๆ ไปให้ได้ จะอ้างแต่ว่ารัฐบาลนี้จะไม่โกงเหมือนรัฐบาลชุดที่แล้ว แต่ยังคงดำเนินนโยบายเศรษฐกิจและบริหารไม่แตกต่างไปจากเดิม ไม่มีทางจะปฏิรูปประเทศได้

แนวทางใหญ่ๆ อาจต้องมองในระยะกลางขึ้นไปคือ ระดมกำลังกันศึกษาค้นคว้าปัญหาประเทศทั้งประวัติศาสตร์ เศรษฐศาสตร์ การเมือง สังคมวิทยาแนววิพากษ์อย่างเจาะลึก เพื่อหาแนวทางเปลี่ยนแปลงสังคมที่ให้คิดการปฏิรูปได้จริง และเผยแพร่ความรู้ จัดตั้งองค์กรประชาชน อย่างกว้างขวาง ระบบการเมืองแบบรวมศูนย์อำนาจโดยชนชั้นนำกลุ้มน้อยที่จารีตนิยม และระบบเศรษฐกิจแบบทุนนิยมผูกขาดที่เป็นบริวารทุนข้ามชาติ คือตัวปัญหาอุปสรรคที่จะต้องหาทางปฏิรูปเปลี่ยนแปลงให้เป็นระบบเศรษฐกิจการเมืองที่เสมอภาค เป็นประชาธิปไตยที่ประชาชนมีความรู้ และบทบาทจริงอย่างในประเทศยุโรปเหนือ ซึ่งประชาชนมีคุณภาพชีวิตที่ดี เด็กได้รับการศึกษาที่ดี เศรษฐกิจก็มีปัญหาวิกฤตน้อยกว่าประเทศอื่นๆ เช่น สหรัฐฯ อังกฤษ ยุโรปใต้

ประเทศในยุโรปเหนือ เช่น สวีเดน นอร์เวย์ ฟินแลนด์ รวมทั้งเยอรมัน เนเธอร์แลนด์ แก้ปัญหาและพัฒนาประเทศไปในแนวระบบผสม ระหว่างทุนนิยมที่รับผิดชอบและสังคมนิยมประชาธิปไตย มีสหภาพแรงงาน สหกรณ์ การปกครองท้องถิ่นที่เข้มแข็ง มีระบบประกันสังคม รัฐสวัสดิการที่ดี ทำให้พวกเขาสามารถสร้างสังคมที่เป็นธรรม โปร่งใส มีประสิทธิภาพเพื่อส่วนรวม และคำนึงถึงสิ่งแวดล้อม มากกว่าประเทศอย่างสหรัฐฯ รัสเซีย จีน ฯลฯ

ประเทศรายได้ต่ำในลาตินอเมริกา เช่น เวเนซุเอลา เปรู เอกวาดอร์ ที่มีรัฐบาลแนวสังคมนิยมประชาธิปไตย และรักษาผลประโยชน์ของส่วนรวมก็มีแนวโน้มในการแก้ปัญหาความยากจน ความเหลื่อมล้ำ การเสียเปรียบทุนข้ามชาติ ได้ดีขึ้นในระดับหนึ่ง ในบางรัฐบางแคว้นในบางประเทศ รัฐบาลท้องถิ่นที่มาจากพรรคคอมมิวนิสต์ พรรคสังคมนิยม ฯลฯ ก็บริหารจัดการแบบสร้างประชาธิปไตยทางเศรษฐกิจและสังคมได้ดีขึ้นเช่นกัน

ดังนั้น จึงมีตัวอย่าง บทเรียน ให้เราศึกษาได้ทั้งอดีตและปัจจุบัน แต่ที่สำคัญคือต้องศึกษาทำความเข้าใจกลไกการทำงาน การเปลี่ยนแปลงของสังคมไทยให้ได้ เช่น เราจะหาทางเปลี่ยนแปลงวิธีคิด ความเชื่อของคนไทยแบบยอมจำนน หวังพึ่งพาคนชั้นสูง หวังแต่เรื่องนโยบายประชานิยม การหาเงินไปบริโภคไปวันๆ แบบฉาบฉวย ไม่เข้าใจและไม่สนใจการเมือง สังคม สิ่งแวดล้อม ไม่รักการอ่านหนังสือ การใฝ่เรียนรู้ได้อย่างไร นี่คือปัญหาที่อยู่ที่ประชาชนส่วนใหญ่ด้วย ประชาชนเป็นแบบไหนก็จะได้รัฐบาลผู้ปกครองระดับเดียวกัน ถ้าประชาชนประเทศไหนยังโง่ เห็นแก่ตัว ก็จะได้รัฐบาลที่โง่ เห็นแก่ตัว ถ้าประชาชนประเทศไหนฉลาด เห็นแก่ส่วนรวม ก็สามารถเลือก ควบคุม ถอดถอน ทำให้เกิดรัฐบาลและการปกครอง บริหารประเทศ ที่ฉลาดและเห็นแก่ส่วนรวมโดยเปรียบเทียบได้ แนวทางการปฏิรูปที่สำคัญที่สุด คือ ต้องหาทางรณรงค์ปฏิรูปการเรียนรู้ของภาคประชาชน ทำให้ประชาชนฉลาดเข้มแข็ง มีการจัดตั้งองค์กรสร้างอำนาจต่อรอง จึงจะไปเปลี่ยนแปลงที่ตัวรัฐบาลหรือผู้ปกครองได้