วันศุกร์ ที่ 16 ตุลาคม 2569

Login
Login

ปฏิรูปการบังคับใช้กฎหมาย : ทำได้จริง

ดังได้สัญญาท่านผู้อ่านไว้ก่อนหน้านี้ว่าจะนำเนื้อหาเกี่ยวกับงานที่รับผิดชอบเกี่ยวกับการปฏิรูปประเทศ มานำเสนอ

ให้ท่านผู้อ่านได้รับรู้โดยทั่วกัน สำหรับภารกิจสำคัญอีกเรื่องหนึ่งคือการศึกษาแนวทางการปฏิรูปการบังคับใช้กฎหมายให้ได้ผลและเกิดประสิทธิภาพสูงสุดสำหรับภาระหน้าที่ในฐานะประธานอนุกรรมาธิการชุดดังกล่าว ต้องเรียนว่าคณะทำงานของพวกเรามีความทุ่มเทในการแสวงหาแนวทางมาตรการต่างๆ มาประยุกต์ใช้อย่างแข็งขัน มีการแบ่งภาระหน้าที่ออกเป็น 3 ด้านหลัก คือ กฎหมายในส่วนการเมืองการปกครอง กฎหมายด้านเศรษฐกิจ และกฎหมายเกี่ยวกับการจัดการสังคมให้อยู่กับร่องกับรอย

วันนี้ผมขออนุญาตนำแนวคิดส่วนตัวเกี่ยวกับการแก้ปัญหาน่าปวดหัวของคนในสังคมทุกวันนี้ คือ เรื่องของความไม่ปลอดภัยในการใช้รถใช้ถนน โดยเฉพาะหลังจากความไม่ชัดเจนกรณีจะเอาอย่างไรกับ“รถหรูที่หลีกเลี่ยงภาษีรูปแบบต่างๆ”ระยะหลังเราจะพบรถเหล่านี้ออกมาขับสวิงสวายใช้ความเร็วอย่างสูง รวมถึงบรรดารถมอเตอร์ไซค์ซีซีสูง ที่เขาเอาไว้ขับออกต่างจังหวัด แต่วันนี้ท้องถนนในกรุงเทพฯเราพบรถมอเตอร์ไบค์ บิ๊กไบค์ และรถที่ใช้สำหรับแข่งขันออกมาขับอวดความด้อยทางความคิดสติปัญญาของคนบางจำพวกที่มักง่าย ใช้ความเร็วสูงในขณะที่รถคันอื่นๆ ขับด้วยความเร็วไม่เกินเก้าสิบกิโลเมตรต่อชั่วโมง

ได้มีการพูดคุยและแสวงหาแนวทางแก้ปัญหาภายในที่ประชุมอนุกรรมาธิการ ถึงขั้นเสนอกำหนดให้“ภาพถ่ายจากกล้องวงจรปิดของพฤติกรรมใดที่ส่อไปในทางกระทำความผิดสำเร็จชัดแจ้ง”สามารถเทียบได้กับการกระทำ“ความผิดซึ่งหน้า”เช่น การละเมิดฝ่าฝืนพระราชบัญญัติจราจร โดยให้มีการจัดตั้ง“ศาลจราจร”เพื่อพิจารณาอรรถคดีว่าด้วยการใช้รถใช้ถนนเป็นการเฉพาะ ด้วยเชื่อบนสมมติฐานที่ว่า“มนุษย์รักความสะดวกสบาย ต้องการผลประโยชน์ให้กับตัวเองมากที่สุด”จึงเป็นบ่อเกิดหนึ่งของการละเมิดกฎหมายและกระทำการในสิ่งที่กฎหมายบัญญัติไว้

เมื่อมีศาลจราจร จะลดการปะทะในหน้างานระหว่างเจ้าหน้าที่ผู้บังคับใช้กฎหมาย กับ ประชาชน โดยตรง ทำให้ผู้กระทำความผิดจะมีภาระมากขึ้น หากมีหมายเรียกไม่ไปแสดงตนอาจต้องออกหมายจับ และมีการประกันตัวในชั้นศาล เชื่อว่ากระบวนการหรือมาตรการที่เสริมขึ้นมานี้ อาจถูกต่อต้านอย่างมากมายในระยะแรก แต่เชื่อว่าในระยะยาวจะส่งผลให้เกิดวินัยจราจรอย่างทั่วถึงกัน เพราะท้ายสุดนอกจากการยึด“ใบอนุญาตขับขี่ ในกรณีร้ายแรงอาจห้ามขับขี่ตลอดชีวิต”หรือกระทั่งยึดทรัพย์ที่ใช้ในการกระทำความผิด เช่น รถมอเตอร์ไซค์ หรือ รถยนต์ส่วนบุคคล จะหรูจะถูกแพงหรือไม่ ทุกอย่างเป็นไปตามพยานหลักฐาน

ยิ่งกว่านั้น ทางคณะอนุกรรมาธิการฯ ยังมองไกลไปถึง การนำเอาเครื่องมืออิเลคทรอนิคส์มาใช้ในการเสริมประสิทธิภาพการบังคับใช้กฎหมาย เช่น ให้มี Public warden หรือ ผู้ตรวจตราแทนตำรวจตามท้องถนน ในการกระทำความผิด เช่น เทศบัญญัติ หรือการจอดรถในที่ห้ามจอด คนพวกนี้ เปรียบเสมือน“ผู้ช่วยเจ้าพนักงาน”จะมี Handheld scanner ที่สามารถยิงเลเซอร์ในระยะไกลพอสมควรไปที่บาร์โค้ด หรือ ใช้ระบบคลื่นความถี่วิทยุ RAF เช่นเดียวกับการยกเปิดไม้กั้นเวลารถวิ่งเข้าด่านจ่ายเงินบนทางด่วน ทำให้ในอนาคต อาจต้องร่วมมือกับ กรมการขนส่งทางบก และ หน่วยงานที่เกี่ยวข้องกับการออกใบอนุญาตต่างๆ ที่จะต้องมี tag หรือ อุปกรณ์ที่สอดรับกับเครื่องสแกนเนอร์ดังกล่าว โดยเพื่อมิให้มีการกลั่นแกล้ง คนเหล่านี้ จะมีกล้องติดตัวเพื่อถ่ายภาพนิ่งและภาพเคลื่อนไหว ประกอบการส่งข้อมูลในการกระทำความผิดเข้าสู่เมนเฟรม หรือ เซิฟเวอร์ส่วนกลาง ที่ยากจะมีใครไปขอวิ่งเต้นล้างคดี หรือข้อมูลใดๆ ได้ เพราะเมื่อกดปุ่มส่งข้อมูลไปเมื่อใดข้อมูลทั้งหลายจะถูกส่งไปบันทึกในฐานข้อมูลส่วนกลางทันที ส่วนจะมีใครมาให้สินบนเจ้าพนักงานหรือมีพนักงานคิดจะเอาอำนาจหน้าที่ตรงนี้ไปหาผลประโยชน์ ไม่ต้องห่วงเลยเพราะเราวางมาตรการควบคุมไว้รัดกุมไม่ว่าจะเป็นสายลับ หรือ กล้องวงจรปิดที่ปัจจุบันสามารถบันทึกภาพระยะไกล สังเกตการณ์เจ้าหน้าที่ผู้ปฏิบัติได้อย่างทั่วถึง



ในอนาคตอาจมีการตั้งคณะกรรมการกลางเร่งรัดการบังคับใช้กฎหมายที่สามารถออกแนวทางวิธีการในการบังคับใช้กฎหมายเพื่อให้เกิดประสิทธิภาพสูงสุด ต้องเรียนว่า ตรงนี้ “ไม่ใช่ซูเปอร์บอร์ด” หรือคณะกรรมการกลางผู้มีอำนาจเต็มไปแทรกแซงการทำงานของหน่วยงานใดได้ตามใจชอบ แต่เป็นองค์คณะที่มีที่มาจากหน่วยงานองค์กรที่เกี่ยวข้องกับการบังคับใช้กฎหมายด้านต่างๆ เข้ามาทำหน้าที่ขับเคลื่อนการบังคับใช้กฎหมายให้เป็นไปดังความคาดหวังของพี่น้องประชาชน

ขอให้ทุกท่านสบายใจและวางใจได้ว่า อนุกรรมาธิการปฏิรูปการบังคับใช้กฎหมาย ที่พวกเรากำลังแสวงหาวิธีการมาตรการต่างๆ มาใช้กับคนในสังคมต่อไปนี้จะเป็นไปเพื่อประโยชน์โภชย์ผลของคนส่วนใหญ่ในสังคมอย่างแท้จริง