วันเสาร์ ที่ 17 ตุลาคม 2569

Login
Login

'ตลาดฮาลาล' โอกาสของไทยที่แข่งได้ในเวทีโลก

การคาดการณ์ของธนาคารโลก พบว่า จะมีอัตราการเจริญเติบโตร้อยละ 6.3 ระหว่างปี 2013-2018

ซึ่งสูงกว่าอัตราการเจริญเติบโตเฉลี่ยของโลกที่อยู่ระดับร้อยละ 5.3

ฮาลาลเป็นมากกว่าหลักปฏิบัติทางศาสนาอิสลาม แต่ฮาลาลเป็นมาตรฐานในการเลือกของผู้บริโภคทั้งที่เป็นมุสลิมและไม่ใช่มุสลิม ผมเห็นว่ากลุ่มเป้าหมายของสินค้าฮาลาลแบ่งออกได้ 3 กลุ่ม คือ กลุ่มประเทศสมาชิกองค์การความร่วมมืออิสลาม (Organisation of Islamic Cooperation) 57 ประเทศ โดยประเทศที่มีกำลังซื้อหลักๆ คือ ซาอุดีอาระเบีย สหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ บาห์เรน คูเวต และโอมาน (2) ผู้บริโภคมุสลิมในกลุ่มประเทศที่ไม่ใช่มุสลิม เช่น อินเดีย จีน สหรัฐอเมริกา ฟิลิปปินส์ และฝรั่งเศส (3) กลุ่มผู้บริโภคที่ไม่ได้เป็นมุสลิม แต่ตระหนักว่าสินค้าฮาลาลเป็นสินค้าที่ดีต่อสุขภาพ

จำนวนประชากรมุสลิมโลกทั้งหมด ในปี 2014 พบว่ามีจำนวน 2,038.04 ล้านคน คิดเป็นร้อยละ 28.26 ของจำนวนประชากรโลกทั้งหมด การเจริญเติบโตทางเศรษฐกิจของประเทศมุสลิมตามการคาดการณ์ของธนาคารโลก พบว่าจะมีอัตราการเจริญเติบโตร้อยละ 6.3 ระหว่างปี 2013-2018 ซึ่งสูงกว่าอัตราการเจริญเติบโตเฉลี่ยของโลกที่อยู่ระดับร้อยละ 5.3

คำว่าฮาลาลเป็นภาษาอาหรับแปลว่า “สิ่งที่พระเจ้าทรงอนุมัติ” เศรษฐกิจฮาลาลแบ่งออกเป็นสามประเภท คือ อาหาร การท่องเที่ยวและการใช้ชีวิต และการเงิน การพยากรณ์ขนาดเศรษฐกิจฮาลาล พบว่า ในปี 2018 การถือครองหลักทรัพย์ทางการเงินจะมีขนาด 3.91 ล้านล้านเหรียญสหรัฐ สินค้าอาหารฮาลาลจะมีขนาด 1.6 ล้านล้านเหรียญสหรัฐ (ปี 2013 มีมูลค่า 1.1 ล้านล้านเหรียญสหรัฐ คิดเป็นร้อยละ 16.6 ของมูลค่าการค้าอาหารโลก) การท่องเที่ยวและการพักผ่อนจะมีขนาด 0.39 ล้านล้านเหรียญสหรัฐ สินค้าเสื้อผ้าจะมีขนาด 0.32 ล้านล้านเหรียญสหรัฐ และเครื่องสำอางและยาจะมีขนาด 0.14 ล้านล้านเหรียญสหรัฐ จะเห็นได้ว่า ตลาดสินค้าอาหารฮาลาลมีขนาดใหญ่เป็นอันดับสองของขนาดเศรษฐกิจฮาลาล โดยคาดว่าตลาดผู้บริโภคสินค้าอาหารฮาลาล 5 อันดับแรก คือ อินโดนีเซีย ตุรกี ปากีสถาน อียิปต์ และอิหร่าน (ที่มา: Kuwait Finance House Research Ltd.)

ประเทศไทยถือได้ว่ามีความพร้อมในเชิงโครงสร้างกฎหมายที่รับรอง ได้แก่ พ.ร.บ.การบริหารอิสลาม 2540 ระเบียบคณะกรรมการกลางอิสลามแห่งประเทศไทยว่าด้วยการดำเนินกิจการฮาลาล พ.ศ.2552 มาตรฐานฮาลาลแห่งชาติ 2550 และข้อกำหนดการตรวจรับรองกระบวนการผลิตผลิตภัณฑ์ฮาลาล พ.ศ. 2554 โดยกำหนดให้คณะกรรมการกลางอิสลามแห่งประเทศไทย และคณะกรรมการอิสลามประจำจังหวัด (ปัจจุบันมี 36 จังหวัด) ทำหน้าที่รับรองฮาลาล

นอกจากนี้ ประเทศไทยยังมีศูนย์วิทยาศาสตร์ฮาลาล จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย (หน่วยงานด้านวิทยาศาสตร์ฮาลาลแห่งแรกในโลก) ทำหน้าที่นิติวิทยาศาสตร์ฮาลาลเพื่อสร้างความมั่นใจให้ผู้บริโภคทั้งมุสลิมและไม่ใช่มุสลิมทั่วโลก ภายใต้คำขวัญที่ว่า “ศาสนารับรอง วิทยาศาสตร์รองรับ” ปัจจุบันไทยมีจำนวนสถานประกอบการที่ได้การรับรองฮาลาลมากกว่า 3000 แห่งและมีผลิตภัณฑ์ที่ได้มาตรฐานฮาลาลมากกว่า 65,000 รายการ (ที่มา : สถาบันมาตรฐานฮาลาลแห่งประเทศไทย)

ในตลาดสินค้าอาหารฮาลาลโลก ไทยมีมูลค่าการส่งออกประมาณ 638 ล้านดอลลาร์สหรัฐเป็นอันดับที่ 5 ของโลก (คิดเป็น 4.4%) นอกจากนี้ไทยยังมีโอกาสจากตลาดอาเซียนซึ่งมีประชากรมุสลิมมากกว่า 300 ล้านคน (ส่วนใหญ่คือ อินโดนีเซีย และมาเลเซีย)

อย่างไรก็ตาม ประเด็นต้องพิจารณามีสองประเด็นหลัก คือ (1) สินค้าฮาลาลไทยในเวทีโลกคือ การที่ประเทศไทยไม่ใช่ประเทศมุสลิมส่งผลให้ตราฮาลาลของไทยยังไม่เป็นที่ยอมรับในต่างประเทศ เมื่อเทียบกับตราฮาลาลของประเทศมุสลิม และ (2) แต่ละประเทศอาจจะมีมาตรฐานฮาลาลที่แตกต่างกันในรายละเอียดอันเกิดจากการตีความหลักศาสนาที่แตกต่างกัน

การประชุม Thailand Halal Assembly ที่ผ่านไประหว่างวันที่ 28-30 ธันวาคม 2557 ถือได้ว่าเป็นการแสดงศักยภาพความสามารถในการเป็นฐานการผลิตสินค้าฮาลาลของไทยได้เป็นอย่างดี การสร้างการยอมรับในตราเครื่องหมายฮาลาลของไทยเป็นสิ่งจำเป็นอย่างยิ่งในตลาดฮาลาลโลกการส่งเสริมสินค้าให้ได้มาตรฐานฮาลาลเป็นสิ่งที่ต้องให้ความสำคัญ รวมถึงการยกระดับคุณภาพสินค้าอาหารฮาลาลจึงเป็นหัวใจที่สำคัญต่อการสร้าง “ครัวไทยสู่ครัวโลก” อีกด้วย