ปัญหาความไม่มั่นคงในที่อยู่อาศัย การมีโอกาสในการประกอบอาชีพคือปัญหาสำคัญที่ต้องได้รับการแก้ไขอย่างจริงจัง
มนุษย์ คือ สัตว์ประเสริฐที่เติบโตมาด้วยการอบรมเลี้ยงดูจากพ่อแม่ ครอบครัว และสภาพแวดล้อมโดยรอบ หลายคนเติบโตมาในครอบครัวที่เพียบพร้อมไปด้วยทุกอย่าง แต่ยังมีอีกหลายชีวิตที่เติบโตมาด้วยความไม่พร้อม ฐานะทางครอบครัวไม่ดีนัก ต้องหาเลี้ยงชีพด้วยตนเอง จึงทำให้ผู้คนเหล่านี้อพยพโยกย้ายถิ่นฐานของตนเองเข้ามาสู่เมือง เพื่อเข้ามาทำงานรับจ้างหาเช้ากินค่ำ สังคมจึงมองพวกเขาเหล่านี้ว่าเป็น“คนจนเมือง”
คนจนเมืองหรือชุมชนแออัดซึ่งครั้งหนึ่งถูกเรียกขานจากรัฐว่า“แหล่งโสโครก”ที่ถูกมองด้วยสายตาที่ต่ำกว่า ไม่มีที่อยู่อาศัยที่มั่นคง บ้างก็อพยพมาเสี่ยงโชคในเมือง สิ่งเหล่านี้เป็นผลพวงมาจากแนวทางการพัฒนาประเทศที่ไม่สมดุลเพราะ ทิศทางการพัฒนาประเทศมุ่งเน้นการเจริญเติบโตทางด้านเศรษฐกิจ การพัฒนาอุตสาหกรรมและเมือง ละเลยการพัฒนาด้านการเกษตรกรรมในชนบท ทำให้ผู้คนที่อาศัยอยู่ในชนบทนั้นล้มละลายจากภาคการเกษตร เลยเข้ามาแสวงหาแหล่งงานและโอกาสของชีวิตในเมืองทั้งในกรุงเทพมหานครและตามหัวเมืองภูมิภาค
ผู้ที่อพยพเข้ามานั้น เมื่อเข้ามาทำงานแล้วและไม่สามารถหาที่อยู่อาศัยเป็นของตนเองได้ เนื่องจากที่ดินในเมืองมีราคาแพง ประกอบกับทางภาครัฐก็ไม่มีนโยบายที่ชัดเจนและขาดมาตรการการรองรับด้านที่อยู่อาศัยให้พอเพียงกับความต้องการ จึงมีการบุกเบิกที่ดินว่างเปล่าใกล้แหล่งงานเป็นที่อยู่อาศัย จนเกิดการขยายตัวกลายเป็นชุมชนแออัดในที่สุด จากที่กล่าวมานั้น ผู้คนเหล่านี้จึงเป็นผู้บุกเบิกถิ่นฐานในเมือง พวกเขายอมก่อสร้างที่อยู่อาศัยในราคาที่ต่ำ แม้จะแออัดและแลดูไม่เป็นระเบียบ แต่ถ้าเรามองในอีกมุมหนึ่งแล้วนั้น ถือว่าเป็นการแบ่งเบาภาระงบประมาณของทางภาครัฐอย่างมหาศาล นอกจากนี้การดำรงชีวิตของผู้คนเหล่านี้มีความเกี่ยวพันอย่างมากกับความเจริญเติบโตทางเศรษฐกิจของเมืองในส่วนของภาคการผลิตการก่อสร้าง ธุรกิจการบริการและการค้าขาย สิ่งเหล่านั้นต่างต้องพึ่งพาแรงงานจากบุคคลเหล่านี้ทั้งสิ้น
สิ่งสำคัญที่พวกเขาควรจะได้รับจากทางภาครัฐก็คือ สวัสดิการในด้านต่างๆเช่น ด้านสุขภาพ เป็นต้น ถือว่าเป็นการดูแลให้พวกเขามีคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้น ได้รับการบริการจากทุกภาคส่วนอย่างเท่าเทียม ทั่วถึงและมีความเป็นธรรม และเมื่อพวกเขามีความต้องการที่จะกลับบ้านเพื่อไปประกอบอาชีพในชนบท เราก็ควรจะสนับสนุนให้เขาได้กลับไปใช้ชีวิตกับครอบครัวอย่างมีความสุข เป็นการลดความแออัดของประชากรในเมือง พัฒนาบ้านเกิดของตนเองให้มีความเจริญเท่าเทียมกับเมืองได้
จากสถิติของทางภาครัฐที่สำรวจมานั้น พบว่า ปัจจุบันมีชุมชนแออัดทั่วประเทศประมาณ 3,750 ชุมชน 1.14 ล้านครอบครัว ประชากร 5.13 ล้านคน นอกจากปัญหาด้านเศรษฐกิจรายได้ ปัญหาด้านสาธารณูปโภคพื้นฐานแล้ว กล่าวได้ว่าปัญหาความไม่มั่นคงในที่อยู่อาศัย การมีโอกาสในการประกอบอาชีพคือปัญหาสำคัญของผู้คนเหล่านี้ที่ต้องได้รับการแก้ไขอย่างจริงจังสำหรับคนจนเมืองนั้นอาจจำแนกตามลักษณะที่อยู่อาศัยได้ 5 กลุ่ม คือ คนจนเมืองในชุมชนแออัด, คนจนเมืองในชุมชนใต้สะพาน, คนจนเมืองริมคลอง, กรรมกรก่อสร้างนอกระบบ และ คนไร้ที่อยู่
ซึ่งผู้คนเหล่านี้ส่วนใหญ่จะประกอบอาชีพในกิจการที่ไม่เป็นทางการ เช่น รับจ้างทั่วไป ค้าขาย หาบเร่แผงลอย มอเตอร์ไซค์รับจ้าง ขับรถแท็กซี่ ลูกจ้างโรงงาน คนงานก่อสร้างและคนงานแบกหาม ตลอดจนไม่มีอาชีพที่ทำให้ตนเองมีความมั่นคงในชีวิต นอกจากนี้คนจนเมืองบางส่วนไม่มีที่อยู่อาศัย สภาพการณ์เช่นนี้ทำให้คนจนเมืองขาดโอกาสในด้านต่างๆ ถูกละเมิดสิทธิและเสรีภาพ ไม่ได้รับความคุ้มครองจากรัฐตามที่กำหนดไว้ และบางส่วนก็ไม่มีบัตรประจำตัวประชาชน ใบเกิด หรือหลักฐานเอกสารแสดงตน บางคนไร้การศึกษา ทำให้ตกเป็นเหยื่อทางสังคมที่ไม่มีวันสิ้นสุด
จึงกล่าวได้ว่าการเติบโตของเมืองในทุกวันนี้ ส่วนหนึ่งก็มาจากน้ำมือและพลังของคนที่สังคมเรียกว่า“คนจน”ถึงเวลาแล้วที่ประชาชนทุกคน โดยเฉพาะคนจนเมืองจะมีบ้านเป็นของตนเอง มีความมั่นคงในที่อยู่อาศัยอย่างยั่งยืน รัฐ ทุนและชุมชนจะต้องดำรงอยู่ร่วมกันอย่างสมดุล จับมือก้าวผ่านปัญหา และร่วมกันพัฒนาประเทศของเราให้เป็นเมืองสวรรค์อย่างที่ทุกคนใฝ่ฝัน
เมืองจะเจริญไม่ได้ ถ้าปราศจากคน และสังคมยากจะพัฒนาได้ หากยังมีคนจนเต็มบ้านเต็มเมือง









