วันเสาร์ ที่ 17 ตุลาคม 2569

Login
Login

ความหวังปฏิรูปสิ่งแวดล้อม

บ้านเรายังมะงุมมะงาหรากับปัญหาการเมือง จนติดหล่มมานานนับทศวรรษ ในขณะที่ปัญหาอื่นๆ ที่สำคัญ

ไม่แพ้กันได้พัฒนา ขยายตัว จนบางปัญหายากที่จะแก้ได้ โดยเฉพาะหากการเมืองยังอ่อนแอ

โดยเฉพาะปัญหาสิ่งแวดล้อม!

เมื่อวาน มีเวทีที่น่าสนใจ คือ "20 ปี ชมรมนักข่าวสิ่งแวดล้อม" มีการเสวนาและอภิปรายกันถึงปัญหาสิ่งแวดล้อมที่กำลังรุมเร้าประเทศไทยไม่ต่างอะไรกับปัญหาคอร์รัปชันและอื่นๆ จึงมีการตั้งโจทย์ 10 ข้อชี้อนาคตสิ่งแวดล้อมไทย ซึ่งก็ได้รับความสนใจจากผู้เกี่ยวข้องไม่น้อย

นาทีหลายคนจับตามองไปที่การยกร่างรัฐธรรมนูญ ซึ่งประเด็นเกี่ยวกับสิ่งแวดล้อมต้องถูกบรรจุไว้ในรัฐธรรมนูญฉบับใหม่ด้วย และจะส่งผลต่อทิศทางการอนุรักษ์สภาพแวดล้อมอย่างมาก โดยเฉพาะกรอบการจัดทำรายงานผลกระทบด้านสิ่งแวดล้อมและสุขภาพของประชาชนหากรัฐจะดำเนินโครงการพัฒนาขนาดใหญ่ที่มีผลกระทบต่อชุมชน ซึ่งมีบัญญัติไว้ในรัฐธรรมนูญฉบับปี 2540 และ 2550

ดร.บัณฑูร เศรษฐศิโรตม์ กรรมาธิการ (กมธ.) ยกร่างรัฐธรรมนูญ และสมาชิกสภาปฏิรูปแห่งชาติ (สปช.) ด้านสิ่งแวดล้อม กล่าวประเด็นนี้ไว้บนเวทีเสวนาหัวข้อ "การผลักดันบทบัญญัติในรัฐธรรมนูญกับการแก้ปัญหาสิ่งแวดล้อมในประเทศไทย" ในงาน 20 ปีชมรมนักข่าวสิ่งแวดล้อม

ดร.บัณฑูร บอกว่า กมธ.ยกร่างรัฐธรรมนูญได้ตั้งประเด็นจากข้อเสนอการปฏิรูปการบริหารจัดการด้านสิ่งแวดล้อมตามที่ สปช.นำเสนอมารวม 3 ข้อหลักๆ ได้แก่ 1.ข้อเสนอการปฏิรูปที่เกี่ยวโยงกับการแก้ไขกฎหมายที่มีอยู่แล้ว เช่น พระราชบัญญัติ (พ.ร.บ.) ส่งเสริมและรักษาคุณภาพสิ่งแวดล้อมแห่งชาติ พ.ศ.2535 และการตรากฎหมายใหม่

2.ข้อเสนอการปฏิรูปที่ไม่ใช่การแก้ไขปรับปรุงกฎหมาย แต่เป็นการปฏิรูปด้านนโยบาย มาตรการ และเครื่องมือการบริหาร เช่น การเปลี่ยนแปลงนโยบายด้านที่ดิน การปรับปรุงมติคณะรัฐมนตรีที่เกี่ยวข้อง เป็นต้น และ 3.ข้อเสนอการปฏิรูปที่เชื่อมโยงกับการร่างรัฐธรรมนูญใหม่

ทั้งนี้ 2 ข้อแรกอาจไม่เชื่อมโยงกับรัฐธรรมนูญใหม่โดยตรง แต่ข้อ 3 น่าจะเป็นเนื้อหาที่บัญญัติไว้ในรัฐธรรมนูญอย่างเป็นลายลักษณ์อักษร

"ในรัฐธรรมนูญฉบับใหม่ที่กำลังอยู่ในกระบวนการยกร่างนี้ มีบทบัญญัติอย่างน้อยใน 4 หมวดสำคัญที่ควรมีการปรับปรุงเปลี่ยนแปลงเพื่อแก้ไขปัญหาการบังคับใช้มาตรการด้านสิ่งแวดล้อมที่ผ่านมา และควรมีการบัญญัติเพิ่มเติมเพื่อให้เกิดความก้าวหน้าในการบริหารจัดการสิ่งแวดล้อมและทรัพยากรธรรมชาติให้สอดคล้องกับสภาพปัญหาที่แท้จริง รวมทั้งความเปลี่ยนแปลงของสภาพแวดล้อมทางสังคมและการเมืองในปัจจุบันต่อไปในอนาคตด้วย"

ดร.บัณฑูร แจกแจงว่า 4 หมวดหลักในรัฐธรรมนูญที่พูดถึง ได้แก่ หมวดสิทธิและเสรีภาพประชาชน โดยในหมวดนี้ได้ยืนยันและคุ้มครองสิทธิชุมชนในการบริหารจัดการฐานทรัพยากร รวมทั้งขยายการปกป้องคุ้มครองสิทธิชุมชนจากนโยบายหรือโครงการและกิจกรรมต่างๆ ที่จะเข้ามาส่งผลกระทบต่อชุมชน รวมทั้งยังมีการกำหนดแนวทางป้องกันไม่ให้สิทธิชุมชนถูกละเมิด โดยอาศัยข้อยกเว้นตามมาตรา 67 วรรค 2 จากรัฐธรรมนูญฉบับปี 2550 ด้วย

นอกจากนั้นยังได้มีการเพิ่มเติมและขยายสิทธิของประชาชน โดยแบ่งเป็นสิทธิในสิ่งแวดล้อมที่ดี เพื่อให้เป็นสิทธิของประชาชนที่จะได้อยู่ในสภาพแวดล้อมที่ดี และสิทธิในความยุติธรรมด้านสิ่งแวดล้อม ซึ่งเป็นสิทธิเชิงกระบวนการเพื่อใช้เป็นเครื่องมือที่จะป้องกันและแก้ไขปัญหาการถูกละเมิดสิทธิในสิ่งแวดล้อมที่ดี

สำหรับอีก 3 หมวดที่เหลือ ได้แก่ หมวดแนวนโยบายพื้นฐานแห่งรัฐ ได้มีการกำหนดให้ยึดแนวทางการพัฒนาอย่างยั่งยืน การสร้างธรรมาภิบาลด้านสิ่งแวดล้อม และรูปแบบการกำหนดสิทธิในทรัพยากร

ในหมวดการกระจายอำนาจสู่ท้องถิ่น ให้มีการกำหนดทิศทางและยุทธศาสตร์การพัฒนาระดับจังหวัดหรือกลุ่มจังหวัด เช่น ระบบลุ่มน้ำ และในหมวดปฏิรูป จะนำการประเมินสิ่งแวดล้อมระดับยุทธศาสตร์มาใช้ในการตัดสินใจระดับนโยบายสาขาและการพัฒนาพื้นที่

พร้อมทั้งจัดทำประมวลกฎหมายทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม และเตรียมจัดตั้งคณะกรรมการพัฒนาที่ยั่งยืน เพื่อเป็นกลไกกำหนดยุทธศาสตร์ที่ยั่งยืน สร้างความสอดคล้องระหว่างนโยบายการพัฒนาในมิติต่างๆ