วันเสาร์ ที่ 17 ตุลาคม 2569

Login
Login

ปีใหม่นี้ขอให้หายจากโรคสายตาแคบ

ใกล้จะปีใหม่อีกแล้ว ลองมาเช็คสุขภาพกันหน่อยว่าตอนนี้คุณเป็น “โรคสายตาแคบ” อยู่หรือเปล่า

โรคสายตาแคบ เกิดจากการทำอะไรซ้ำกันจนกลายเป็นความเคยชิน พอเห็นอะไรแปลกไปจากเดิม ก็พาลคิดไปว่าเป็นเรื่องไม่เข้าท่า โรคนี้เคยทำให้ธุรกิจยักษ์ใหญ่หลายต่อหลายแห่งต้องกระอักเลือด พลาดโอกาสงามๆ ทางธุรกิจกันมาแล้ว นี่คือตัวอย่างบางส่วนของความผิดพลาดที่เกิดจากโรคสายตาแคบ...

“ผมคิดว่าในโลกนี้ต้องการคอมพิวเตอร์แค่ห้าเครื่องเท่านั้น”

โธมัส วัตสัน ประธานบริษัทไอบีเอ็ม (ปี ค.ศ.1943)

“โทรศัพท์ไม่มีทางเป็นอุปกรณ์สื่อสารยอดฮิต เพราะมันมีข้อจำกัดมากเกินไป เครื่องมือนี้ไม่ใช่สิ่งที่จะเป็นประโยชน์ต่อธุรกิจของเราอย่างแน่นอน”

บันทึกภายในบริษัท ยูเอส เวสเทิร์นยูเนี่ยน (ปี ค.ศ. 1876)

“ภาพยนตร์ต้องมีคนพากย์ ภาพยนตร์ที่ดาราพูดเองน่ะ ไม่มีใครอยากดูหรอก”

เอช.เอ็ม.วอร์เนอร์ ผู้ก่อตั้งบริษัทวอร์เนอร์บราเธอส์ (ปี ค.ศ.1927)

“เราไม่ชอบเสียงดนตรีของพวกเขา วงดนตรีที่เล่นกีตาร์ได้แย่ขนาดนี้ไม่มีทางไปรอด”

เหตุผลผู้บริหารของเด็คการ์ เรคคอร์ด ตอนที่ปฏิเสธวงเดอะบีทเทิลส์ (ปี ค.ศ.1962)

แทบไม่น่าเชื่อเลยว่าคำพูดเหล่านี้ จะออกมาจากปากนักธุรกิจชั้นนำ บางที อาจเป็นเพราะวันๆ เอาแต่แก้ปัญหาในบริษัท พบแต่คนหน้าเดิมๆ ซึ่งมีความคิดแบบเหมือนกัน ไม่ได้ติดตามข่าวสารรอบตัว เลยไม่รู้ว่าตอนนี้โลกเขาไปถึงไหนกันแล้ว นานวันเข้า โรคสายตาแคบเลยรุนแรงมากขึ้น จึงตัดสินใจผิดพลาดอย่างเห็นกัน

ลองนึกดูว่า ในยุคนี้ ถ้าเราพกทัศนคติแบบนี้ไปทำงานทุกวัน จะเกิดอะไรขึ้นกับลูกน้องของเรา สินค้าของเรา และธุรกิจของเรา?

โรคสายตาแคบ ทำให้เราไม่เปิดกว้างรับฟังความคิดเห็นจากคนที่เราทำงานด้วย เพราะเชื่อว่า ที่เป็นอยู่ก็ดีอยู่แล้ว ไม่เห็นต้องไปเปลี่ยนอะไร เมื่อเป็นแบบนี้ คงไม่มีใครอยากจะเสนอความคิดเห็น เพราะเดากันได้ตั้งแต่แรกแล้วว่าจะได้รับคำตอบอย่างไร ลูกน้องที่ทำงานด้วย ถ้าอยู่แล้วไม่สนุกแต่ได้เงินดี ก็ยังพอทนทำงานอยู่ได้ ถ้าอยู่แล้วไม่สนุกแถมเงินน้อย ลูกน้องก็จะทยอยลาจากไปทีละคนสองคน

ผลการจากไปของลูกน้องแต่ละคน ไม่ใช่แค่มีคนทำงานน้อยลงเท่านั้น ลูกน้องแต่ละคน เขามีประสบการณ์ มีความรู้ในการทำงาน บางคนรู้จักกับลูกค้าของเราเป็นอย่างดี เรียกว่า ถ้าลูกค้าเข้ามาครั้งไหน ก็ต้องเรียกหาลูกน้องคนนี้เป็นประจำ ดังนั้น การที่ลูกน้องจากเราไป เท่ากับเราสูญเสียความรู้ ดีไม่ดีอาจเสียลูกค้าด้วยเช่นกัน

อาการอีกอย่างของโรค คือ ขาดแรงจูงใจในการปรับปรุงสินค้าให้ดีขึ้นกว่าเดิม เนื่องจากมองว่า สภาพรอบตัวไม่เปลี่ยน คู่แข่งก็ยังไม่มีอะไรใหม่ ของยังขายได้อยู่ ลืมนึกไปว่า สินค้าของคู่แข่งที่ยังเหมือนเดิมในวันนี้ ไม่ได้หมายความว่าพรุ่งนี้เขาจะไม่ออกสินค้าตัวใหม่ออกมา การที่ลูกค้าซื้อของเราในวันนี้ อาจเป็นเพราะยังไม่มีของใหม่ที่ถูกใจกว่า หากต่อไปมีสินค้าที่ดีกว่านี้ออกมา พวกเขาก็พร้อมจะเปลี่ยนใจไปซื้อสินค้าเหล่านั้นแทนสินค้าของเราในทันที

ปัญหาลูกน้องทำงานแบบซังกะตาย สินค้าย่ำอยู่กับที่ ทำให้ลูกจะค้ารู้สึกว่า ธุรกิจของเราขาดชีวิตชีวา ไม่มีมีเสน่ห์เหมือนเดิมอีกต่อไป ความรู้สึกผูกพันกับจึงลดลงไป แม้ไม่ออกอาการให้เห็นในทันที แต่เมื่อไหร่ที่เจอทางเลือกที่ดีกว่า ลูกค้าก็ปันใจและปันเงินไปให้ได้ไม่ยากนัก

สุดท้ายแล้ว โรคสายตาแคบนี้จะไปบั่นทอนอายุขัยของธุรกิจ แต่กว่าจะรู้ตัวว่าธุรกิจมีปัญหา ก็เป็นตอนที่ปัญหารุนแรง จนแก้ไขไม่ได้เสียแล้ว เนื่องจากอาการที่แสดงออกมาเป็นผลสั่งสมของปัญหาปลีกย่อยจำนวนมากเป็นเวลายาวนาน พอรู้ตัว ก็ตกใจ กังวล คิดอะไรไม่ออก ไม่รู้จะเริ่มต้นตรงไหน สุดท้ายเลยเลือกใช้วิธีคิดแบบเดิมๆ ในการแก้ปัญหา ทั้งที่วิธีการคิดแบบนี้แหละที่เป็นสาเหตุของปัญหา ยิ่งแก้ ก็ยิ่งเร่งให้ธุรกิจถึงจุดจบเร็วขึ้น เราคงเคยกันมาบ้างแล้วว่า ธุรกิจหลายแห่งที่กำลังจะเจ๊ง พยายามต่อชีวิตด้วยการกระตุ้นยอดขาย ลดแลกแจกแถมสารพัด หรือไม่ก็รัดเข็มขัดจนเอวกิ่ว แต่สุดท้ายก็ไม่รอดอยู่ดี

ยาดีที่ป้องกันโรคนี้กำเริบ คือ การตั้งคำถามพื้นฐานง่ายๆ ว่า เราจะทำอะไรใหม่ให้ธุรกิจของเราดีขึ้นได้บ้าง แนวโน้มของตลาดเป็นอย่างไร ความเปลี่ยนแปลงอะไรที่น่าสนใจ แล้วให้ทุกคนช่วยกันออกความเห็น แค่นี้เพียงพอแล้วที่จะสะกดโรคสายตาแคบไว้ได้ แถมยังเป็นการเสริมสร้างความเข้มแข็งให้กับธุรกิจของเรา

สุดสัปดาห์นี้ลองหาหนังสือใหม่ๆ มาอ่าน ฟังเพลง ดูหนัง ฟังวิทยุ ดูโทรทัศน์ช่องที่ไม่เคยดูเคยฟัง ไปเที่ยวต่างจังหวัด คุยกับคนที่ไม่เคยคุยด้วยมานานแล้ว ไปร่วมสัมมนาในเรื่องที่ไม่เกี่ยวกับเราโดยตรง ไปงานแสดงสินค้าที่ไม่ได้อยู่ในธุรกิจเดียวกับเรา หรือทำอะไรก็ได้ที่ไม่ค่อยได้ทำ เพื่อเปิดหูเปิดตาตัวเอง เปิดหูเปิดตาได้เมื่อไหร่ ความคิดสร้างสรรค์จะหลั่งไหลออกมา เดี๋ยวก็ได้ความคิดใหม่ๆ ไปใช้ในการทำธุรกิจ

ปีใหม่นี้ เรามาบอกลาโรคสายตาแคบ และให้ความสำเร็จเป็นของขวัญแก่ตัวเองกันดีกว่า