สัก 2 สัปดาห์ที่ผ่านมามีข่าวเล็กๆ ที่ไม่ได้เป็นประเด็นใหญ่โตนัก คือ นายกรัฐมนตรีและหัวหน้า คสช.
พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา ส่งสัญญาณใช้อำนาจตามรัฐธรรมนูญชั่วคราว พ.ศ.2557 มาตรา 44 ให้ผู้บริหารองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น (อปท.) ที่กำลังจะหมดวาระช่วงต้นปี 2558 รักษาการในตำแหน่งเดิมต่อไป โดยยังไม่จัดเลือกตั้ง
จริงๆ เรื่องไม่จัดการเลือกตั้งผู้บริหารสภาท้องถิ่นที่หมดวาระไม่ใช่เรื่องใหม่ แต่ทำมานานแล้วตั้งแต่ คสช.เข้าควบคุมอำนาจการปกครองและประกาศกฎอัยการศึก
ก็ทหารปกครองประเทศ จะยอมให้มีเลือกตั้งได้อย่างไร...
แต่ประเด็นใหม่จากข่าวเล็กๆ ที่หยิบมาเขียนถึงนี้ คือ การจะให้ผู้บริหาร อปท.ที่หมดวาระนั่นแหละรักษาการในตำแหน่งเดิมต่อไป ไม่สรรหา"คณะผู้บริหารชั่วคราว"เข้าไปทำหน้าที่แทน ตามประกาศ คสช.ฉบับที่ 85-86/2557 ซึ่งประกาศไว้เมื่อวันที่ 15 ก.ค.57
เหตุผลก็คือจะไม่ใช้วิธีการ"คัดคนนอก"เข้ามาทำหน้าที่แบบก่อนหน้านี้ เพราะจะทำให้เกิดความขัดแย้ง...
ที่บอกว่าประเด็นนี้น่าสนใจก็เพราะสัญญาณที่ส่งออกมานี้ แปลว่า คสช.กำลังใส่เกียร์ถอยเรื่อง"สภาท้องถิ่นลากตั้ง"ใช่หรือไม่ เนื่องจากยอมรับแล้วว่าที่ตั้งเข้าไปมีปัญหาเพียบ
ถ้าใช่ก็นับว่าเป็นข่าวดี แม้การให้ผู้บริหาร อปท.ที่หมดวาระนั่งรักษาการต่อไป จะก่อปัญหาใหม่ตามมาบ้างก็ตาม เพราะช่วงเวลารักษาการน่าจะยาวพอสมควร ประกอบกับมีผู้บริหาร อปท.ที่จะหมดวาระในช่วงต้นปี 2558 นี้มากกว่า 1,000 แห่ง แต่ก็น่าจะดีกว่าระบบสรรหาข้าราชการดังที่ทำกันอยู่
ย้อนกลับไปพิจารณาประกาศ คสช.ฉบับที่ 85/2557 มีสาระว่าด้วยการเปลี่ยนวิธีการได้มาซึ่งสมาชิกสภาท้องถิ่นและผู้บริหารท้องถิ่นที่หมดวาระหลังจาก คสช.เข้าควบคุมอำนาจการปกครอง โดยไม่ให้มีการเลือกตั้งใหม่ แต่ให้ใช้วิธีการสรรหาแทนเป็นการชั่วคราว และกำหนดให้จำนวน 2 ใน 3 ของสมาชิกสภาท้องถิ่นที่ได้จากการสรรหานั้น ต้องเป็นข้าราชการหรือเคยเป็นข้าราชการระดับชำนาญการพิเศษ ระดับ 8 หรือเทียบเท่าขึ้นไป
ขณะที่คณะกรรมการสรรหาในแต่ละจังหวัด กำหนดให้ผู้ว่าราชการจังหวัดเป็นประธาน และมีข้าราชการหรือตัวแทนองค์กรอิสระในจังหวัดนั้นๆ ร่วมเป็นกรรมการ
ส่วนประกาศ คสช.ฉบับที่ 86/2557 เป็นกรณีเฉพาะกรุงเทพมหานคร (กทม.)
ตั้งแต่เริ่มปฏิบัติตามประกาศ คสช.ดังกล่าวนี้ ก็ปรากฏปัญหามากมาย สรุปอย่างกว้างๆ ก็เช่น
1.สมาชิกสภาท้องถิ่นที่ได้จากการสรรหา โดยมากมักเป็นข้าราชการ จนเกิดภาวะข้าราชการยึดสภาท้องถิ่น
2.ถูกตั้งคำถามเรื่องรับเงินเดือน 2 ทาง คือ ตำแหน่งราชการเดิม กับตำแหน่งสมาชิกสภาท้องถิ่นที่ได้รับการแต่งตั้ง
3.หลายคนที่ได้รับการสรรหาเข้าไปทำหน้าที่ ไม่ได้อยู่ในพื้นที่ที่ อปท.นั้นๆ ตั้งอยู่ แม้จะอยู่ในจังหวัดเดียวกัน ทำให้การปฏิบัติภารกิจดูแลประชาชนไม่ทั่วถึง ไม่ใกล้ชิดเหมือนผู้บริหารที่มาจากการเลือกตั้ง
4.มีปัญหาเรื่องการตรวจสอบ เพราะ คสช.ออกข้อกำหนดในประกาศ คสช.ว่ามิให้นำประเด็นการขัดกันแห่งผลประโยชน์มาบังคับใช้
ช่วงนั้นก็มีสมาคมหรือสันนิบาตของ อปท.ออกมาเรียกร้องให้ คสช.ทบทวนประกาศ แต่ก็ไม่ได้รับการสนองตอบ
กระทั่งระยะหลัง...เมื่อนานวันเข้า ปัญหาเริ่มบานปลายหนักขึ้น เทศบาลบางแห่งที่ จ.ตาก สรรหาข้าราชการระดับ 8 เข้าไปทำหน้าที่แทน พอถึงฤดูโยกย้าย ปรากฏว่าข้าราชการเหล่านั้นถูกย้ายไปอยู่จังหวัดอื่น ทำให้สมาชิกสภาหายไปครึ่งหนึ่ง ทำงานไม่ได้
ส่วนเทศบาลอีกหลายแห่ง เวลานัดประชุม ข้าราชการที่ได้รับแต่งตั้งเข้าไปก็ไม่ได้อยู่ในพื้นที่ จะลงมติในกิจการงานใด สภาก็ล่ม งานก็สะดุด
ประชุมสภายังไม่ได้ แล้วจะไปหวังเรื่องให้บริการหรือออกเยี่ยมเยียนประชาชนได้อย่างไร หลายพื้นที่ชาวบ้านบ่นว่า"วังเวงเหลือเกิน"
ฉะนั้นการใช้อำนาจตามรัฐธรรมนูญมาตรา 44 สำหรับกรณีนี้ ถือเป็นเรื่องสร้างสรรค์ และน่าจะแก้ปัญหาเฉพาะหน้าได้ดีที่สุด!









