ผู้อ่าน ไอทีไร้พรมแดน หลายๆ ท่านที่ติดตามกันมานานอาจจะพอทราบว่านอกจากเรื่องทันสมัยไฮเทคแล้ว
ผมยังชื่นชอบสุนทรียศิลป์ผ่านงานศิลปะหลายๆ ประเภท เพราะผมเห็นว่าศิลปะเป็นส่วนหนึ่งของชีวิต เป็นจินตนาการที่มีคุณค่าในตัวเอง และเป็นสิ่งที่สืบทอดเพื่อแสดงอารมณ์และความรู้สึกนึกคิดของคนรุ่นหนึ่งที่ถ่ายทอดมาถึงคนรุ่นหลังได้
ในแง่มูลค่า ศิลปะก็สามารถเปลี่ยนกระดาษธรรมดาๆ ที่ไม่มีราคาค่างวดอะไรให้มีมูลค่าในตัวเองได้ ศิลปะจึงสร้างสรรค์ขึ้นมาได้จากความว่างเปล่า กลายเป็นผลงานที่มีคนยอมรับ และกลายเป็นสินทรัพย์ที่ประเมินค่าไม่ได้
หนึ่งในศิลปินรุ่นใหม่ที่มีผลงานโดดเด่นคือ Phil Hansen ที่แม้จะมีอายุเพียง 35 ปีแต่ก็ต้องเผชิญชะตากรรมที่ไม่คาดฝันด้วยอาการป่วยที่ทำลายระบบประสาทลงอย่างถาวรตั้งแต่ยังเรียนชั้นมัธยม จนไม่สามารถทำในสิ่งที่เขารักคือการใช้จุด จุด จุด ในการวาดภาพได้อีก
ด้วยอาการที่สั่นอย่างควบคุมไม่ได้ ฟิลจึงไม่อาจวาดภาพได้อย่างเดิม ในความเศร้าโศกเสียใจในโชคชะตา ฟิลกลับคิดได้ว่าแม้จะวาดภาพเหมือนเดิมไม่ได้ แต่ตัวเองจะอับจนหนทางเพียงเพราะสาเหตุนี้เองหรือ แล้วนิยามของศิลปะคืออะไร และเขาจะเปลี่ยนแปลงมันใหม่ได้บ้างหรือไม่
ฟิลจึงมองหามุมมองใหม่ๆ ในการนำเสนอผลงานทางศิลปะ โดยใช้ทุกสิ่งรอบตัวเป็นสื่อในการสร้างสรรค์ผลงาน นับตั้งแต่กำแพง และวัตถุดิบทุกอย่าง กระทั่งแยมทาขนมปัง เพื่อสร้างศิลปะในลักษณะสื่อผสมสร้างเป็นภาพเพื่อสื่อความหมายและเรื่องราว
ศิลปะกลายเป็นสิ่งไร้ขีดจำกัด ทั้งวัสดุ อุปกรณ์ และสถานที่ ทำให้เขาค้นพบสิ่งใหม่ในตัวเอง ศิลปะไม่ใช่จุด จุด จุด แต่เป็นอะไรที่มากกว่านั้น อุปสรรค์ที่ทำให้ฟิลไม่สามารถวาดภาพได้เหมือนเดิมจึงกลายเป็นการเปิดโอกาสครั้งใหญ่ในชีวิต เพื่อค้นพบตัวตนใหม่ของตัวเองในโลกของศิลปะ
สำหรับผมแล้ว เรื่องของฟิล ไม่ใช่แค่เรื่องราวของศิลปิน หรือมุมมองทางศิลปะ แต่นี่คือชีวิตที่สะท้อนว่าทุกคนมีสิ่งที่เรารักและชอบที่จะทำ แต่อุปสรรคไม่ใช่ตัวขวางกั้นไม่ให้เราไปถึงปลายทางที่ตั้งใจเอาไว้ และชีวิตที่ไร้ซึ่งอุปสรรคก็อาจทำให้เราไม่แข็งแกร่งอย่างที่ควรจะเป็น
คนที่ชอบรสหวาน หากให้ทานแต่ของหวานที่อุดมไปด้วยน้ำตาลทุกมื้อทุกวันตลอดทั้งเดือนและปี สุดท้ายแล้วก็คงไม่มีความสุขกับการกิน เพราะไม่เคยได้ลิ้มลองรสชาติอื่นๆ ทั้งมัน เค็ม เปรี้ยว เผ็ด ที่คลุกเคล้ากันจนกลมกล่อม
เช่นเดียวกับธุรกิจที่เราไม่อาจเฝ้าฝันถึงแต่วันที่เศรษฐกิจรุ่งเรืองก้าวหน้า ยอดขายมีแต่เติบโตโดยไม่มีสิ่งใดเป็นอุปสรรค์ให้ยอดขายหรือกำไรลดน้อยถอยลง ไม่มีใครอยากประสบกับภาวะเช่นทุกวันนี้ที่สินค้าไอทียังคงซบเซาและกำลังซื้อในประเทศที่หดตัวเพราะความไม่เชื่อมั่นทางการเมือง
ประเทศไทยของเราผ่านวังวนของวิกฤติเศรษฐกิจไปแล้วหรือยังอาจไม่มีใครบอกได้ เพราะเราใช้ชีวิตอยู่บนความไม่แน่นอนสูงมาก หลายปีที่ผ่านมา มีการปิดสนามบิน ปิดถนน ปิดย่านสำคัญใจกลางเมือง นักธุรกิจเจ้าของกิจการเดือดร้อนกันมาก
กีฬาสีในบ้านเราไม่ได้ส่งผลกระทบเฉพาะในเมืองหลวงเพราะต่างชาติที่เกิดความกังวลใจก็จะไม่สนใจว่าปัญหาเกิดขึ้นเฉพาะกรุงเทพฯ ไม่เกี่ยวอะไรกับภูเก็ตหรือจังหวัดท่องเที่ยวอื่นๆ การค้าขายในช่วงนี้จึงถือว่ามีความผันผวนเป็นปกติ
แล้วเราจะปรับตัวอย่างไร จะสร้างอะไรที่นอกเหนือจาก จุด จุด จุด เป็นของตัวเองเหมือนฟิล แฮนเซ่นที่สร้างสรรค์สิ่งใหม่ๆ มาประยุกต์ใช้เพื่อสร้างโอกาสใหม่ให้กับตัวเองได้ไหม ทุกคนคงรู้คำตอบกันอยู่แล้ว








