วันศุกร์ ที่ 16 ตุลาคม 2569

Login
Login

ดีเอสไอห่วงภัย'แชร์ลูกโซ่'

อธิบดีกรมสอบสวนคดีพิเศษ หรือ ดีเอสไอ สุวณา สุวรรณจูฑะ แสดงความเป็นห่วงประชาชน

ที่เมื่อเข้าสู่วงจรแชร์ลูกโซ่แล้ว มักจะหมดเนื้อหมดตัว เป็นปัญหาทั้งทางด้านเศรษฐกิจ และสังคม กรมสอบสวนคดีพิเศษ ที่เคยช่วยเหลือลูกแชร์ที่ถูกหลอกลวง จึงแสดงความเป็นห่วงเมื่อเห็นว่าปัญหานี้กำลังกลับมาระบาดอย่างหนัก

>>>25 พ.ย. 2557 ที่ศูนย์ดำรงธรรมจังหวัดอุดรธานี กลุ่มชาวบ้านนำโดย นายธงชัย วิจิตรขจี อายุ 64 ปี พร้อมพวกรวม 9 คน เข้าร้องทุกข์ว่า ถูก บริษัท ดิจิตอลคราวน์ โฮลดิ้ง จำกัด ตั้งอยู่อาคารแพลตตินั่ม ถนนสุระนารายณ์ ต.ในเมือง อ.เมือง จ.นครราชสีมา หลอกให้ไปร่วมลงทุน ในลักษณะแชร์ลูกโซ่ ขายตะเกียงน้ำมันหอมระเหย แล้วปิดบริษัทหลบหนี ทำให้ไม่ได้รับเงินคืน บางรายขายบ้านมาลงทุนจนหมดตัว

>>> 1 ธันวาคม 2557 มีผู้เข้าแจ้งความดำเนินคดี นายตันติกร หรือ โอม เกตกินทะ และ นางพรนภา หรือ ตาล สุขสุวรรณ กรรมการผู้จัดการ หจก.พรนภา เซอร์วิส 2556 ในความผิดฐานร่วมกันฉ้อโกง นางพรนภา และ นายตันติกร ชักชวนให้ผู้หลวงเชื่อร่วมลงทุนในธุรกิจซ่อมอะไหล่เครื่องจักรโรงงานของ หจก.ดังกล่าว โดยอ้างว่า จะได้รับผลตอบแทนตามจำนวนเงินที่ลงทุน

>>> วิริยา สุขสุวรรณ ซึ่งเป็นญาติแท้ๆ ของ นางพรนภา ซึ่งถูกหลอกด้วย บอกว่า ครั้งแรกก็ยังไม่มั่นใจ จึงทดลองร่วมลงทุน 30,000 บาท เพียง 7 วัน หลังจากนั้น ก็ได้รับการโอนเงินคืนกลับมา 37,000 บาท ต่อมาก็ลงทุนเพิ่มไปอีก โดยรวบรวมเงินโอนไป 440,000 บาท ได้รับเงินคืน 620,000 บาท เมื่อเห็นว่า มีผลกำไรดี ตนจึงชักชวนคนรู้จักให้หาเงินมาร่วมลงทุนทำธุรกิจด้วย จนมีการโอนเงินเพื่อลงทุนธุรกิจดังกล่าวรวมกว่า 20 ล้านบาท

>>> แต่หลังจากนั้น ก็เริ่มไม่ได้รับเงินโอนกลับคืนมาอีก จึงพยายามทวงถาม แต่ก็ไม่สามารถติดต่อนางพรนภา ได้

>>> กรณีนี้ อธิบดีดีเอสไอ สุวณา บอกว่า แม้ว่าดีเอสไอ จะมีอำนาจหน้าที่ปราบปรามผู้กระทำผิด แต่ทำได้ยากมาก และกว่าจะจับได้ก็เกิดความเสียหายไปมาก ดังนั้น รัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรม พล.อ.ไพบูลย์ คุ้มฉายา จึงมอบให้ดีเอสไอ ไปหามาตรการเชิงป้องกัน ด้วยการให้ความรู้ประชาชน ให้รู้เท่าทันจะได้ไม่ตกเป็นเหยื่อ เพราะแชร์ลูกโซ่ ต้องการให้ประชาชนเข้ามาสนใจว่าจะมีรายได้ ซึ่งจำนวนเงินมากเกินกว่ามนุษย์ทั่วไปจะทำให้เกิดรายได้มากขนาดนี้ สิ่งเหล่านี้ประชาชนควรทราบว่าสิ่งเหล่านี้เกิดขึ้นไม่ได้ ถ้าประชาชนเข้าไปในวงจรนี้เท่ากับยอมรับที่จะตกเป็นเหยื่อจนหมดเนื้อหมดตัว

>>> การตกเป็นเหยื่อแชร์ลูกโซ่คือหายนะเพราะอยากรวย ถ้าหากว่ารู้ว่าธุรกรรมนี้จะทำให้เกิดความเสียหาย ต้องไม่ตกเป็นเหยื่อของ "ความโลภ" ถ้าไปดำเนินคดีความเสียหายก็ยังคงอยู่ และรัฐไม่สามารถเข้ามาเยียวยาความเสียหายเหล่านี้ได้

>>> อธิบดีดีเอสไอ สุวณา บอกว่า แชร์ลูกโซ่มีพัฒนาการที่ซับซ้อนขึ้นเรื่อยๆ ยากต่อการเข้าใจ ถ้าประชาชนคิดถึงข้อเท็จจริงว่าถ้าหากเขาลงทุนแล้วได้ผลตอบแทนตามที่เขาอ้าง ปัจจุบัน ก็คงจะมีแต่คนร่ำรวย ไม่มีคนยากจน มันเป็นสิ่งที่ "เป็นไปไม่ได้"