วันศุกร์ ที่ 16 ตุลาคม 2569

Login
Login

"มากกว่า"ภาษี บ้านเมืองต้องสงบ

ครม.ประยุทธ์ 1 เพิ่งอนุมัติมาตรการส่งเสริมการจัดตั้ง "สำนักงานใหญ่ข้ามประเทศ" (ไอเอชคิว)

และ "บริษัทการค้าระหว่างประเทศ (ไอทีซี)" ในประเทศไทย ไปสดๆ ร้อนๆ

ทั้งมาตรการจูงใจทางภาษี และมาตรการที่ไม่ใช่ภาษี ด้วยการแก้ไขกฎระเบียบต่างๆ

นับว่าเป็นการดำเนินการที่ค่อนข้างฉับไว จากการวันแรกของการประกาศนโยบายนี้ ผ่านคำบอกเล่าของแม่ทัพเศรษฐกิจ ม.ร.ว. ปรีดิยาธร เทวกุล รองนายกรัฐมนตรี เพื่อสนับสนุนให้กรุงเทพฯเป็น "ศูนย์กลางการค้าการลงทุน" ของภูมิภาค

เพราะหากยึดตาม "ชัยภูมิ" ของไทยแลนด์ นับว่าเหมาะ !! จากพื้นที่ตั้ง ที่เป็น "ไข่แดง" กลางอาเซียน 10 ประเทศ

ยิ่งกำลังจะเปิดประชาคมเศรษฐกิจอาเซียน (เออีซี) ในวันที่ 1 ม.ค. 2559 ด้วยแล้ว

ลงรายละเอียดมาตรการ มีทั้งการลดและยกเว้นภาษี ภาษีเงินได้นิติบุคคล ภาษีเงินได้บุคคลธรรมดา ภาษีธุรกิจเฉพาะ รวมถึงภาษีเงินได้หัก ณ ที่จ่าย

ส่วนมาตรการอื่นที่ไม่ใช่ภาษี จะเป็นเรื่องของการอำนวยความสะดวกให้กับนักลงทุน ทั้งการอนุญาต การออกวีซ่าและใบอนุญาตทำงาน เพื่ออำนวยความสะดวกให้กับการจัดตั้งไอเอชคิวและไอทีซี รวมทั้งสำนักงานคณะกรรมการส่งเสริมการลงทุน หรือ บีโอไอจะไปจัดทำมาตรการส่งเสริมการลงทุน รวมถึงการจัดตั้งศูนย์บริการแบบเบ็ดเสร็จ รองรับการแข่งขันในการค้าระหว่างประเทศที่เพิ่มขึ้น

ถามว่า "มาตรการเหล่านี้" เพียงพอสำหรับจูงใจ นักลงทุนต่างชาติ ให้หันมามองไทย แทนการมอง "สิงคโปร์" ที่เป็นโลโก้ของอาเซียน ในเรื่องการเป็น ศูนย์กลางการค้า (Hub Trading) หรือไม่ ?!

คำตอบคือ น่าจะพอฟัดพอเหวี่ยง ในการดึงดูดการลงทุน เพราะรัฐย่อมทำการบ้านมาอย่างดี "เปรียบมวย" ว่ามาตรการเหล่านี้ต้องเหนือกว่าสิทธิประโยชน์ที่สิงคโปร์ให้

ทว่า เพียงแค่มาตรการ ไม่อาจดึงดูดการลงทุนได้เสมอไป !!

บรรยากาศการลงทุน ยังเป็นสิ่งที่ "นักลงทุนต่างชาติ" ใช้เป็น "มาตรวัด" ในการตัดเชือกว่าจะไปลงทุนที่ไหน ?

"การเมืองนิ่ง" ประเทศสงบ จะเป็นพลังบวก "เรียกแขก" ให้เฮโล เข้ามาลงทุนในไทย

อย่างที่ เศรษฐีฟอร์บส์ ประธานกรรมการและประธานคณะผู้บริหารเครือเจริญโภคภัณฑ์ "ธนินท์ เจียรวนนท์" ให้พูดไว้ก่อนหน้านี้ว่า..

"ขอเพียงบ้านเมืองสงบ เศรษฐกิจจะดีมากหรือดีน้อยเท่านั้น แต่ปีหน้าจะต้องดีกว่าปีนี้แน่นอน"

การเข้ามาตั้งสำนักงานใหญ่ข้ามประเทศในไทย ยังจะสร้างอานิสงส์ทั้งทางตรง ทางอ้อมให้กับภาคธุรกิจที่เกี่ยวโยง อาทิ จะดันให้ธุรกิจอาคารสำนักงานให้เช่า ที่บูมอยู่แล้วให้บูมขึ้นอีก จากพื้นที่อาคารสำนักงานทั้งหมดในปัจจุบัน ที่มีพื้นที่ว่างเพียง 9.2% ถือเป็นอัตราการว่างพื้นที่ "ต่ำที่สุด" ในรอบ 20 ปี

ไหนจะการประกาศแผนก่อสร้างห้างค้าปลีกขนาดใหญ่ หลายโครงการ ระดับโครงการละหลายหมื่นล้านบาท ก็น่าจะได้รับอานิสงส์ จากการเคลื่อนย้ายบุคลากรต่างชาติตามมาในไทย

ขอเพียง..บ้านเมืองสงบ ท่องไว้ !!!