รัฐบาลผลักดันร่างกฎหมายจัดเก็บภาษีมรดกออกมา โดยหลักการต้องการลดความเหลื่อมล้ำด้านรายได้
ซึ่งถือเป็นกฎหมายฉบับแรกๆ ที่มีเป้าหมายเพื่อลดความเหลื่อมล้ำทางด้านรายได้โดยตรง แม้ว่ากฎหมายดังกล่าวจะถูกวิพากษ์วิจารณ์ในเรื่องความคุ้มค่าในการจัดเก็บ และยังมีช่องว่างให้เกิดการหลีกเลี่ยงกันได้ง่าย ดังนั้น หากหวังว่าจะเป็นรายได้เข้าแผ่นดินอย่างมีนัยสำคัญนั้นคงต้องเลิกหวังไปได้ เพราะหากตัวเลขที่กรมสรรพากรระบุว่ามีผู้เข้าข่ายเพียง 1 หมื่นรายทั่วประเทศ ซึ่งถือว่าน้อยมาก
อย่างไรก็ตาม นับว่าเป็นความกล้าหาญของรัฐบาลในปัจจุบัน ที่สามารถผลักดันออกมาได้ เพราะที่ผ่านมาในทุกรัฐบาลไม่มีใครกล้าผลักดันออกมาเป็นกฎหมายได้ ซึ่งไม่ว่าจะเป็นเห็นผลจากกระแสการต่อต้านหรือการมีส่วนได้เสียของบรรดานักการเมืองก็ตาม และอาจถือได้ว่าเป็นจุดเริ่มต้นของการผลักดันกฎกติกาทางสังคม ที่ออกมาเพื่อแก้ปัญหาความเหลื่อมล้ำของประเทศ หลังจากประเด็นความเป็นธรรมมีการพูดถึงกันมานาน โดยเฉพาะเป็นประเด็นความเคลื่อนไหวทางการเมืองในช่วง 4-5 ปีที่ผ่านมา
หากรัฐบาลมีความตั้งใจแก้ปัญหาความเหลื่อมล้ำ และแก้ไขในเรื่องความเป็นธรรมด้านรายได้แล้ว รัฐบาลยังมีเรื่องใหญ่ที่ต้องทำอีกมาก เช่น การแก้กฎหมายและข้อบังคับต่างๆ ที่ยังเป็นปัญหา ไม่ว่าจะเป็นเรื่องอัตราภาษีรายได้ หรือสิทธิลดหย่อนทางภาษีหลายรายการที่ยังเป็นปัญหา โดยเฉพาะภาษีที่ดินและสิ่งปลูกสร้าง ซึ่งขณะนี้รัฐบาลกำลังพิจารณาในรายละเอียด ซึ่งกฎหมายดังกล่าวถือว่ามีความสัมพันธ์โดยตรง กับเรื่องการกระจายรายได้และสร้างความเป็นธรรมในสังคม หากมีการจัดเก็และอัตราภาษีที่มีประสิทธิภาพมากพอ
รัฐบาลโดยพล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) กล่าวหลายครั้งว่ารัฐบาลพยายามจะวางโครงสร้างเพื่อแก้ปัญหาระยะยาวของประเทศ เพื่อไม่ให้สังคมไทยกลับมาสู่ความขัดแย้งเหมือนที่ผ่านมา ซึ่งสร้างความเสียหายให้กับสังคมไทยโดยรวมอย่างมาก เราเชื่อว่าการขจัดสาเหตุของความไม่เป็นธรรมในสังคมด้านรายได้ออกไป และสร้างกฎกติกาขึ้นมาใหม่ จะเป็นการวางโครงสร้างให้กับสังคมไทยในระยะยาวอย่างดีเยี่ยม
หากใครติดตามความขัดแย้งในหลายประเทศทั่วโลก และเป็นความขัดแย้งที่เกิดการใช้ความรุนแรงระหว่างกัน เราจะเห็นว่าล้วนแต่มีสาเหตุมาจากการเรียกร้องความเป็นธรรมทั้งสิ้น และนับวันปัญหาเรื่องความเป็นธรรมและกระจายรายได้ที่เป็นธรรมจะมีมากขึ้นเรื่อยๆ หากสังคมไทยไม่มีโครงสร้างทางกฎหมายและกฎกติกาเพื่อแก้ปัญหาเอาไว้ เราเชื่อว่าในอนาคต เราคงไม่อาจหลีกเลี่ยงสถานการณ์เดียวกับหลายประเทศที่กำลังเผชิญอยู่ในขณะนี้ และสังคมไทยก็มีแนวโน้มเช่นนั้น หากดูจากการกระจุกตัวของรายได้ของประเทศ
เราเห็นว่าเมื่อรัฐบาลเริ่มต้นจากภาษีมรดก ซึ่งเป็นจุดเริ่มต้นที่น่ายกย่อง ก้าวต่อไปรัฐบาลน่าจะผลักดันมาตรการในลักษณะเดียวกันในประเด็นอื่นที่ยังเป็นปัญหา และเราเชื่อว่าหากมาตรการทางกฎหมายหรือการแก้ปัญหาความเป็นธรรมออกมา รัฐบาลจะได้รับการสนับสนุนจากประชาชนในวงกว้างมากกว่าเสียงคัดค้าน เพราะปัจจุบัน สังคมไทยเริ่มมีปัญหาความเหลื่อมล้ำชัดเจนขึ้นเรื่อยๆ จนยากจะแก้ไขได้ และหากสถานการณ์เช่นนี้ยังดำรงอยู่ ความขัดแย้งรุนแรงในอนาคตคงเป็นสิ่งหลีกเลี่ยงไม่ได้








