ข้อที่ควรปรับปรุงในร่างพ.ร.บ. ภาษีมรดก (ต่อ)

มีผู้ถามมาว่า เพื่อหลีกเลี่ยงภาษีมรดก ตอนนี้เขาจะโอนบ้านที่ดินของเขาไปให้ลูกเขาก่อน
แต่เพื่อป้องกันภัยที่ว่าในอนาคตลูกจะทำธุรกิจพลาดถูกยึดบ้านที่ดิน ตัวพ่อแม่เลยโดนเจ้าหนี้ของลูกไล่จากบ้าน หรืออีกหน่อยลูกจะเห็นคนอื่นดีกว่า เลยหันมาไล่พ่อแม่ออกนอกบ้าน เขาเลยจะจดทะเบียนสิทธิให้พ่อแม่มีสิทธิอาศัย สิทธิเก็บกิน หรือสิทธิเหนือพื้นดินตามกฎหมาย เขาถามว่าสิทธิอย่างไหนจะดีกว่า ผมบอกเขาตอนนี้ควรรอดู รัฐบาลและ สนช. ก่อนครับ ทำอะไรตอนนี้ก็เสี่ยงทั้งนั้น เช่นถ้าโอนบ้านที่ดินให้ลูกไปแล้วลูกบังเอิญตายก่อน ลูกก็ทิ้งบ้านที่ดินเป็นมรดกกลับมาให้พ่อแม่เสียภาษีมรดกเสียเอง สรรพากรเขาคงหัวเราะจนฟันร่วงเลย ถ้าพ่อแม่ป่วยไข้ต้องใช้เงินรักษามาก ลูกเอาเงินมาจ่ายค่ารักษาให้แต่ลูกผู้จ่ายเงินนั้นบังเอิญตายในสองปีหลังจ่ายเงิน พ่อแม่ผู้ป่วยไข้เลยต้องเสียภาษีมรดกในค่ารักษาที่ลูกกตัญญูมาช่วยรักษาพยาบาลหรือเปล่า
ข้อต่อๆ ไปที่ควรปรับปรุงในร่าง พ.ร.บ. ภาษีมรดก คือ
(5) ปกติราคาอสังหาริมทรัพย์เพิ่มขึ้นเพราะเป็นผลของเงินเฟ้อหรือเหตุต่างๆ ที่ไม่ใช่ความรับผิดชอบของทายาท การเก็บภาษีมรดกจากอสังหาริมทรัพย์ที่เป็นที่อยู่อาศัยนั้นจึงเป็นการลงโทษทายาทจนเกินควร เช่น ข้าราชการเก็บเงินกับคู่สมรสรวมกับรายได้อื่น ผ่อนชำระได้บ้านและที่ดินเก่าแก่มูลค่า 30 ล้าน อยู่กลางเมือง ใช้อยู่อาศัยมาสามสิบปีมาอย่างสงบสุขเลี้ยงลูกจนเติบใหญ่ อสังหาริมทรัพย์นั้นก็ยังเป็นบ้านหลังเก่า แต่เป็นเพราะเงินเฟ้อในช่วงสามสิบปีที่ผ่านไป บ้านและที่ดินนั้นมีมูลค่าเพิ่มขึ้นเป็นหกสิบล้าน ก็ไม่ได้หมายความว่าข้าราชการท่านนั้นร่ำรวยมากขึ้น เพราะบ้านก็ยังเป็นหลังเก่าบนที่ดินเดิม เงินในบัญชีของคู่สามีภรรยาก็ไม่ได้มากขึ้นตามราคาบ้าน เมื่อข้าราชการท่านนั้นตายลง ทายาทรับมรดกอสังหาริมทรัพย์นี้ ก็มีแต่บ้านเก่าบนที่ดินเดิมที่อยู่อาศัยจนเติบใหญ่ ทายาทไม่มีเงินสดมากขึ้น ถ้าตอนที่ข้าราชการตาย รัฐตีราคาอสังหาริมทรัพย์นี้แล้วเป็นเงิน 65 ล้านบาท ทายาทต้องเสียภาษีส่วนที่เกินห้าสิบล้าน คือ 10% ของ 15 ล้าน ทายาทจะเอาเงินสดมาเสียภาษีจากไหน แม้รัฐจะให้ผ่อนจ่ายภาษี ทายาทก็ไม่มีรายได้เพิ่มพิเศษจากบ้านมาเสียภาษีได้ นอกจากจะต้องขายมรดกไปเพื่อเอาเงินเสียภาษี
เมื่อขายบ้านเก่าบนที่ดินเดิมแล้ว เงินที่เหลือก็ไม่พอซื้อที่อยู่อาศัยในบริเวณกลางเมืองอีกทายาทก็ต้องย้ายไปหาที่อยู่บริเวณที่ไกลออกไปเพราะเงินที่เหลือน้อยลงย่อมซื้อของได้น้อยลง การทำเช่นนี้เป็นการลงโทษขับไล่ทายาทออกจากบ้านที่เป็นมรดกของเขาเอง จึงไม่ควรเก็บภาษีมรดกจากอสังหาริมทรัพย์ที่เป็นที่อยู่อาศัย เช่นเดียวกับที่หลายประเทศได้ยกเว้นภาษีมรดกจากอสังหาริมทรัพย์ที่ตกทอดให้กับ ลูกหลาน คู่สมรส เขยสะใภ้ของเจ้ามรดก เพราะให้สามารถดำรงสถานะของสังคมครอบครัวต่อไป
(6) ในขณะนี้ไม่มีการกำหนดมาตรฐานการตีราคาเพื่อการเก็บภาษีมรดกของทรัพย์สินหลายอย่างเช่นสังหาริมทรัพย์ที่มีค่าเช่น รถยนต์ วัตถุโบราณ ศิลปวัตถุ พระเครื่อง นาฬิกา ลิขสิทธิ์ กิจการเช่น สวนกล้วยไม้ สวนยาง อสังหาริมทรัพย์ในต่างประเทศ เป็นต้น ซึ่งอาจเกิดข้อพิพาทในการประเมินราคาระหว่างทายาทกับสรรพากรกฎหมายภาษีมรดกนั้น เปิดช่องให้ข้าราชการสรรพากรใช้ดุลพินิจในการตีราคาทรัพย์สินต่างๆ หากทายาทไม่เห็นด้วย ทายาทต้องนำเงินเท่าจำนวนภาษีไปวางก่อนแล้วไปดำเนินการโต้แย้งเรื่องราคา ข้อกำหนดให้วางเงินเท่าจำนวนภาษีก่อนเช่นนี้เป็นการสันนิษฐานไว้ก่อนว่าทายาทเป็นผู้ทำผิดกฎหมายจะเป็นภาระของทายาทต่างๆ ที่ถูกประเมิน
ปัจจุบัน คนไทยนิยมที่จะมีบุตรเมื่อมีอายุมากกว่าสมัยก่อน ดังนั้น บรรดาทายาทในยุคปัจจุบันจึงมักจะมีอายุน้อยลงเมื่อเจ้ามรดกตาย เมื่อถูกสรรพากรประเมินภาษีมรดก ทายาทวัยเยาว์เหล่านี้มีความสามารถยังน้อยในการหาเงินทองมาวางเพื่อโต้แย้งภาษีประเมิน ทำให้เป็นช่องทางทุจริตของข้าราชการผู้ประเมินบางท่านเพราะมีดุลพินิจสามารถประเมินราคาทรัพย์สินมรดกให้เป็นคุณหรือเป็นโทษต่อทายาทก็ได้
ผู้รู้เรื่องมูลค่าของมรดกที่ดีที่สุดคือเจ้ามรดกแต่ก็ตายไปแล้วมาเถียงสรรพากรไม่ได้ เพื่อความเป็นธรรมแก่สังคม กฎหมายควรให้บริษัทคนกลางเป็นผู้ประเมินราคาทรัพย์มรดกเหล่านี้ถ้าหากทายาทหรือสรรพากรคิดว่าราคาประเมินของคนกลางนั้นสูงเกินจริงหรือต่ำเกินไปก็เปิดโอกาสให้ทั้งทายาทและสรรพากรนำคดีขึ้นฟ้องร้องเพื่อพิสูจน์ราคาให้ศาลชี้ขาด โดยทายาทไม่ต้องวางเงินเท่าจำนวนภาษีประเมินเป็นประกันในการโต้แย้งจำนวนภาษีดังกล่าว
(7) เพื่อรักษาเสถียรภาพในตลาดหุ้นและเป็นการส่งเสริมการลงทุนระยะยาวในตลาดหุ้นไทย กฎหมายภาษีมรดกควรมีข้อผ่อนผันสำหรับนักลงทุนที่ไม่มีอำนาจร่วมบริหารในกิจการ โดยมีข้อยกเว้นว่า หากมรดกเป็นหุ้นที่เจ้ามรดกไม่มีอำนาจตั้งกรรมการ ทายาทผู้รับหุ้นมรดกนั้นจะไม่ต้องเสียภาษีมรดกหากว่า ไม่มีการจำหน่ายจ่ายโอนหุ้นอีกเป็นเวลาอย่างน้อยสิบสองเดือนนับจากวันที่ได้รับโอนหุ้น ข้อผ่อนผันนี้จะเป็นการส่งเสริมความมั่นคงในตลาดหุ้นและสนับสนุนการลงทุนระยะยาวของเจ้ามรดกในตลาดหุ้น
(8) ทายาทของเจ้ามรดกแต่ละบุคคลมีความสามารถในการเลี้ยงชีพไม่เท่ากัน บางคนพิการหรือมีความสามารถในการประกอบอาชีพด้อยกว่าคนอื่น เมื่อถูกเก็บภาษีเท่ากันกับพี่น้องคนอื่น ทายาทที่เป็นคนพิการและทายาทที่มีความสามารถในการประกอบอาชีพด้อยกว่าก็จะมีความยากลำบากในการยังชีพของตนมากกว่าทายาทอื่น จึงควรที่จะยกเว้นหรือลดหย่อนภาษีที่เก็บจากทายาทผู้ด้อยความสามารถในการประกอบอาชีพ เพราะการมีมรดกไว้ให้บุคคลเหล่านี้ ก็เป็นการบรรเทาภาระของรัฐไม่ให้ต้องมาช่วยดูแลคนที่ด้อยโอกาสเหล่านี้ ในการนี้ บางประเทศที่เก็บภาษีมรดกก็กำหนดยกเว้นหรือลดหย่อนภาษีมรดกให้แก่กรณีที่เจ้ามรดกโอนมรดกเข้านิติบุคคลบริหารสินทรัพย์ที่มีข้อกำหนดว่าให้จ่ายผลประโยชน์ที่ได้รับจากทรัพย์มรดกนั้นให้แก่ทายาทผู้ด้อยความสามารถ
(9) เพื่อประโยชน์ในการส่งเสริมให้คนไทยสามารถอนุรักษ์ของเก่าของโบราณไว้ในครอบครัว กฎหมายจึงควรกำหนดให้มีการลดหย่อนค่าภาษีมรดกตามจำนวนปีที่ได้มาของทรัพย์มรดกเพื่อให้ทายาทสามารถเก็บรักษาทรัพย์สินเหล่านั้นไว้ได้ ในบางประเทศกำหนดข้อลดหย่อนไว้เลย เป็นต้นว่า ถ้าเป็นทรัพย์สินที่เจ้ามรดกได้มาก่อนตาย 6 ปี ยกเว้นภาษี 20% ถ้าได้มาก่อนตาย 7 ปี ยกเว้นภาษี 40% ถ้าได้มาก่อนตาย 8 ปี ยกเว้นภาษี 60%ถ้าได้มาก่อนตาย 9 ปี ยกเว้นภาษี 80% เป็นต้น ถ้าของเราจะเพิ่มเติมไปว่าถ้าเป็นทรัพย์สินที่กรมศิลปากรรับรองว่าเป็นของที่มีอายุเกิน 30 ปีก็ลดภาษีเท่านั้นเท่านี้ ถ้าเกิน 50 ปีก็ยกเว้นภาษีเลยแต่ต้องเก็บรักษาไว้ในประเทศไทย ก็จะช่วยให้คนไทยสามารถเก็บรักษาของโบราณไว้ได้ไม่ต้องขายออกมา ถ้าต้องขายของโบราณเหล่านี้ออกมาแล้วในที่สุดของโบราณเหล่านี้ก็จะตกไปอยู่ในมือของต่างชาติหมด
สุดท้ายนี้ กระทรวงการคลังและสรรพากรยังต้องตอบคำถามต่อสังคมที่ว่าเหตุใดทั้งประเทศไทยจึงมีผู้เสียภาษีอยู่เพียง 3 ล้านคนเศษในขณะที่คนไทยที่เหลืออีก 62 ล้านคนเศษ (หรือ 95% ของคนไทยทั้งหมด) ไม่เสียภาษี น่าเป็นห่วงว่าปัญหาคือ 95% ของคนไทยเหล่านี้ไม่มีรายได้เพียงพอจะเสียภาษีหรืออย่างไรหรือระบบการจัดเก็บภาษีของรัฐยังใช้ไม่ได้ ไม่ทั่วถึง หรือไม่เป็นธรรม การที่รัฐจะคืนความเป็นธรรมให้แก่สังคมโดยแก้ไขการเก็บภาษีจากผู้มีเงินได้อย่างยุติธรรมจึงจะเป็นการสร้างสรรค์และคืนความสุขให้กับประชาชนอย่างยั่งยืน







