หลังจากการประมูลคลื่นความถี่ในระบบดิจิทัลที่ดำเนินการโดย กสทช. เสร็จสิ้นไปเรียบร้อยแล้วในช่วงปลายปีที่ผ่านมา
ก็ก่อให้เกิดบรรดาเจ้าของสถานีโทรทัศน์ในระบบดิจิทัลขึ้นหลายราย ทั้งหน้าเก่าและหน้าใหม่ซึ่งส่งผลให้โทรทัศน์ในระบบดิจิทัลมีช่องทางในการออกอากาศมากถึง 24 ช่อง ทำให้ผู้ชมรายการโทรทัศน์ มีทางเลือกมากขึ้น สิ่งนี้ทำให้การแข่งขันในอุตสาหกรรมสื่อโทรทัศน์เกิดการแข่งขันกันอย่างรุนแรง กลุ่มผู้ผลิตรายการโทรทัศน์หน้าใหม่มองว่าเป็นโอกาสทางธุรกิจในการผลิตและนำเสนอรายการ เพราะมีช่องทางในการออกอากาศเพิ่มมากขึ้น หลังจากที่ผ่านมาถูกผูกขาดโดยสถานีโทรทัศน์เพียงไม่กี่สถานี
และถึงแม้ว่าในระยะเวลาที่ผ่านมาจะมีโทรทัศน์ดาวเทียมซึ่งมีรายการใหม่ๆ หลายรูปแบบถูกนำเสนอผ่านช่องทางนี้อยู่ แต่ก็ยังไม่ตอบโจทย์หรือตอบสนองความต้องการของผู้ชมมากเท่าที่ควร และโทรทัศน์ดาวเทียมก็ยังไม่ได้รับความสนใจจากบรรดาเจ้าของสินค้าต่างๆ ที่จะทำการโฆษณาหรือเข้ามาเป็นผู้สนับสนุนรายการ เมื่อเป็นเช่นนี้รายได้ที่จะเข้ามาหล่อเลี้ยงรายการต่างๆ จึงยังมีไม่มากพอ และบรรดาสินค้าต่างๆ นั้นก็ยังคงให้ความสนใจที่จะลงโฆษณาในรายการที่ถูกนำเสนอหรือออกอากาศผ่านทางสถานีโทรทัศน์หลัก เช่น ช่อง 3 ช่อง 7 ช่อง 5 ช่อง 9 อยู่อย่างเหนียวแน่น
ผู้ผลิตรายการหน้าใหม่ที่มองว่านี่คือโอกาสก็พยายามที่จะผลิตรายการที่มีความแปลกใหม่เพราะคิดว่าโอกาสมาถึงแล้ว ส่วนทางสถานีหรือผู้ผลิตหน้าเก่าบางรายมองว่าบางทีนี่อาจจะเป็นวิกฤติ เพราะเมื่อได้เวลาได้ช่องทางมาแล้วทีมงานผลิตที่มีอยู่เดิมเริ่มจะไม่เพียงพอที่จะผลิตรายการป้อนให้สถานีโทรทัศน์ดิจิทัล ดังจะเห็นได้จากการเริ่มมีการติดต่อซื้อตัวบุคลากรในแวดวงโทรทัศน์กันอย่างเอิกเกริก สถานีไหนหรือผู้ผลิตรายไหนที่มีทุนดำเนินการสูงก็จะได้เปรียบ หรือสถานีไหนหรือผู้ผลิตรายไหนที่มีทุนดำเนินการที่ค่อนข้างจำกัดก็อาจจะเหนื่อยมากหน่อย ผู้ผลิตรายการโทรทัศน์ที่มีทุนจำกัดก็อาจจะใช้วิธีการสร้างทีมงานขึ้นมาใหม่โดยไปมองหามาจากนักศึกษาที่จบใหม่ๆ เพราะอัตราค่าจ้างก็ยังไม่สูงมากนัก หรืออาจจะมองไปว่าเป็นคนรุ่นใหม่เผื่อจะมีไอเดียหรือความคิดใหม่ๆ อย่างนี้ก็เป็นได้ ในขณะที่ในยุคดิจิทัลนี้พฤติกรรมของผู้ชมก็เปลี่ยนไปจากยุคอนาล็อกเป็นอย่างมาก เพราะในยุคที่ผ่านมาทางเลือกของผู้ชมมีไม่มากซึ่งผู้ชมคงทำได้แค่เพียงกดรีโมทเปลี่ยนช่องซึ่งมีไม่มากนักหรือไม่ก็กดสวิทช์ปิดโทรทัศน์เท่านั้น ซึ่งแตกต่างจากในปัจจุบัน รายการโทรทัศน์จะดีหรือแย่นั้นอยู่ที่ปลายนิ้วและการตัดสินใจของผู้ชมอย่างแท้จริง
เนื้อหารายการทีวีที่ตอบสนองต่อความต้องการของผู้ชมในยุคดิจิทัล จึงเป็นเรื่องที่ท้าทายสำหรับผู้ผลิตรายการ ทั้งหน้าเก่าและหน้าใหม่ เพราะความที่ช่องทางมีมากขึ้น แต่เนื้อหารายการที่มีอยู่ในปัจจุบันกลับมีความหลากหลายไม่เพียงพอต่อจำนวนช่องและเวลาในการออกอากาศ การสร้างสรรค์หรือการผลิตรายการที่ตอบสนองต่อความต้องการผู้ชมในยุคทีวีดิจิทัล จึงอาจจะเป็นทั้งวิกฤติหรือโอกาสก็ได้ เพราะหากรายการที่ผลิตออกมาไม่ตอบสนองความต้องการของผู้ชม หรือที่เรียกกันง่ายๆ แบบภาษาในวงการว่า “รายการไม่โดน” หากรายการไหนไม่โดนแล้วผู้ชมเกิดความรู้สึกว่ารายการไม่น่าสนใจ ก็อาจจะเปลี่ยนไปชมรายการอื่นเลยก็ได้
นอกจากนี้ยังมีข้อมูลที่น่าสนใจอีกจากบริษัทวิจัยการตลาด มายด์แชร์ (2013) วิเคราะห์ว่าอุตสาหกรรมสื่อในปี 2558 ที่ทำการวิเคราะห์ไว้ว่า “เนื้อหา” จะกลายมาเป็นส่วนที่มีความสำคัญในสื่อโทรทัศน์ กล่าวคือการผลิตรายการโทรทัศน์นั้นต้องให้ความสำคัญกับเนื้อหาให้มากที่สุด และปัจจัยที่น่าสนใจอีกข้อหนึ่งก็คือ พฤติกรรมการบริโภคคอนเทนต์ จะมีลักษณะที่หลากหลายช่องทางในรูปแบบมัลติสกรีน ตามไลฟ์สไตล์ของผู้บริโภคในแต่ละเพศวัย โดยพฤติกรรมของผู้หญิงในเมือง จะใช้เวลา 35% บนดิจิทัลสกรีน เป็นสัดส่วนมากกว่าดูผ่านจอโทรทัศน์ โดย 80% ระหว่างดูโทรทัศน์ จะใช้งาน จอที่สองไปพร้อมกัน และนั่นยังไม่นับรวมจอที่ 3 และสี่ คือ โทรศัพท์มือถือและอุปกรณ์แท็บเล็ต
และข้อมูลจากการวิจัย Nielsen Establishment Survey (2013) ก็ยังพบว่าพฤติกรรมคนดูช่องโทรทัศน์ก็ยังสลับเปลี่ยนกันระหว่างเนื้อหาที่ หลากหลายในช่องฟรีโทรทัศน์เดิม กับช่องเฉพาะกลุ่มเนื้อหาในโทรทัศน์ดาวเทียม เพราะรายการที่เป็นที่นิยมในระบบฟรีทีวียังคงเป็นช่วงรายการไพร์มไทม์ข่าวภาคหลัก และละครหลังข่าว อีกทั้งรายการบันเทิงยอดนิยมของผู้ชมยังคงเป็นรายการที่นำเสนอผ่านสถานีโทรทัศน์ช่องฟรีทีวี
จากข้อมูลทั้งของบริษัทวิจัยการตลาดมายด์แฟร์ และ Nielsen Establishment Survey จึงตอกย้ำให้ผู้ผลิตรายการโทรทัศน์เห็นภาพที่ชัดเจนขึ้นว่า หากว่าผลิตรายการแล้วรายการออกมาไม่โดน หรือรายการนั้นๆ ไม่ได้ตอบสนองความต้องการของผู้ชมอย่างแท้จริง ผู้ชมก็มีโอกาสที่จะเปลี่ยนไปชมรายการอื่นหรือช่องอื่นอย่างแน่นอน
ในยุคที่ทีวีดิจิทัลกำลังเฟื่องฟูนั้น สำหรับผู้ผลิตรายการโทรทัศน์แล้ว อุตสาหกรรมโทรทัศน์ในยุคดังกล่าวนี้จึงมีโอกาสที่จะเป็นไปได้ทั้งวิกฤติ หรือ โอกาส ของบรรดาเหล่าผู้ผลิตรายการโทรทัศน์ทั้งหน้าใหม่ และหน้าเก่า ดังนั้น การผลิตรายการโทรทัศน์ในยุคนี้จะต้องมีความแปลกใหม่ โดดเด่น ชัดเจน และโดนใจ เข้าถึงอารมณ์และความรู้สึกของผู้ชม จึงจะสามารถครองส่วนแบ่งทางการตลาดหรือแย่งชิงจำนวนผู้ชมได้ โอกาสจะกลายไปเป็นวิกฤติ หรือว่าวิกฤติจะกลายมาเป็นโอกาส ทั้งนี้ทั้งนั้นก็ขึ้นอยู่กับความพร้อม และความรู้รวมกับประสบการณ์ของผู้ผลิตรายการแต่ละราย นั่นเอง









