วันนี้นายกฯประยุทธ์ จันทร์โอชา อยู่ปักกิ่ง เพื่อร่วมประชุมสุดยอดผู้นำเขตเศรษฐกิจเอเชียและแปซิฟิก (Apec)
ถือเป็นเวทีระหว่างประเทศสำคัญที่สุดสำหรับผู้นำไทย ที่จะทดสอบสถานภาพของความเป็นประเทศไทย ในระดับสากลอย่างน่าติดตามยิ่ง
จีนพยายามจะทำตัวเป็น “เจ้าภาพที่ดี” ไม่ยอมให้ข่าวคราวทางลบ ออกมาจากการประชุมผู้นำจากเขตเศรษฐกิจอย่างน้อย 22 แห่ง
เพราะปักกิ่งถือว่านอกจากงานเป็นเจ้าภาพโอลิมปิกแล้ว Apec ถือเป็นงานยักษ์ที่เชิดหน้าชูตาประเทศจีนอย่างมาก
ไทยไม่เล็กไม่ใหญ่ในเวทีเอเปค แต่หากเล่นบทของการเป็นประเทศที่ประสานชาติใหญ่และเล็กได้อย่างราบรื่น เราก็มีความสำคัญสำหรับเอเปคไม่น้อย
จาก Apec นายกฯประยุทธ์ จะไปร่วมประชุมสุดยอดผู้นำเอเชียตะวันออก หลังการประชุมสุดยอดอาเซียน 10 ประเทศที่พม่า ซึ่งจะตอกย้ำถึงบทบาททางการทูตระหว่างประเทศ ที่ชี้อนาคตของความร่วมมือในภูมิภาคนี้อย่างมีนัยสำคัญยิ่ง
หนีไม่พ้นว่าการปรากฏตัวของพลเอกประยุทธ์ ในเวทีใหญ่สองแห่งนี้จะถูกตั้งคำถามถึง Roadmap ทางการเมือง และแผนภูมิเศรษฐกิจของไทยในสองสามปีข้างหน้า และสถานภาพของไทยในแผนที่การเมืองโลกจะถูกกำหนดด้วยความชัดเจนของแผนที่นี้อย่างปฏิเสธไม่ได้
ทุกสายตามองไปที่ปักกิ่งวันนี้เพราะลุ้นกันว่า ยักษ์ใหญ่จะเล่นเกมการเมืองกันอย่างไร ไทยเราจึงเป็นเพียง “ละครประกอบฉาก” แต่เป็นฉากเล็ก ๆ ที่ต่อกับจิ๊กซอว์อื่น ๆ แล้วมีความหมายทางการเมืองระหว่างประเทศไม่น้อย
ที่ลุ้นกันวันนี้คือประธานาธิบดีสีจิ้นผิง ในฐานะเจ้าภาพ จะทักทายนายกฯชินโซะ อาเบะ อย่างไร
แต่เดิมวิเคราะห์กันว่าทั้งสองอาจจะเพียงแค่จับมือทักทายกันสองสามวินาทีตามมารยาท เพราะความระหองระแหงระหว่างสองชาติใหญ่ของเอเชียยังไม่มีทีท่าว่าจะผ่อนคลายลงได้
แต่ล่าสุดมีข่าวทางบวกเมื่อมีการประกาศวันศุกร์ที่ผ่านมาว่า ตัวแทนระดับสูงของจีนและญี่ปุ่นได้ตกลงกันที่จะฟื้นคืนการเจรจาทางการเมือง การทูต และความมั่นคงจากช่องทางต่าง ๆ
อีกทั้งยังจะจัดตั้ง “กลไกบริหารวิกฤติ” ในทะเลจีนใต้เพื่อป้องกันไม่ให้เกิด “อุบัติเหตุ” ในบริเวณที่ต่างฝ่ายต่างอ้างสิทธิเหนือหมู่เกาะในทะเลนั้น
พอข่าวนี้ออกมา ผมก็มองเห็นโอกาสที่สีจิ้นผิงกับชินโซะ อาเบะ จะพบปะกันอย่างมากกว่าเพียงแค่จับมือทักทายกันแล้ว
เราจะได้เห็นภาพของผู้นำจีนและญี่ปุ่นสนทนากันอย่างเป็นเรื่องเป็นราวเป็นครั้งแรก ตั้งแต่ทั้งสองขึ้นมาเป็นผู้บริหารสูงสุดของประเทศ
อีกภาพหนึ่งที่นายกฯไทยจะต้องจับตาดูคือลีลาและน้ำเสียงของประธานาธิบดีสหรัฐ บารัก โอบามา ในการระดมเสียงสนับสนุนของเอเปคทั้งเรื่องเศรษฐกิจ ความมั่นคง และแม้แต่การต่อต้านไวรัสอีโบลา
จีนเตรียมจะเสนอข้อตกลงระหว่างประเทศในการส่งตัวเจ้าหน้าที่ที่โดนข้อหาคอร์รัปชัน และตั้งเครือข่ายแลกเปลี่ยนข้อมูลข่าวสาร เพื่อจะช่วยกันจับผู้ต้องสงสัยโกงกินในประเทศของตัวเองและหนีออกไปอยู่ต่างประเทศ
เสริมด้วยกฎกติกาที่จะปกป้องคนที่ให้ข้อมูล เพื่อจัดการกับข้าราชการฉ้อราษฎร์บังหลวงหรือที่เรียกว่า whistle-blowers (คนเป่านกหวีด) ให้มีประสิทธิภาพ
เป็นเรื่องแปลกแต่จริงที่จีนเสนอให้มีการต่อต้านการทุจริตระดับสากลเป็นครั้งแรก
ขณะที่สหรัฐจะมุ่งไปทางความมั่นคง และญี่ปุ่นต้องการเห็นการกระตุ้นเศรษฐกิจทั้งภูมิภาคพร้อมกันเพื่อผลประโยชน์ร่วม
ไทยควรจะเป็นแกนสำคัญของอาเซียน ในการเสนอแนวทางความร่วมมือทั้งที่ปักกิ่ง และที่เนย์ปิดอว์ในสัปดาห์ที่จะถึงนี้อย่างเป็นรูปธรรม รวมถึงการแก้ปัญหาความขัดแย้งในทะเลจีนใต้ระหว่างจีนกับอาเซียนบางประเทศ
ภารกิจของนายกฯไทยจริงมีหลากหลายและค่อนข้างสลับซับซ้อน ต้องอาศัยวิสัยทัศน์ที่กว้างไกล, มองไปในอนาคต, ปกป้องผลประโยชน์ของไทย, เกาะติดความเปลี่ยนแปลงในดุลอำนาจ และสร้างภูมิต้านทานคนไทยต่อความผันผวนระหว่างประเทศอย่างมีประสิทธิภาพ
แค่ “คืนความสุข” ให้กับคนในชาติไม่พอ ต้องให้คนไทยได้รับรู้ว่าจะต้อง “ร่วมทุกข์ร่วมสุข” อย่างเท่าเทียมเป็นธรรมและทันสถานการณ์โลกด้วย









