วันศุกร์ ที่ 16 ตุลาคม 2569

Login
Login

'แอ๊ปเปิ้ลเพย์' คนรัก แต่รีเทลชัง

การเปิดตัวผลิตภัณฑ์ใหม่ของแอ๊ปเปิ้ลในแต่ละครั้งมักสร้างความฮือฮาให้กับวงการดิจิทัลเสมอ

ไม่ว่าจะเป็นเรื่องนวัตกรรม ผลิตภัณฑ์และบริการใหม่ ตลอดจนสีสันและการบรรยายในงาน

ในเดือนก.ย.ที่ผ่านมาแอ๊ปเปิ้ลได้เปิดตัว แอ๊ปเปิ้ลวอชท์ ไอโฟน 6 ไอโฟน 6 พลัส รวมถึงบริการใหม่ที่เรียกว่า "แอ๊ปเปิ้ลเพย์" ซึ่งเป็นบริการชำระเงินผ่านโมบาย ที่แอ๊ปเปิ้ลทำงานร่วมกับพันธมิตรค่ายใหญ่อย่างวีซ่า มาสเตอร์การ์ดและอเมริกันเอ็กซ์เพส

ความน่าสนใจของแอ๊ปเปิ้ลเพย์ คือ ตัดขั้นตอนในการชำระเงินด้วยบัตรเครดิตที่แคชเชียร์ลง เหลือเพียงแค่ปลายนิ้วสัมผัสผ่านทัชไอดี (Touch ID) ของไอโฟน โดยใช้เทคโนโลยี Near Field Communications (NFC) เช่นเดียวกับคู่แข่งอย่าง กูเกิล วอลเลต ที่ให้บริการตั้งแต่ปี 2554

แรงทุกครั้งที่ขยับ

แอ๊ปเปิลเพย์ได้รับการกล่าวถึงในด้านความเร็ว และความปลอดภัยจากผู้ใช้ และร้านค้าที่เข้าร่วมให้บริการผ่านไอโฟน 6 ไอโฟน 6 พลัสและแอ๊ปเปิ้ลวอท์ช โดยแอ๊ปเปิ้ลเพย์ถูกออกแบบมาให้ทำงานผ่าน Tokenization เพื่อไม่ต้องการให้มีการส่งหมายเลขบัตรเครดิตผ่านจากเครื่องออกไป โดยแอ๊ปเปิ้ลเพย์จะทำงานควบคู่ไปกับทัชไอดีที่ตัวเครื่อง

บริการนี้ ส่อแววความสำเร็จให้กับแอ๊ปเปิ้ลทันที โดยภายในเวลาเพียง 72 ชั่วโมงหลังจากที่เปิดให้บริการ เมื่อวันที่ 20 ต.ค. ที่ผ่านมา พบว่ามีสมาชิกบัตรเครดิตกว่า 1 ล้านรายสมัครเข้าร่วมเพื่อใช้บริการผ่านแอ๊ปเปิ้ลเพย์ ทำให้แอ๊ปเปิ้ล กลายเป็นผู้นำอันดับหนึ่งด้านการชำระเงินผ่านโมบายที่ไม่ต้องใช้บัตร

รีเทลอเมริกาอาจไม่ร่วมมือ

เป็นที่น่าแปลกใจว่าการให้บริการของแอ๊ปเปิ้ลเพย์กลับสร้างกระแสความไม่พอใจให้กับกลุ่มธุรกิจรีเทลใหญ่ในอเมริกา ที่ควรได้รับประโยชน์จากแอ๊ปเปิ้ลเพย์โดยตรง โดยยักษ์ใหญ่อย่างวอลมาร์ท ทาร์เก็ต ซีวีเอส และ Rite Aid ได้ปฏิเสธการให้บริการแอ๊ปเปิ้ลเพย์ที่ร้านค้าของตน

เนื่องจากกลุ่มธุรกิจรีเทลหรือผู้ค้าปลีกเหล่านี้ได้จับมือเป็นพันธมิตรก่อตั้ง "Merchant Customer Exchange (MCX)" ในปี 2554 เป็นเครือข่ายของธุรกิจรีเทลที่มีสมาชิกจากกลุ่มรีเทลสโตร์อย่างวอลมาร์ทและทาร์เก็ต ร้านสะดวกซื้ออย่าง 7/11 ร้านขายยา สถานีบริการน้ำมันอย่างเชลล์ ร้านอาหาร บริการท่องเที่ยว ตลอดจนกลุ่มค้าปลีกรายย่อย รวมเป็นจำนวนกว่า 110,000 สาขาในอเมริกา ซึ่งมียอดการชำระเงินรวมกันกว่า 1 ล้านล้านดอลลาร์ต่อปี

MCX ต้องการสร้างประสบการณ์ในการชอปปิงที่ดี สะดวก และปลอดภัยให้กับลูกค้าที่ซื้อสินค้าหรือใช้บริการของห้างร้านที่เป็นพันธมิตรในเครือข่าย และเมื่อวันที่ 3 ก.ย. ก็เพิ่งเปิดตัว "CurrentC" เน็ตเวิร์ค ชำระเงินผ่านโมบาย เพื่อเพิ่มความสะดวก และปลอดภัยสำหรับการชอปปิงในร้านค้าที่เป็นเครือข่าย โดยในปีนี้จะเป็นการทดลองเฉพาะบางสาขา ก่อนจะเปิดใช้กับร้านค้าเครือข่ายทั้งหมดในปีหน้า พร้อมให้บริการสิทธิพิเศษ รอยัลตี้โปรแกรม และคูปองส่วนลดกับสมาชิกที่จุดขาย ทั้งช่วยให้ลูกค้าชำระเงินได้อย่างรวดเร็วที่แคชเชียร์

MCX หวังว่า ระบบการชำระเงินผ่านโมบายของ CurrentC จะช่วยลดต้นทุนการให้บริการลงได้อย่างมาก เพราะในปัจจุบันร้านค้าต้องจ่ายค่าบริการให้กับบริษัทบัตรเครดิตตั้งแต่ 1.5% ถึง 3% ของยอดการชำระเงินซึ่งนับเป็นเงินจำนวนมาก แต่ระบบ CurrentC ซึ่งใช้เทคโนโลยีแบบเดิมที่เรียกว่า "The Automated Clearinghouse" จะช่วยลดค่าใช้จ่ายที่ต้องเสียให้กับบริการของบัตรเครดิตลง หรือช่วยให้ร้านค้าหลุดพ้นจากพันธนาการของบริษัทบัตรเครดิต

ในขณะที่แอ๊ปเปิ้ลเพย์อาจยังเก็บข้อมูลลูกค้าที่ไม่เปิดเผยต่อร้านค้าจึงทำให้บริการส่งเสริมการขายทำได้ไม่ต่อเนื่อง ดังนั้นกระแสความสำเร็จของแอ๊ปเปิ้ลเพย์จึงค้านกับความต้องการของ MCX และอาจทำให้ต้นทุนบริการสูงขี้นกว่าเดิม

แอ๊ปเปิ้ลเพย์เป็นอีกหนึ่งตัวอย่างที่แสดงให้เห็นถึงผลของดิจิทัลต่อชีวิตประจำวันของผู้คนซึ่งส่งผลไปถึงธุรกิจและบริการโดยรอบ และอาจส่งผลให้เกิดการเปลี่ยนโมเดลธุรกิจหรือการ Disrupt วงจรการให้บริการหรือพฤติกรรมของผู้บริโภคครั้งสำคัญ ผ่านธุรกิจค้าปลีกนับเป็นธุรกิจที่ใกล้ชิดกับผู้บริโภคอย่างมาก


ดังนั้นนวัตกรรมรวมถึงเทรนด์ใหม่ที่ได้รับความพอใจจากผู้บริโภคย่อมมีผลต่อธุรกิจอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ นักธุรกิจและนักการตลาดในวงการจึงควรต้องติดตามและปรับใช้เทรนด์และดิจิทัลให้ทันต่อความต้องการของผู้บริโภคและตลาด