คุณเคยไหมคะที่เวลาเดินไปตลาดที่มีร้านค้ามากมาย ไม่รู้จะเดินเข้าร้านไหนดี ตัดสินใจแล้ว ตัดสินใจอีก
ก็เลือกหาของรับประทานไม่ได้สักที แต่พอเห็นป้ายที่บอกว่า ลูกชิ้นทำเองบ้าง บะหมี่ทำเองบ้าง คุณตัดสินใจเดินเข้าไปในร้านนั้นโดยไม่ต้องรอช้า
คุณเคยสงสัยไหมว่าทำไมร้านที่เขียนว่า homemade นั่น homemade นี่ ถึงสามารถคิดราคาของได้แพงกว่าร้านทั่วไปทั้งที่รสชาติก็อาจไม่ได้อร่อยกว่าร้านอื่นๆ เลย ดิฉันก็เป็นอีกคนหนึ่งที่นิยมเข้าร้าน “ทำเอง” และยอมจ่ายแพงกับสินค้า “homemade” คำถามคือ “ทำไม”
เพื่อหาคำตอบให้ท่านผู้อ่าน ดิฉันได้ไปหาบทความเรื่อง “อาหารทำเองนั้นอร่อยกว่าอาหารซื้อมาจริงหรือ” (“Does homemade food always taste better than shop-bought?”) ใน the Guardian โดย Catherine Deveny ผู้ซึ่งเชื่อว่าความอร่อยของอาหารขึ้นอยู่กับสมองไปแล้วถึง 70% นั่นคือแค่คนทานคิดว่าของที่จะทานนั้นเป็นของ homemade ก็จะคิดไปแล้วว่าอาหารต้องอร่อยแน่ๆ ทั้งๆ ที่จริงอาหารนั้นอาจถูกซื้อมาก็เป็นไปได้ (http://www.theguardian.com/lifeandstyle/australia-food-blog/2013/jul/16/homemade-food-taste-better-shop)
ดิฉันไม่ได้มาเขียนบทความนี้เพื่อให้ทุกคนลุกขึ้นมาทำอาหารทานเองหรือเลือกแต่ร้านที่แปะป้าย “ทำเอง” แต่ที่ดิฉันยกเรื่องนี้ขึ้นมาพูดเพราะ ถ้าเรามองพฤติกรรมมนุษย์ เราจะเห็นได้ว่า มนุษย์เรานั้นชื่นชอบกับ Uniqueness หรือ ความไม่เหมือนใครนั่นเอง ทั้งนี้ ศาสตราจารย์ Howard Fromkin และศาสตราจารย์ Richard Snyder แห่ง University of Kansas ได้วิจัยและพบว่ามนุษย์เราจะมีปฏิกิริยาไปในทางลบเมื่อมีคนบอกว่าเราเหมือนคนอื่นๆ ซึ่งทำให้เกิดทฤษฎี need-for-uniqueness ที่ตอกย้ำว่ามนุษย์ต้องการความเป็นตัวของตัวเอง ไม่ต้องการเหมือนใครและ ต้องการความแตกต่างบ้างในชีวิต
นอกจากการชอบความไม่เหมือนใครแล้วนั้น มนุษย์เรายังชอบได้มาซึ่งสิ่งที่คิดว่าหายากอีกด้วย ดูได้จากการที่ร้านที่ทำอาหารน้อย หมดเร็ว กลับมีคนมาแย่งกันซื้อ บางครั้งร้านข้างๆ ที่ทำอาหารเหมือนกัน รสชาติเหมือนกันแต่ไปทีไรก็ไม่เคยหมด แถมราคายังถูกว่าร้านที่หมดเร็วเสียอีก กับไม่ได้รับการตอบรับดีเท่ากับร้านที่หมดเร็ว นี่ก็เพราะร้านที่หมดเร็วนั้นดูเหมือนว่าเป็นของหายาก ลูกค้าที่ข้ามน้ำข้ามทะเลมาทาน อาจคิดว่า ขอให้เขาเพียงได้เข้าไปทานเถอะ เขาจะถ่ายรูป จะ check-in และประกาศให้ชาวโลก (โซเชียล) ได้รับรู้ว่า ในที่สุดเขาก็ได้มาครอบครองของหายากนี้แล้ว
อันนี้เป็นจิตวิทยาที่มีการวิจัยแล้วว่า มนุษย์นั้นอยากได้มาซึ่งสิ่งที่ขาดแคลนมากกว่าสิ่งที่หาได้เสมอเพราะการได้มาซึ่งสิ่งที่หายากนั้น ทำให้เราได้ความรู้สึกของความพิเศษต่างจากผู้อื่น (บทความเรื่อง Scarcity effects on value: A quantitative review of the commodity theory literature จาก Cornell University โดยศาสตราจารย์ Michael Lynn ปีคศ. 1991) เพราะฉะนั้นเวลาเห็นป้ายลูกชิ้นทำเอง เราก็คาดว่าถ้าเขาทำเอง เขาคงไม่สามารถผลิตได้เยอะเท่ากับโรงงานผลิต น่าจะเป็นของหายาก เราจึงอยากลิ้มลองเจ้าลูกชิ้นทำเองยิ่งนัก (ทั้งๆ ที่จริงๆ ลูกชิ้นที่ไหนก็ต้องทำเองอยู่แล้ว แล้วแต่ว่าใครจะเป็นคนทำต่างหาก)
อีกตัวอย่างของความสำเร็จจากการสร้างความเป็นตัวตนและก็เข้าใจถึงคุณค่าของการทำให้สินค้ากลายเป็นของหายากคือ ดร. ฐิติพร ฌานวังศะ อาจารย์สถาปนิกสาว ที่ประยุกต์ใช้วัสดุท้องถิ่นเช่น เชือกปอ และก้อนหิน มาทำเป็นเฟอร์นิเจอร์ โดยล่าสุด อาจารย์ได้ออกแบบเก้าอี้ 15 ตัวไม่ซ้ำกัน ประดับด้วยก้อนหิน และลวดลายที่สะท้อนลายธรรมชาติที่ไม่ซ้ำใคร สามารถส่งออกไปประเทศอังกฤษได้ในราคาตัวละล้านกว่าบาท
เมื่อเราทราบเช่นนี้แล้ว เราเองก็สามารถทำให้ตัวเรามีคุณค่าขึ้นได้เช่น การหาความเป็นตัวของตัวเอง ไม่ต้องเลียนแบบใคร หาจุดเด่นของตนเอง คงอัตตาลักษณ์ที่ดีของตัวเองไว้ เช่นความสามารถทางภาษา ความสามารถในการเขียนโปรแกรมคอมพิวเตอร์ หรือความเป็นผู้นำ เป็นต้น คุณอาจนึกไม่ถึงว่าความสามารถพวกนี้อาจไม่ได้เป็นคุณลักษณะที่ตรงกับงานที่คุณไปสมัครเท่าไร แต่คุณจะโดดเด่นจากความสามารถพิเศษที่ไม่เหมือนใครก็เป็นได้
อย่าลืมนะคะว่าถ้าคุณเป็นแค่ค่าเฉลี่ยในทุกเรื่อง มันคงเป็นเรื่องยากที่ทำให้คุณประสบความสำเร็จในชีวิต ยิ่งถ้าคุณสามารถทำให้จุดเด่นในตัวคุณเป็นคุณสมบัติที่หายากและขาดแคลนแล้วนั้น ก็จะมีผู้คนเข้ามาแย่ง “ซื้อ” คุณ เหมือนกับคนที่แย่งกันซื้อ “ลูกชิ้นทำเอง” หรือ ขนมที่ผลิตออกมาน้อยนั่นเอง ดังนั้นวันนี้คุณลองหา “ลูกชิ้นทำเอง” ในตัวคุณกันนะคะ








