วันเสาร์ ที่ 17 ตุลาคม 2569

Login
Login

ปิดบัญชีจำนำข้าว ปัญหาอยู่ตรงไหน

ปัญหาการปิดบัญชีโครงการรับจำนำข้าว ของรัฐบาลนางสาวยิ่งลักษณ์ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรีถือว่าเป็น"มหากาพย์"

แห่งความขัดแย้งระหว่างกระทรวงการคลังกับกระทรวงพาณิชย์ เนื่องจากมีความพยายามปิดบัญชีมาตั้งแต่รัฐบาลชุดที่แล้ว แต่ยังไม่สามารถหาข้อยุติในเรื่องของข้อมูลและเอกสารต่างๆ ที่อ้างว่าไม่สอดคล้องกัน อีกทั้งการตีความราคาในการปิดบัญชี ทำให้ตัวเลขสต็อกข้าวและผลการขาดทุน จากการดำเนินโครงการไม่สอดคล้องกัน และส่งต่อมายังรัฐบาลของพล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี

ล่าสุดพล.อ.ประยุทธ์กำหนดเส้นตาย ให้ต้องปิดบัญชีภายในเดือนพ.ย.นี้ โดยระบุว่าปริมาณข้าวค้างสต็อกราว 18 ล้านตันนั้นต้องชำระบัญชีให้เสร็จ เนื่องจากขณะนี้รัฐบาลเตรียมแก้ปัญหาหนี้จากโครงการอุดหนุนสินค้าเกษตรทั้งหมด โดยจะออกพันธบัตรรัฐบาลเพื่อมาชำระบัญชี ซึ่งทำให้รัฐบาลสามารถบริหารงบประมาณในแต่ละปีได้ โดยจะรู้ว่าแต่ละปีมีภาระต้องชำระหนี้ในส่วนนี้เท่าไร เพราะหากยังไม่สามารถปิดบัญชีได้ ทุกอย่างก็ยัง"คาราคาซัง"จนไม่สามารถไปจัดการอะไรได้ และภาระก็ถูกส่งต่อไปยังรัฐบาลต่อไปเรื่อยๆ

หากใครที่ติดตามเรื่องการปิดบัญชีของโครงการรับจำนำข้าว อาจมีข้อสงสัยไม่ได้ว่าติดปัญหาตรงไหน ทั้งๆ ที่รัฐบาลก่อนหน้านี้ยืนยันตลอดเวลาว่าโครงการนี้ดำเนินการด้วยความโปร่งใส หากจำกันได้ว่าก่อนหน้านี้มีปัญหาในเรื่องการตีราคาว่าจะใช้ราคาตลาด หรือราคาเมื่อมีการระบายข้าวออกไปจริง หรือ เป็นราคารับจำนำ แม้จะตกลงกันได้ แต่ในที่สุดแล้วก็ยังไม่สามารถปิดบัญชีได้อยู่นั่นเอง ซึ่งทำให้เกิดข้อสงสัยว่าโครงการนี้มีความไม่ชอบมาพากลเกิดขึ้น และไม่อาจอธิบายได้ว่าติดปัญหาตรงไหนกันแน่

ดังนั้น หากรัฐบาลของพล.อ.ประยุทธ์สามารถปิดบัญชีโครงการนี้ได้ ก็ถือว่าเป็นการสิ้นสุดโครงการที่คนในรัฐบาลระบุว่าเป็นนโยบายสร้างความเสียหายมากที่สุดของประเทศ เพราะขณะนี้มีการประเมินเบื้องต้นแล้วว่าจะเกิดความเสียหายไม่ต่ำกว่า 5 แสนล้านบาท ซึ่งประชาชนผู้เสียภาษีในฐานะต้องเข้ามาร่วมรับผิดชอบชำระหนี้ก้อนนี้ ก็ต้องการรู้เช่นกันว่ามูลค่าความเสียหายจริงมีจำนวนเท่าไร เพื่อเป็นบทเรียนให้กับรัฐบาลในอนาคตว่านโยบายในลักษณะเดียวกันนี้ควรจะดำเนินการต่อไปหรือไม่

ประเด็นที่รัฐบาลนี้ต้องชี้แจงให้กระจ่างชัดมากกว่าตัวเลขปิดบัญชี คือ ต้องแจกแจงรายละเอียดโครงการทั้งหมด และปัญหาแท้จริงที่เกิดขึ้น โดยเฉพาะกรณีที่มีการกล่าวหาว่าเกิดการทุจริตคอร์รัปชันครั้งมโหฬารกับนโยบายนี้แทบทุกระดับ บางคดีอยู่ระหว่างการดำเนินคดีของคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) ซึ่งเราหวังว่าจะเกิดความชัดเจนทั้งหมดของโครงการนี้ภายหลังปิดบัญชีและก่อนที่จะมีการออกพันธบัตรเพื่อมาชดเชยภาระหนี้ที่เกิดขึ้นกับประเทศ

เราเห็นว่ายิ่งการปิดบัญชีและเกิดการโต้แย้งกันไปมา ระหว่างกระทรวงการคลังกับกระทรวงพาณิชย์ ก็ยิ่งแสดงให้เห็นปัญหาความ"โปร่งใส"ของนโยบายนี้มากขึ้น และในเมื่อพล.อ.ประยุทธ์ให้นโยบายมาแล้วว่าต้องการรู้ความจริงที่เกิดขึ้น ส่วนการดำเนินคดีนั้นก็ต้องพิจารณาไปตามความผิดที่เกิดขึ้น เราก็ยิ่งสงสัยมากขึ้นต่อโครงการนี้ เนื่องจากพล.อ.ประยุทธ์กล่าวกล่าวถึงหลายในครั้งมากในประเด็นเดิม เราเห็นว่าเรื่องข้อมูลนั้นไม่ใช่ปัญหาใหญ่ เพราะสามารถหาข้อสรุปร่วมกันได้ในวงประชุม เรากำลังสงสัยว่ามีเรื่องใหญ่ที่มากกว่าปัญหาข้อมูล ที่รอวันเปิดเผย