วันศุกร์ ที่ 16 ตุลาคม 2569

Login
Login

วิกฤติหนี้ครัวเรือน วิกฤติประเทศไทย

หนี้ครัวเรือนของคนไทยพุ่งทะลุ 10 ล้านล้านบาท ทำให้เกิดความหวาดกลัว ว่าจะกลายเป็นวิกฤติการเงิน

ของประเทศในรอบใหม่ เพราะปัจจุบันมีสัดส่วนสูงถึง 84% ของผลิตภัณฑ์มวลรวมประชาชาติ (จีดีพี) ถึงแม้ว่าดร.ประสาร ไตรรัตน์วรกุล ผู้ว่าการธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) จะเชื่อว่าในปีหน้าสถานการณ์หนี้ครัวเรือนมีแนวโน้มดีขึ้น แม้สัดส่วนหนี้ครัวเรือนต่อจีดีพีของไทยจะค่อนข้างสูง หากดูรายละเอียดของตัวหนี้แล้ว หากเป็นครัวเรือนกลุ่มที่มีรายได้ปานกลางหรือรายได้สูงยังไม่น่าห่วง แต่ที่ ค่อนข้างห่วงเป็นกลุ่มครัวเรือนที่มีรายได้น้อย ซึ่งถ้าสามารถเพิ่มรายได้ให้กับครัวเรือนของคนกลุ่มนี้ได้ ก็น่าจะทำให้ปัญหาดังกล่าวเบาลงไปบ้าง และถ้าเศรษฐกิจไทยสามารถเติบโตได้ดี ซึ่งจะทำให้เกิดการจ้างงาน ทำให้คนมีรายได้เพิ่มขึ้น โดยที่มองแนวโน้มเศรษฐกิจไทยปีหน้าที่ประเมินเบื้องต้นจะเติบโตเป็นกลางๆ ที่ 4.8%

ขณะที่มุมมองของดร.เชาว์ เก่งชน กรรมการผู้จัดการ บริษัทศูนย์วิจัยกสิกรไทย กลับเชื่อว่าภาพของหนี้ครัวเรือนในระยะต่อไปมีทิศทางที่เพิ่มขึ้น เพราะแม้ว่าเศรษฐกิจจะฟื้นตัวเนื่องจากภาคครัวเรือนเริ่มมีกำลังซื้อกลับมา และจับจ่ายใช้สอยมากขึ้น ทำให้หนี้ครัวเรือนสิ้นปีนี้อาจจะขยับขึ้นไปอยู่ที่ 85% โดยในขณะนี้ยังมองไม่เห็นสัญญาณลดลงของหนี้ครัวเรือน ยิ่งถ้าการเติบโตของเศรษฐกิจไทยในปี 2558 ที่คาดว่าจะอยู่ที่ 4-5% หนี้ครัวเรือนก็อาจขึ้นไปแต่ที่ระดับ 86-87%ของจีดีพี แต่เขาก็เชื่อว่าแม้หนี้ครัวเรือนจะอยู่ในระดับที่สูง หากเปรียบเทียบกับประเทศเพื่อนบ้านถือว่าไม่น่าห่วงมากนัก และถึงแม้ในระยะต่อไปความเสี่ยงการปรับเพิ่มขึ้นของดอกเบี้ยสหรัฐช่วงกลางปีหน้า และกดดันกับต้นทุนของสถาบันการเงินอาจส่งผ่านมายังผู้กู้ อีกทั้งความกดดันต่อดอกเบี้ยที่อาจจะไม่กระทบกับลูกหนี้ในระยะสั้น โดยต้องใช้เวลา 2-3 ปี

แต่ความกังวลยังคงมีเพิ่มมากขึ้นต่อภาระหนี้ครัวเรือนที่พุ่งสูง จะส่งผลกระทบต่อความสามารถในการชำระหนี้ของภาคครัวเรือน จากบทวิจัยของธนาคารไทยพาณิชย์ชี้ว่าหนี้ครัวเรือนอยู่ในภาวะที่น่าเป็นห่วงหากไม่มีรายได้ที่เพิ่มมากขึ้นมาจุนเจือการจ่ายหนี้ที่อยู่ในระบบธนาคารพาณิชย์ซึ่งอยู่ในภาวะที่เปราะบางเนื่องจากรายได้ที่เพิ่มขึ้น โดยเฉพาะหนี้ที่มีการกระจุกตัวอยู่ในกลุ่มลูกหนี้ของธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตร หรือธ.ก.ส. และกองทุนหมู่บ้านที่ล้วนเป็นลูกหนี้กลุ่มที่มีรายได้น้อย ดังนั้นในช่วงที่เศรษฐกิจชะลอตัวลงในปัจจุบัน ขณะที่ในอนาคตหากมีการขยับดอกเบี้ยเพิ่มขึ้นก็ตาม ลูกหนี้ในกลุ่มที่ซื้อบ้านและรถยนต์ซึ่งอยู่ในชนชั้นกลางอาจจะยังไม่ได้รับผลกระทบในทันทีจากดอกเบี้ยจะปรับขึ้นไป 1% โดยที่นักวิจัยของธนาคารไทยพาณิชย์เชื่อว่าถ้าชนชั้นกลางหารายได้เพิ่มไม่ได้ ท่ามกลางจำนวนหนี้ที่สูงขึ้นในระยะ 3-5 ปีนับจากนี้ไป ก็จะอยู่ในสถานะที่น่าเป็นห่วงอย่างยิ่ง เพราะจะกระทบต่อความสามารถในการชำระหนี้ของชนชั้นกลางในที่สุด

ผู้บริหารเครดิตบูโรของไทยมักจะออกมาส่งสัญญาณเตือนทุกครั้งต่อความเสี่ยงของหนี้ครัวเรือน มีการระบุว่าหนี้ครัวเรือนยังคงมีความเสี่ยงสูงในระยะยาว ซึ่งเป็นทั้งความเสี่ยงด้านคุณภาพของลูกหนี้ รวมถึงความสามารถที่จะชำระหนี้หากต้องเผชิญกับภาวะที่ดอกเบี้ยเปลี่ยนแปลงในขาขึ้น โดยเฉพาะอย่างยิ่งในกรณีที่เศรษฐกิจในภาพรวมมีความไม่แน่นอนสูง ลูกหนี้ที่เป็นขนาดกลางหรือขนาดเล็กจะได้รับผลกระทบที่รุนแรง แต่บทสรุปสุดท้ายของงานวิจัยเรื่อง “การเพิ่มขึ้นของหนี้ครัวเรือน : นัยต่อเสถียรภาพทางเศรษฐกิจ” ของธนาคารไทยพาณิชย์ได้ชี้ว่าการเพิ่มขึ้นของดอกเบี้ยจะสร้างแรงกดดันต่อการขยายตัวทางเศรษฐกิจในอนาคต เนื่องจากการบริโภคภาคครัวเรือนกว่า 40% เป็นกลุ่มคนรายได้ระดับกลางที่จะได้รับผลกระทบเป็นหลัก