ในการประชุมประจำปีของสมาคมวิทยาศาสตร์สัตว์ปีกโลก สาขาประเทศไทย มีนักวิชาการหลายท่านเข้ามาแลกเปลี่ยนความรู้
เกี่ยวกับวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีการเลี้ยงสัตว์ปีก ในปีนี้ผู้เขียนเองได้รับโอกาสให้พูดถึงเทคโนโลยีการเลี้ยงไก่เนื้อที่เอื้อให้ไก่โตเร็ว ซึ่งเป็นปัจจัยสำคัญที่ทำให้การเลี้ยงไก่เนื้อในปัจจุบันไม่จำเป็นต้องพึ่งพาฮอร์โมนเร่งการเจริญเติบโตอีกต่อไป
หัวข้อบรรยายนี้มีที่มาจากข้อสงสัยที่ว่า ทำไมการเลี้ยงไก่เนื้อนับวันจะใช้เวลาในการเลี้ยงน้อยลงจากอดีต อย่างเมื่อปี 1957 ที่ต้องใช้เวลาเลี้ยงถึง 84 วันในการทำน้ำหนักไก่ให้ได้ 2.3-2.5 กก./ตัว แต่ปัจจุบันกลับใช้เวลาเพียงราว 37 วันเท่านั้น
ทั้งนี้ ต้องยอมรับว่า “เทคโนโลยีสมัยใหม่” เข้ามามีบทบาทสำคัญต่อวงการอุตสาหกรรมไก่เนื้ออย่างมาก เนื่องจากมีการวิจัยและพัฒนาอยู่ตลอดเวลา กระทั่งปัจจุบัน สามารถยืนยันได้ว่า เทคโนโลยีด้าน “พันธุกรรมสัตว์” เป็นปัจจัยชี้นำที่สำคัญต่อการเจริญเติบโตของไก่
ภาครัฐและเอกชนนั้นมีการปรับปรุงพันธุ์ไก่มาอย่างยาวนาน โดยในสหรัฐทำการปรับปรุงพันธุ์มานาน 60-70 ปีแล้ว และจากงานวิจัยในอดีต ของ Dr.Havenstein แห่ง North Carolina State University ในปี 2006 ได้ทำการเปรียบเทียบไก่เนื้อสายพันธุ์ดั้งเดิมที่มีการเจริญเติบโตช้ากับสายพันธุ์ลูกผสมในปัจจุบัน เช่น ROSS 308 และในระยะ 10 ปีที่ผ่านมา พบว่าการเลี้ยงไก่เนื้อให้ได้น้ำหนักส่งตลาด จะใช้เวลาเลี้ยงเหลือเพียงครึ่งหนึ่งก็ได้น้ำหนักเท่ากับสายพันธุ์ดั้งเดิม ขณะที่วิวัฒนาการการเลี้ยงไก่ ปรับตัวดีขึ้นเป็นลำดับ ในการเลี้ยงยังได้มีการปรับสภาพโรงเรือน-สิ่งแวดล้อม และการจัดการสุขภาพสัตว์ควบคู่ไปในทิศทางเดียวกัน ทำให้ได้สมรรถภาพการผลิตสัตว์ปีกที่ดี และนอกจากจะใช้ระยะเวลาเลี้ยงน้อยลงแล้ว สัตว์ยังใช้อาหารและพลังงานในการเลี้ยงต่ำลงอีกด้วย
นอกจากนี้ยังพบว่าสายพันธุ์ไก่ยุคใหม่โตเร็วนั้นมีการพัฒนาของขนาดหัวใจและระบบทางเดินอาหารที่สอดคล้องกับน้ำหนักตัวที่เพิ่มอย่างเร็ว อีกทั้งยังมีโครงสร้างกระดูกที่แข็งแรงขึ้นด้วย เรียกได้ว่าอวัยวะภายในมีพัฒนาการสอดคล้องสมดุลกับการเจริญเติบโต ไก่เนื้อมีพื้นที่ผิวในการดูดซึมสารอาหารมากขึ้นถึง 55% เมื่อเทียบกับสายพันธุ์ในอดีต ในระยะเวลาการเลี้ยงเพียง 37 วัน พบว่าอัตราแลกเนื้อต่ำลง และมีอัตราการสะสมโปรตีนในเนื้อสูงขึ้น ฉะนั้น จึงไม่จำเป็นต้องเร่งการเจริญเติบโตโดยการใช้ฮอร์โมนหรือสารเร่งการเจริญเติบโตอีกต่อไป อย่างไรก็ตาม ในปัจจุบันที่ไก่มีการเจริญเติบโตที่เร็วนั้น จะมีกระบวนการเผาผลาญสารอาหารและเกิดการสร้างความร้อนในร่างกายที่สูง มีการปล่อยความร้อนออกสู่สภาพแวดล้อมที่สูง การจัดการด้านการระบายอากาศในโรงเรือนจึงควรมีการปรับให้เหมาะสมด้วย
มิเช่นนั้นจะมีผลโดยตรงต่อการทำงานและการเจริญเติบโตของร่างกาย ปัจจัยสุขภาพทางเดินอาหารไก่นั้นก็ถือว่าเป็นสิ่งสำคัญ เนื่องจากสัตว์ปีกมีทางเดินอาหารที่ค่อนข้างสั้น สุขภาพทางเดินอาหารจึงเป็นสิ่งสำคัญที่มีผลต่อสุขภาพโดยรวมของไก่ จึงมีความจำเป็นต้องจัดการให้มีความสมดุลของประเภทจุลินทรีย์ทั้งดีและก่อโรค จึงควรต้องให้ความสำคัญกับอาหารสัตว์ที่ให้ไก่กิน ซึ่งปัจจุบันการผลิตอาหารไก่เนื้อนั้นนับว่ามีเทคโนโลยีที่ทันสมัย อาจกล่าวได้ว่าเราสามารถผลิตอาหารที่มีคุณภาพดี ปลอดภัยและมีสารอาหารครบถ้วนแทบจะใกล้เคียงกับเทคโนโลยีการผลิตอาหารที่มนุษย์บริโภคกัน ตลอดจนเราสามารถคำนวณได้ว่า ไก่จะย่อยและดูดซึมสารอาหารได้เท่าใดซึ่งจะเป็นประโยชน์ในการคำนวณอัตราการเติบโตของไก่ได้อย่างมีประสิทธิภาพ องค์ประกอบทั้งหมดนี้ เมื่อประกอบเข้าด้วยกันย่อมส่งเสริมให้ไก่เนื้อเติบโตได้อย่างรวดเร็ว โดยไม่จำเป็นต้องใช้สารเร่งโตแต่อย่างใด
ที่สำคัญ ประเทศไทยมีกฎหมายห้ามใช้ฮอร์โมนผลิตไก่เนื้อมาตั้งแต่ 2529 ใครลักลอบฝ่าฝืนย่อมต้องถูกดำเนินคดีตามกฎหมาย ขณะเดียวกัน ประเทศไทยเป็นผู้ผลิตและส่งออกไก่รายใหญ่ของโลก การผลิตอาหารเพื่อความปลอดภัยของผู้บริโภคในแต่ละประเทศ ก็เป็นกฎระเบียบที่ประเทศเราต้องปฏิบัติตาม หากยังมีคำถามว่าไก่ในประเทศมีมาตรฐานเดียวกับส่งออกหรือไม่ ก็ตอบได้เลยว่าไม่มีผู้ประกอบการรายใด ลงทุนสร้างสายการผลิตให้เป็น 2 รูปแบบ เพราะเท่ากับเป็นการเพิ่มต้นทุนสู้ทำมาตรฐานเดียวได้ทั้งส่งออกและขายในประเทศไปด้วยเลยย่อมคุ้มค่ากว่า








