วันเสาร์ ที่ 17 ตุลาคม 2569

Login
Login

การเมืองของ "ข้างบน"

กิจกรรมจุดไฟเสรีในหัวใจ ของแนวร่วมขบวนการเสรีไทยต่อต้านเผด็จการแห่งชาติ (นสช.) ในห้วงเดือนตุลาคม 2557

ค่อนข้างเงียบเชียบ ซึ่งเหมือนกิจกรรมก่อนหน้านี้ที่อาศัยสื่อสังคมออน ไลน์นัดหมาย สุดท้ายก็ลงเอยด้วยความเงียบ

ตรงกันข้าม การปรากฏกายของ ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี ที่ไม่ว่าจะร่วมงานที่ใด ก็จะได้ยินเสียงตะโกน "ยิ่งลักษณ์สู้ๆ" ดังก้อง

อย่างวันก่อน ในพิธีสวดพระอภิธรรมศพ พ.อ.ดร.อภิวันท์ วิริยะชัย อดีตรองประธานสภาผู้แทนราษฎร ที่วัดบางไผ่ นนทบุรี ก็มีคนเสื้อแดงจำนวนมากมาให้การต้อนรับ

หรือในวันที่ "ยิ่งลักษณ์" เดินทางไปเป็นประธานพิธีพระราชทานเพลิงศพ สวัสดิ์ คำประกอบ อดีต ส.ส.รุ่นลายคราม ที่นครสวรรค์ ได้มีแฟนคลับมาถ่ายรูปด้วยมากมาย

คาดว่า วันพระราชทานเพลิงศพ "เสธ.เปีย" ในวันอาทิตย์นี้ คงมีคนเสื้อแดงเรือนหมื่นไปร่วมงาน และให้กำลังใจอดีตนายกฯ ปู

จะว่าไปแล้ว "กระแสทักษิณ-ยิ่งลักษณ์" ยังเป็นกระแสหลักในหมู่คนเสื้อแดง แม้ว่าแกนนำ "แดงอิสระ" พยายามจะปลุกระดมด้วยวาทกรรมเยี่ยง "ซ้ายตกขอบ" แต่ก็ทำได้แค่ร่ำระบายอารมณ์ในสื่อโซเชียล

ดังนั้น ท่าทีท่วงทำนองของแกน นปช. ในการจัดรายการทีวีทางช่อง "พีซทีวี"(จอแดงหมายเลข 2) ก็ดำเนินไปในกรอบกติกาของ กสทช. และ คสช.วางไว้

แม้ช่อง "ทเว็นตี้โฟร์ทีวี" (จอแดงหมายเลข 1) พยายามจะล้ำเส้นในวันเคลื่อนศพ "เสธ.เปีย" แต่ก็เจอ "สัญญาณขัดข้อง" ระหว่างการถ่ายทอดสด

มวลชนเสื้อแดงในเขตชนบท สงบนิ่ง รอดูสถานการณ์ตามคำของ พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร พวกเขามิได้ตื่นเต้นอันใดกับข้อเสนอปฏิรูปประเทศของ คสช. ขณะเดียวก็ไม่ได้คิดจะออกมาต่อต้านคณะทหาร เพราะรู้ว่าวันใดวันหนึ่งข้างหน้า ต้องมีการเลือกตั้ง

บรรดาแกนนำแดงฮาร์ดคอร์ ที่เคยเสนอแผนจัดตั้ง "กองกำลังติดอาวุธ" ต่อต้านการรัฐประหาร ก็เผ่นหนีไปประเทศเพื่อนบ้าน บางคนที่หนีไม่ทัน ก็แปรพักตร์ไปรับใช้ทหาร เอาตัวรอด

เหมือนกับพวก "แดงปากดี" ที่หนีคดี 112 ไปอยู่ตามรอยตะเข็บชายแดน เพราะรู้ตัว ถ้าอยู่ก็ติดคุก คนพวกนี้เหมือนนักวิชาการบางกลุ่มที่ฝันถึงการลุกขึ้นสู้ของประชาชน แต่ฝันก็ไม่เป็นจริง

เนื่องจากประชาชนยังหนีไม่พ้นกับดัก "ระบอบอุปถัมภ์" ทั้งจากกลุ่มอำนาจนิยม และกลุ่มนักเลือกตั้ง

ด้วยเหตุนี้ ศูนย์อำนาจ "คณะทหาร" ในปัจจุบัน จึงเลือกที่จะเดิน "เกมสองหน้า" เพื่อควบคุมสถานการณ์ แทนที่จะเลือก "ไล่ล่า" ฝ่ายตรงข้ามให้จนตรอกเหมือนคณะทหารชุดก่อน

โดยอาศัยคอนเน็กชั่นเดิมของสาย "นักรบบูรพา" ต่อเชื่อมกับ "ซุ้มขาใหญ่" ในเครือข่ายนักเลือกตั้ง รวมถึง "ซุ้มคนแดนไกล"

ความสัมพันธ์ของ "พี่เหวียง" กับ "น้องป้อม" นั้นล้ำลึก เนื่องจากเคยร่วมรบเคียงบ่าเคียงไหล่กันมายาวนาน จึงไม่ยากที่จะมีการเปิดช่องทางให้คู่ขัดแย้งได้มีการพูดคุยกัน

การออกแบบรัฐธรรมนูญฉบับใหม่ จึงอยู่ในมืออรหันต์หน้าเดิมๆ และแน่นอน ย่อมมีการวางโรดแมพการสืบทอดอำนาจ ผ่านกระบวนการเลือกตั้งไว้เสร็จสรรพ

วันนี้ ถนนทุกสายมุ่งสู่ศูนย์อำนาจที่เรียกกันสั้นๆ ว่า "ป่ารอยต่อ 5 จังหวัด" (หมายถึงมูลนิธิอนุรักษ์ป่ารอยต่อ 5 จังหวัด ที่ตั้งอยู่ในค่าย ร.1 รอ.)

ในโครงสร้างอำนาจ "ข้างบน" ของรัฐบาลประยุทธ์ จึงมีตัวแทน "ซุ้มขาใหญ่" เข้าไปนั่งเป็นรัฐมนตรี ผู้ช่วยรัฐมนตรี และที่ปรึกษามากหน้าหลายตา

แอ๊คชั่นของ "บิ๊กกี่" พล.อ.นพดล อินทปัญญา วิป สนช.ที่แสดงท่าทีไม่ตอบสนองในการถอดถอน "สมศักดิ์-นิคม" ไม่ใช่เรื่องฝ่ายกุมอำนาจไม่ลงตัว หากแต่เป็นไปตามสคริปต์ที่เขียนไว้ล่วงหน้า

นับแต่เปลี่ยนแปลงการปกครอง 2475 จนถึงวันนี้ มันยังเป็นการเมืองของ "คนข้างบน" กลุ่มเดียว ส่วน "คนข้างล่าง" ที่เป็นคนส่วนใหญ่ ก็ถูกลากให้เป็นหางเครื่อง หรือกองเชียร์ของแต่ละกลุ่มที่เข้าต่อสู้ โดยมีอำนาจเป็นเดิมพัน

เราจึงเห็นยิ่งลักษณ์ไปงานศพ และพระสุเทพไปงานทอดกฐิน นี่คือสัจธรรมของการเมืองไทย ไม่เคยเปลี่ยน