รัฐบาลพล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา มีนโยบายสำคัญในการขับเคลื่อน และปฏิรูปภาคการเกษตร
อาจเพราะมองว่านโยบายเกษตรที่ผ่านมาล้มเหลว ผิดทิศผิดทางมาโดยตลอด ต้องรื้อใหม่ทั้งหมด
พล.อ.ประยุทธ์เคยกล่าวไว้ในอารมณ์ที่ไม่ดีนัก แกมประชดนิดๆทำนอง"ผลิตกันจนล้น สนับสนุนให้ปลูกโดยไม่ได้ดูด้านการตลาด กรณียางปลูกจนไม่มีที่ขาย อีกหน่อยต้องไปขายดาวอังคาร"
รัฐบาลจึงเร่งไปทางกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ กระทรวงพาณิชย์ ทำงานให้สอดประสานกัน มองทิศทางวิสัยทัศน์ข้างหน้าร่วมกัน การผลิตต้องสอดคล้องการตลาด ต้นทุนการผลิตต้องไม่สูง สามารถแข่งขันได้ เกษตรกรพออยู่ พอกิน การบ้านที่ให้ไว้กับ 2 กระทรวง
นโยบายด้านเกษตรจะดำเนินการใน 2 เรื่องใหญ่ คือการปรับโครงสร้างการผลิตสินค้าเกษตรให้สอดคล้องกับความต้องการด้วยวิธีต่างๆ เช่นการแบ่งเขตเพื่อปลูกพืชผลแต่ละชนิด หรือการโซนนิ่งนั่นเอง และการสนับสนุนให้กลุ่มสหกรณ์เกษตรเพิ่มบทบาท ในฐานะผู้ซื้อจนถึงผู้แปรรูปและการส่งออก เพื่อให้สหกรณ์คานอำนาจพ่อค้า
กระทรวงเกษตรฯเสนอแผนปรับโครงสร้างภาคเกษตรทันที ประเดิมหยิบมา 2 สินค้า ข้าวและยางพารา เป็นภารกิจเร่งด่วน โดยยางพารามีเป้าหมายลดพื้นที่เพาะปลูกลงอย่างน้อย 4แสนไร่
ขณะที่ข้าวมีพื้นที่ไม่เหมาะสมอย่างน้อย 11 ล้านไร่ ที่ต้องปรับเปลี่ยนไปปลูกพืชอย่างอื่น อ้อย มันสำปะหลัง ข้าวโพด ล้วนเป็นการบ้านข้อใหญ่ หรืองานหิน ภารกิจเคลื่อนภูเขาของหน่วยงานรัฐ
เฉพาะสินค้าข้าวปลูกกันแบบไม่ยั้ง จากนโยบายจำนำอุดหนุนราคาจูงใจให้ปลูก ข้อมูลจากการวิจัยศูนย์ศึกษาการค้าระหว่างประเทศ มหาวิทยาลัยหอการค้าไทย บอกว่า ปี 51 ผลผลิต 31 ล้านตัน ปี52 ผลผลิต 31 ล้านตัน ปี53 ขยับเป็น 32 ล้านตัน ปี 54 จำนำทุกเมล็ดปีแรกผลิตพุ่งเป็น 35 ล้านตัน ปี 55 ยอดผลิตพุ่งเป็น 39 ล้านตัน ก่อนที่ปี 56 ลดลงมาเหลือ 38 ล้านตัน ส่งผลให้สต็อกล้นจนขายไม่ออกถึงทุกวันนี้ และต้องใช้เวลาระบายอย่างน้อย 3 ปี
ยอดผลิตพุ่งแต่ผลผลิตต่อไร่เฉลี่ยไม่เพิ่มขึ้นเลย อยู่ที่ 400-600 กก.ต่อไร่ เป็นอย่างนี้ตลอด 10 ปีหลัง
ยอดผลิตพุ่งแต่ต้นทุนการผลิตก็พุ่งตาม ต้นทุนเฉลี่ยจาก 4.8 พันต่อตันในปี 47 ขยับเป็น 9.35 พันต่อตันในปี 53 และขยับเป็น 10,685 บาทต่อตันในปี 56
แม้รายได้พุ่งจากการผลักดันแต่ต้นทุนพุ่งตามเงินในมือชาวนาจึงไม่เหลือ ปี 49 มีเงินเหลือ 627 บาทต่อตัน ขยับเป็น 908 บาทต่อตันในปี 52 ก่อนที่จะขาดทุน 209 บาทต่อตันในปี 53 และขาดทุน306 บาทต่อตันในปี 55
สะท้อนว่าชาวนายิ่งปลูก ยิ่งจน ยิ่งเป็นหนี้เป็นสิน แต่วิถีชาวนาบางคน เกิดมาทั้งชีวิตก็ปลูกข้าว "ถ้าทางการบอกว่าให้เลิกปลูก ก็ไม่รู้ไปทำอะไร แม้รู้ว่าปลูกไปก็เจ็บ ก็ต้องปลูก"
การปรับโครงสร้าง การบอกให้เลิกปลูกข้าว ไม่ใช่เรื่องง่าย ต้องทำให้เห็นเป็นรูปธรรม ว่าปลูกอย่างอื่นแล้วดีอย่างไร รายได้จะเพิ่มอย่างไร คุณภาพชีวิตจะดีขึ้นอย่างไร
หน่วยงานรัฐต้องเคลื่อนพร้อมกันทั้งระบบ เห็นเป้าหมายที่ตรงกันและมีความจริงจังในการปฏิบัติงาน ต้องไม่ฝากงานไว้เฉพาะกระทรวงเกษตรและพาณิชย์ แต่ต้องดึงกระทรวงวิทยาศาสตร์ สถาบันวิจัย นักวิชาการ กระทรวงไอซีที เอกชน เข้ามาร่วมขับเคลื่อนให้ทุกหน่วยถือเป็นเป็นภารกิจร่วม
เป็นภารกิจในการเคลื่อนภูเขา









