เรื่องคนไม่ใช่สาระของปฏิรูป

เรื่องคนไม่ใช่สาระของปฏิรูป

จากรายชื่อสมาชิกสภาปฏิรูปแห่งชาติ(สปช.)ที่ปรากฏออกมาตามสื่อต่างๆ และเกิดเสียงวิพากษ์วิจารณ์อย่างกว้างขวาง

ว่าไม่มีความหลากหลายมากพอ โดยประเด็นที่พูดถึงการมักที่สุดคือการเลือกพวกพ้องเข้าไปนั่งในสปช. ทำให้เกรงกันว่าผลที่ได้จากการทำงานของสปช. จะไม่เกิดการปฏิรูปจริง ตามที่คณะรักษาความสงบแห่งชาติ(คสช.) ประกาศไว้ว่าจะเกิดการปฏิรูปประเทศครั้งสำคัญของไทย เนื่องจากความเห็นที่ได้เพื่อนำไปสู่การปฏิรูปนั้นมาจากคนกลุ่มเดียวกัน

อันที่จริง การกล่าวหาเรื่อง"พวกพ้อง"ในสังคมไทยนั้น ถือเป็นเรื่องปกติอย่างมาก ซึ่งอาจมาจากสองประเด็นคือ มีการเลือกพวกพ้องมากระทำการจริง และ ความสัมพันธ์แบบพวกพ้องนั้นเป็นลักษณะทั่วไปของสังคมไทย เพราะหากไล่เลียงกันแล้ว คนไทยแทบจะรู้จักกันหมด เพียงแต่จะทำงาน หรือ กิจกรรมร่วมกันหรือไม่เท่านั้น ซึ่งนักวิชาการบางคนเรียกว่าความสัมพันธ์แบบอุปถัมภ์ แต่ก็ไม่ได้หมายความว่าสังคมพวกพ้องนั้นเป็นเรื่องเสียหายไปหมด และบางกรณีอาจมีส่วนดีอยู่ด้วย

ที่ผ่านมา การกล่าวหาเรื่องพวกพ้องในกิจกรรมสาธารณะนั้น ถือว่าเป็นกล่าวโทษที่รุนแรงพอสมควร ทำให้คนเข้าใจว่ามีเจตนาในเรื่องการแสวงหาประโยชน์อยู่เบื้องหลัง ซึ่งใครที่ถูกกล่าวหามักจะถูกวิพากษ์วิจารณ์ในแง่ลบ จนไม่สามารถดำเนินการใดๆได้ ซึ่งบางครั้งก็ถือเป็นเรื่องที่ดี เพราะถือเป็นมาตรการป้องกันความเสียหายทางสังคม จึงเกิดการระแวงเอาไว้ก่อน แต่อีกด้านทำให้ทุกอย่างไม่ขับเคลื่อนไปข้างหน้า และเกิดความล่าช้าในการทำงานอย่างมาก เพราะจะเกิดข้อถกเถียงไม่สิ้นสุด

ในช่วงที่ผ่านมา เมื่อกล่าวถึงสปช.มักจะมีการกล่าวถึงเรื่องพวกพ้องกันค่อนข้างมาก และอาจถือเป็นประเด็นหลักที่กลบเรื่องอื่น ซึ่งถือว่าเป็นเรื่องใหญ่ของการปฏิรูปประเทศไปหมดสิ้น ยิ่งกว่านั้นสังคมไทยถือว่ามีการถกเถียงเรื่องคนกันมากอย่างผิดปกติในขณะที่เรากำลังจะขับเคลื่อนระดับชาติ และที่ผ่านมา ทุกครั้งที่มีเวทีระดับชาติ ก็มักจะมีประเด็นเรื่องคนเป็นเรื่องใหญ่ยิ่งกว่าเรื่องที่กำลังจะทำ ซึ่งในที่สุดแล้ว การทำงานทั้งหมดก็ล้มเหลวในที่สุด หรือ ก็ไม่ได้รับการสานต่องานที่ค้างไว้

เราเห็นว่าประเด็นที่ใหญ่กว่าและน่าถกเถียงยิ่งกว่าเรื่องคน คือ เนื้อหาสาระของการปฏิรูปที่จะออกมา แม้ที่ผ่านมา แนวทางการปฏิรูปมีการศึกษาเอาไว้มากมาย แทบจะไม่มีปัญหาเลยหากเราต้องการหาว่าจะปฏิรูปในเรื่องอะไร เพราะเป็นเรื่องที่ทุกคนรับรู้กันในชีวิตประจำวันอยู่แล้ว แต่ปัญหาคือเราจะปฏิบัติกันอย่างไรต่อแนวทางการปฏิรูปนั้น เราแทบไม่มีการถกเถียงกันอย่างจริงจัง ว่าจะออกแบบอย่างไรให้สามารถปฏิบัติได้จริง และสัมฤทธิผลตามแนวทางการปฏิรูปที่กล่าวกันว่าเป็นปัญหา

ดังนั้น เราหวังว่าหากถกเถียงเรื่องคนในสปช.จบสิ้นแล้ว คนในสังคมที่ต้องการเข้าไปมีส่วน ในการปฏิรูปควรให้ความสนใจต่อสาระสำคัญที่กำลังจะเกิดขึ้น การสร้างพลังให้เกิดการปฏิรูปประเทศนั้นไม่จำเป็นเสมอไปว่าต้องไปนั่งเป็นสปช. เพราะเราสามารถหาช่องทางการแสดงความคิดเห็นและเสนอแนวทางที่ดีต่อสังคมได้ อย่าลืมว่าการปฏิรูปที่เกิดขึ้นอาจส่งผลกระทบกับประชาชนหลายด้าน เราควรให้ความสนใจต่อแนวทางปฏิรูป ว่าอย่างไรเป็นสิ่งที่เหมาะสมกับประชาชนส่วนใหญ่ของประเทศ