จ้างงาน'ซ่อม-สร้าง'แบบฉบับ กระตุ้นเศรษฐกิจของประยุทธ์

จ้างงาน'ซ่อม-สร้าง'แบบฉบับ กระตุ้นเศรษฐกิจของประยุทธ์

ในวันอังคารสัปดาห์หน้านี้ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี คาดว่าจะแถลงถึงมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจ

เฉพาะหน้าในช่วงไตรมาสสุดท้ายของปีนี้ โดยยืนยันไม่ใช่นโยบายประชานิยม แต่เป็นการเน้นไปที่การสร้างงาน สร้างรายได้ เพื่อให้เกิดประโยชน์ทางเศรษฐกิจและรักษาวินัยการเงิน การคลังของประเทศ ซึ่งจะมีทั้งระยะสั้นที่ประกอบด้วยการเร่งรัดการเบิกจ่ายงบประมาณ ทั้งภาครัฐและรัฐวิสาหกิจจากเงินงบประมาณปี 2558 จำนวน 1 แสนล้านบาท และงบประมาณค้างท่อจากปี 2557 อีก 2.6 แสนล้านบาท มาตรการจ้างงานระยะสั้น การปรับปรุงโรงพยาบาลชุมชน การให้นักเรียน นักศึกษาอาชีวะ สามารถเริ่มทำงานได้ทันที

อีกทั้งอาจจะมีการใช้เงินจากโครงการไทยเข้มแข็งอีก 15,000 ล้านบาท เพื่อช่วยกระตุ้นการท่องเที่ยวด้วยการลดหย่อนภาษีให้กับบุคคลธรรมดาและนิติบุคคล การช่วยเร่งการส่งออกให้มีอัตราเพิ่มขึ้น ขณะที่มาตรการระยะกลางและระยะยาวจะเป็นแผนลงทุนในโครงสร้างพื้นฐาน และการปรับโครงสร้างภาษีทั้งระบบ เพื่อให้เกิดความเป็นธรรมและการขยายฐานภาษี เช่น เร่งผลักดันการเก็บภาษีมรดก ภาษีทรัพย์สินที่เป็นที่ดินและสิ่งปลูกสร้าง รวมถึงการคืนภาษีคนจนที่เรียกว่า Negative Income Tax นอกจากนี้รัฐบาลยังอยู่ระหว่างการยกร่างแผนผลักดันเศรษฐกิจที่ขับเคลื่อนด้วยดิจิทัลเทคโนโลยี ตามแนวคิด Digital Economy ซึ่งคาดว่าจะเสนอสภานิติบัญญัติแห่งชาติ หรือ สนช. ให้พิจารณาได้ภายใน 2-3 เดือนข้างหน้า

หลังจากที่ธนาคารเพื่อการพัฒนาเอเชีย หรือเอดีบี มองว่าเศรษฐกิจไทยปีนี้จะเติบโตเหลือแค่ 1.6% จากระดับ 2.9% และการส่งออกที่จะโตเหลือ 1% จากที่คาดไว้ 6% ซึ่งเป็นระดับต่ำที่สุดในอาเซียนโดยที่มีอัตราเฉลี่ยอยู่ที่ 4.6% แสดงว่าเศรษฐกิจไทยเติบโตต่ำกว่าค่าเฉลี่ยของประเทศเพื่อนบ้าน แต่ ม.ร.ว.ปรีดิยาธร เทวกุล รองนายกรัฐมนตรีดูแลด้านเศรษฐกิจ บอกว่าไม่แปลกใจเพราะเป็นตัวเลขที่หน่วยงานเศรษฐกิจในประเทศคาดการณ์ไว้ก่อนแล้ว จึงเป็นสาเหตุที่รัฐต้องมีมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจ และเชื่อว่าเศรษฐกิจไทยจะดีขึ้นในไม่ช้าอย่างแน่นอน จึงไม่อยากให้ตั้งความหวังไว้สูงว่าจะเติบโตได้ถึง 5% เพราะหากไม่ได้ก็จะผิดหวัง แต่คงเห็นการเติบโตได้ในระดับ 3-4% ถือว่าดีพอสมควร

ส่วนอัตราการขยายตัวของเศรษฐกิจไทยปีนี้ รัฐบาลยังคาดว่าจะอยู่ที่ 2% ซึ่งก็ถือว่าเป็นการขยายตัวที่ต่ำกว่าศักยภาพ จากที่ได้รับผลกระทบจากไตรมาสแรกปีนี้ที่อัตราการขยายตัวทางเศรษฐกิจติดลบ 0.5% แม้จะกระเตื้องขึ้นในไตรมาสที่สองบวกได้ 0.4% ทำให้ครึ่งปีแรกมีเศรษฐกิจติดลบ 0.1% โดยที่ภาคการส่งออกยังเป็นตัวฉุดรั้ง ขณะที่ธนาคารแห่งประเทศไทยปรับลดคาดการณ์ส่งออกในปีนี้จะอยู่ที่ 0% อาจทำให้ต้องปรับลดตัวเลขเศรษฐกิจที่ต่ำกว่า 1.5% แต่มาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจของรัฐบาลประยุทธ์นั้น มุ่งเน้นที่การขับเคลื่อนเศรษฐกิจต้องเพิ่มปัจจัยด้านการบริโภคในประเทศ ในช่วงที่จะมีการรวมกลุ่มเป็นอาเซียน ที่มีการค้าและการบริโภคภายในภูมิภาคที่จะเติบโตมากขึ้น

เมื่อรัฐบาลประยุทธ์พยายามที่จะหลีกเลี่ยง การใช้มาตรการประชาชนนิยม มาแก้ไขปัญหาเศรษฐกิจเฉพาะหน้า โดยจะให้น้ำหนักต่อการนำงบประมาณ มาจัดสรรให้เกิดการจ้างงานสร้างรายได้ที่ไม่ใช่นโยบายประชานิยม ด้วยการเพิ่มจำนวนการจ้างงานเพื่อสร้างรายได้ โดยมุ่งพัฒนาศักยภาพแรงงานจบใหม่ในกลุ่มอาชีวะและวิศวกรรม เนื่องจากปัจจุบันยังมีแรงงานจบใหม่ ที่ยังไม่มีงานทำมากถึง 300,000 คน จึงมีความพยายามคิดวิธีการใช้เงินในแบบที่ให้เบ็ดตกปลากับคนเพื่อไปจับปลา และเพื่อเสริมสร้างความยั่งยืน ก็จะเป็นการใช้เงินไม่เหมือนประชานิยมที่ผ่านมา เพื่อพัฒนาแรงงานที่ทำงานไม่ตรงกับวิชาชีพที่ศึกษามา มีการฝึกอบรมหลักสูตรที่ตรงกับความต้องการของผู้ประกอบการ และให้กลับเข้าสู่ในตลาดเพื่อที่จะสามารถเพิ่มศักยภาพในการผลิตระยะยาว