แจ็ค มา แห่งอาลีบาบา จากครูยากจนเป็นมหาเศรษฐีออนไลน์

แจ็ค มา แห่งอาลีบาบา จากครูยากจนเป็นมหาเศรษฐีออนไลน์

ใครรวยที่สุดของประเทศจีน? ล่าสุดสำนักข่าวบลูมเบอร์กยืนยันว่านาย Jack Ma (马云) อดีตคุณครูโรงเรียน

เริ่มต้นธุรกิจออนไลน์ วันที่ไม่มีเงิน ไม่มีความรู้เรื่องอินเทอร์เน็ต วันนี้เจ้าของธุรกิจอีคอมเมิร์ซ Alibaba อันโด่งดังเป็นเจ้าของตำแหน่งนั้น

ประเมินแล้วทรัพย์สินส่วนตัวของนักธุรกิจจีนวัย 49 คนนี้ มีค่าถึง 21.8 พันล้านเหรียญ หรือเกือบ 660,000 ล้านบาท

ความมั่งคั่งของเขารวมถึงหุ้น 7.3% ในอาลีบาบา และเกือบ 50% ใน Alipay ซึ่งเป็นบริการชำระเงินออนไลน์

นี่เป็นความร่ำรวยส่วนตัวของแจ็ค มา ก่อนที่เขาจะเอาหุ้นของอาลีบาบา เข้าตลาดหุ้นสหรัฐ ที่นิวยอร์ก ซึ่งกำลังเป็นข่าวใหญ่ เพราะคาดกันว่าจะเป็นการเปิดตัวหรือ IPO (Initial Public Offering) ที่สูงสุดในประวัติศาสตร์ทีเดียว

มูลค่า IPO ของหุ้นอาลีบาบา เปิดตลาดคาดกันว่าจะสูงถึง 24.3 พันล้านเหรียญ หรือประมาณ 7 แสนกว่าล้านบาท

คณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์สหรัฐ บอกว่าอาลีบาบา มีแผนจะขายหุ้นทั้งหมดถึง 368 ล้านหุ้น ราคาประมาณกันที่หุ้นละ 60-66 เหรียญ

ผมอ่านหนังสือชี้ชวนซื้อหุ้นของเขาแล้วต้องบอกว่า น่าประทับใจไม่น้อยเพราะเจ้าของและผู้ก่อตั้งลงมาลุยเอง ยืนยันว่าแม้บริษัทนี้จะเกิดที่ประเทศจีน แต่ต่อไปนี้จะกลายเป็นบริษัทระดับโลก ไม่จำกัดสัญชาติอีกต่อไป

ผมบวกลบคูณหารแล้ว ถ้าหุ้นเปิดตัวของอาลีบาบา เฉลี่ยที่ 66 เหรียญต่อหุ้น บริษัทก็จะมีมูลค่าทั้งหมด 1.63 แสนล้านเหรียญสหรัฐ

ต่ำกว่าแอปเปิล อิงค์ที่มีมูลค่าตลาดหรือ market capitalization สูงสุดในโลกที่ 5.92 แสนล้านเหรียญสหรัฐ

อาลีบาบา เป็นบริษัทอีคอมเมิร์ซใหญ่ที่สุดของจีน ขายของออนไลน์ทุกประเภท ไม้จิ้มฟันยันเรือรบ

อาลีบาบา เคยเอาหุ้นไปขายในตลาดฮ่องกงเมื่อ 7 ปีก่อน ตอนนั้นธุรกิจยังเป็นในลักษณะของการขายแบบ B-to-B หรือ business-to-business แต่วันนี้อาลีบาบาปรับธุรกิจเป็นแบบขายตรงถึงผู้บริโภค ทำให้ยอดขายพุ่งพรวดพราดสามเท่าตัว ในช่วงสามเดือนที่จบลงในเดือนมิถุนายน ไปอยู่ที่ 1.99 พันล้านเหรียญ รายได้ส่วนใหญ่มาจากโฆษณา

ประสบการณ์การเอาหุ้นอาลีบาบา ไปขายในตลาดหุ้นฮ่องกงไม่สวยนัก เพราะตลาดร่วงถึง 55% ในช่วงปลายปี 2008 จนแจ็ค มา ต้องตัดสินใจเอาหุ้นออกจากตลาด รอจังหวะมาลุยเต็มสูบที่ตลาดหุ้นนิวยอร์ก ซึ่งคาดว่าจะเริ่มซื้อขายกันในสัปดาห์นี้

แจ็ค มา ก่อตั้งอาลีบาบาเมื่อ 15 ปีก่อน ในฐานะผู้ประกอบการที่ไม่มีเงินทุนอะไรมากมาย จึงใช้อพาร์ตเมนต์เล็ก ๆ ที่เมืองหางโจวเป็นสำนักงานเริ่มแรก

เขายึดหลักการบริหารว่า “Customers first, employees second, and shareholders third.

แปลว่าเขาต้องการให้ลูกค้ามาเป็นอันดับหนึ่ง ตามมาด้วยพนักงานและผู้ถือหุ้นมีความสำคัญอันดับสาม

เขาอธิบายว่าบริษัทจะเจริญก้าวหน้าได้ต้องให้ลูกค้าพอใจก่อน เพราะถ้าไม่มีลูกค้าก็ไม่มีรายได้ จากนั้นก็ต้องให้พนักงานทำงานด้วยความทุ่มเท และมีความภูมิใจในการบริการลูกค้าอย่างเต็มที่ จากนั้นก็รับรองได้ว่าผู้ถือหุ้นจะได้ประโยชน์สูงสุด

ตอนเป็นนักเรียนมัธยม แจ็ค มามีความใฝ่ฝันอยากเรียนภาษาอังกฤษมาก ยอมปั่นจักรยาน 45 นาทีทุกเช้า เพื่อไปโรงแรมแห่งหนึ่งหาโอกาสสนทนากับนักท่องเที่ยวต่างชาติเพื่อฝึกภาษา โดยอาสาพาไปเที่ยวในเมืองหางโจวเพื่อแลกกับโอกาสที่จะได้ฝึกภาษาต่างถิ่น

ต่อมา เขาสอบเข้ามหาวิทยาลัยไม่ได้ถึงสองครั้ง จึงตัดสินใจสมัครเข้าเรียนสถาบันครูหางโจวแทน และจบปริญญาตรีเอกภาษาอังกฤษเมื่อปี 1988 และต่อมาก็เป็นครูสอนภาษาอังกฤษในมหาวิทยาลัยที่หางโจวนั่นเอง

เขาตัดสินใจเปิดธุรกิจออนไลน์ เพราะวันหนึ่งขณะชวนเพื่อนมากินข้าวที่บ้าน เขาต้องการอวดว่าเขารู้จักโลกออนไลน์มากกว่าคนอื่น จึงพิมพ์คำว่า beer กับ China ในอินเทอร์เน็ต ปรากฏว่าไม่มีข้อมูลอะไรเลย มีแต่เบียร์อเมริกันและเยอรมัน

แจ็ค มา ตัดสินใจว่านี่คือ โอกาสที่เขาจะสามารถสร้างธุรกิจของตัวเอง จึงเปิดเว็บไซต์ภาษาจีนขึ้นมา และเพียงไม่กี่ชั่วโมงหลังจากนั้น เขาก็ได้รับคำสอบถามจากทั้งโลกอย่างคึกคัก นั่นคือจุดเริ่มต้นของอาลีบาบา

“ผมรู้ตั้งแต่นาทีนั้นเลยว่าอินเทอร์เน็ตจะเปลี่ยนโลกและจะเปลี่ยนประเทศจีนแน่นอน...” เขาบอก

ในปี 1999 แจ๊ค มา รวบรวมเพื่อน 17 คนไปเจอกันที่บ้าน ปรึกษากันเพื่อจะตั้งเว็บไซต์แรกของจีน ที่จะเชื่อมคนขายของจีนกับต่างประเทศเป็นครั้งแรก

และนั่นคือวันที่ Alibaba.com ถือกำเนิดในโลกออนไลน์ ไม่ช้าไม่นานบริษัทนี้ก็กลายเป็นบริษัทไฮเทคอันดับต้น ๆ ของประเทศจีน

เขามักเล่าเสมอว่าวันที่เขาตัดสินใจก่อตั้งอาลีบาบานั้น “ผมไม่มีเงิน ไม่มีความรู้เรื่องไฮเทค และบริหารธุรกิจไม่เป็น”

(พรุ่งนี้จะเล่าเรื่อง “ความบ้าบิ่น” ที่ทำให้แจ็ค มา เป็นอภิมหาเศรษฐี)