แผนดันราคาข้าวรัฐบาลประยุทธ์

แผนดันราคาข้าวรัฐบาลประยุทธ์

ผมมีโอกาสนั่งถกเถียงแนวทางการดูแลรักษา เสถียรภาพราคาข้าวของรัฐบาลประยุทธ์

กับผู้ที่มีส่วนรับผิดชอบเมื่อสัปดาห์ที่ผ่านมา

สถานการณ์ราคาข้าว ณ ขณะนี้เริ่มตกต่ำลงอย่างมาก สาเหตุสำคัญมาจากการเร่งเก็บเกี่ยวข้าวนาปรังหนีน้ำที่กำลังเข้าท่วม เป็นข้าวสดความชื้นสูง ราคาจึงตกต่ำลงไปพอสมควร ไปอยู่แถว 6 พันกว่าบาทต่อตัน

แต่ที่ผู้รับผิดชอบในฐานะผู้ขายข้าวในสต็อกรัฐ กังวลพอสมควรคือข้าว ที่จะออกมาต้นฤดูปี 2557/2558 นี้ ตั้งแต่เดือน พ.. เป็นต้นไป ข้าวนาปีจะออกสู่ตลาดมากกว่า 4-5 ล้านตัน เป็นสาเหตุสำคัญให้ราคาดิ่งลงต่ำกว่า 7 พันบาทต่อตัน ซึ่งเป็นราคาที่ชาวนาไม่มีทางรับกันได้

เพราะหากราคาตลาดอยู่ที่ 7 พันบาท ชาวนาจะขายข้าวได้จริง หลังถูกหักความชื้นเหลือแค่ 5 พันกว่าบาท

ถ้าปล่อยให้เป็นเช่นนั้น มรสุมจะถาโถมรัฐบาลประยุทธ์ วิกฤติศรัทธาจะค่อยๆ ก่อตัวและลุกลามบานปลาย

ทำอย่างไร โจทย์ยากและท้าทายยิ่งนักกับการไม่เอาทั้งประกันรายได้และปิดประตูจำนำ ข้าวจะออกมามาก สต็อกเดิมก็แบกไว้สูงกว่า 13 ล้านตัน

กลไกตลาดข้าวไล่ตั้งแต่ต้นน้ำ ชาวนา กลางน้ำ โรงสีและปลายน้ำผู้ส่งออก พิกลพิการไปกับการจำนำข้าวที่ทุกองคาพยพ รอนโยบายการอุดหนุนจากรัฐ

เฉพาะหน้าต้องหาทางผลักดันข้าวใหม่ออกไปนอกประเทศให้ได้โดยเร็ว ในราคาที่ไม่ตกต่ำมากนักและสามารถแข่งขันได้

ต้องใช้กลไกทั้งการขายแบบรัฐต่อรัฐและผู้ส่งออกหาออเดอร์ร่วมกัน ใครมีความสามารถต้องวิ่งเข้ามาช่วยไม่ให้ราคาตกต่ำสะท้อนไปถึงชาวนา

เจริญ เหล่าธรรมทัศน์ นายกสมาคมผู้ส่งออกข้าวไทย ออกมายืนยันแล้วว่า ราคาข้าวเปลือกตกต่ำ ไม่ได้เกิดจากผู้ส่งออกชะลอซื้อข้าวสาร และทำให้โรงสีหยุดซื้อข้าวเปลือก

แต่เป็นเพราะข้าวเปลือกมีความชื้นสูง และชาวนาเร่งเก็บเกี่ยวผลผลิตออกมาพร้อมกันหมด ทำให้ถูกกดราคารับซื้อจากการถูกหักความชื้น

สอดคล้องกับ ดวงพร รอดพยาธิ์ อธิบดีกรมการค้าต่างประเทศ สำทับว่า การระบายสต็อกข้าวสารของรัฐบาล ไม่ใช่สาเหตุที่ทำให้ราคาข้าวเปลือกตกต่ำอยู่ในขณะนี้ เพราะมีการเปิดระบายปริมาณไม่มาก ประกอบกับเข้าสู่หน้าฝน ทำให้ชาวนาเร่งเก็บเกี่ยวผลผลิตและนำมาขายให้กับโรงสี ทำให้ข้าวมีความชื้นสูง จึงทำให้ถูกหักราคา ซึ่งเป็นภาวะชั่วคราวเท่านั้น

อีกประการที่ราคาตกต่ำชั่วคราว มาจากปัญหาขาดแคลนเรือสินค้า ทำให้มีการหยุดซื้อข้าว แต่หลังจากนี้เชื่อราคาข้าวเปลือกจะกลับมาปรับตัวดีขึ้น เพราะสถานการณ์เรือกลับเข้าสู่ภาวะปกติ

ปัญหาเฉพาะหน้า น่าจะเอาตัวรอดได้ รับรัฐมนตรีพาณิชย์ใหม่ เชื่อว่าสัปดาห์ข้าวจะเด้งขึ้น

แต่ปัญหาปลายปีต้องขบคิด ต้องทำทุกทางในการผลักข้าวใหม่ออกนอกประเทศ ทั้งรัฐและเอกชน ซึ่งดูเหมือนว่าทีมนี้จะทำการบ้านแล้ว

เริ่มจากการขายข้าวให้กับอินโดนีเซีย ในแบบรัฐต่อรัฐบรรลุการเจรจากับบูล็อกหน่วยจัดซื้อของอินโดนีเซียแล้ว 1.7 แสนตัน และฟิลิปปินส์กำลังเปิดประมูลช่วงกลางเดือนนี้ 5 แสนตัน ต้องพร้อมสู้ทุกราคากับเวียดนาม

ขณะที่มีสัญญาเก่าที่ต้องส่งมอบกับคอฟโกในลักษณะจีทูจีกับจีนอยู่แล้ว ประกอบกับการสู้ในตลาดอิหร่านที่เจรจาและส่งมอบให้ได้ในช่วงปลายปี

น่าจะผลักดันข้าวสารออกไปได้มากกว่า 1 ล้านตันเฉพาะดีลของรัฐ หมายถึงดูดข้าวเปลือกออกมาด้วยเฉียด 2 ล้านตัน พอบรรเทาปัญหาไปได้

ทั้งหมดเป็นไปภายใต้เงื่อนไข เอกชนซื้อข้าวเปลือกในราคาตลาดไม่ต่ำมากนักอย่างน้อยต้องให้ชาวนาขายได้ 8.5-9 พันต่อตัน ซึ่งเป็นราคาที่พออยู่ได้และมีกำไร

แน่นอนเอกชนไปซื้อข้าว ทำการค้าต้องมีกำไร หากราคามาในแบบที่ไม่สามารถรับได้ รัฐจะเข้าไปชดเชยราคาส่วนต่างให้ตามสมควร โดยจ่ายเป็นข้าวในสต็อกรัฐ เพื่อสร้างแรงจูงใจให้ซื้อข้าวในตลาด ที่สำคัญต้องไม่ฟันกำไรเกินไปและการชดเชยจะต้องโปร่งใสและการทำธุรกิจกับเอกชนในลักษณะ ต้องไม่มีรายการคุณขอมา

ราคาข้าวไทยอยู่แถวๆ 420 ดอลลาร์ขณะนี้ ต้องยันไว้ให้ได้แล้วค่อยๆ ขยับขึ้น

ค่อยๆ ฟื้นกลไกปกติให้กลับคืนมาจากทุกอย่างที่พังไปแล้ว

เดินกันอยู่ดีๆ แต่กลับทำให้พังลงได้ในพริบตา !!!!