คุณประยุทธ์จะเป็นนายกฯที่มีประสิทธิภาพมากขึ้นได้อย่างไร

คุณประยุทธ์จะเป็นนายกฯที่มีประสิทธิภาพมากขึ้นได้อย่างไร

แม้คุณประยุทธ์คงจะทำหน้าที่นายกฯ ได้ดีกว่าคุณยิ่งลักษณ์ในหลายด้าน แต่ประเทศไทยมีปัญหา

ทั้งทางเศรษฐกิจ การเมือง สังคม วัฒนธรรม และระบบนิเวศ รุนแรงและซับซ้อนมาก คุณประยุทธ์ซึ่งเรียนและทำงานเป็นทหารมาตลอดยังต้องเรียนรู้และพัฒนาตัวเองให้เป็นผู้นำที่มีประสิทธิภาพเพิ่มขึ้นอย่างมาก เขาจึงจะสามารถปฏิรูปหรืออย่างน้อยเปลี่ยนแปลงให้ประเทศไทยให้เดินหน้าไปในทิศทางที่เป็นประโยชน์แก่คนส่วนใหญ่อย่างยั่งยืนได้

ผู้นำที่ดีจะต้องเรียนรู้ที่จะประเมินจุดแข็ง จุดอ่อน ทั้งของตนเองและเพื่อนร่วมงานของเขาได้อย่างฉลาด รวมทั้งการประเมินคู่แข่ง ปัญหา อุปสรรค การท้าทาย และโอกาสในการที่จะบริหารเพื่อการปฏิรูปประเทศในสถานการณ์พิเศษ ให้ก้าวหน้าพ้นปัญหาขนาดหนักที่อาจจะเรียกได้ว่าวิกฤตหรือค่อนข้างวิกฤต ได้อย่างมีประสิทธิภาพ

คุณประยุทธ์มีจุดแข็งตรงที่มีกองทัพได้หนุนหลัง เป็นคนที่ดูมีความตั้งใจสูง ขยันทำงานเพื่อแก้ปัญหาของประเทศ แต่คุณประยุทธ์ก็มีจุดอ่อนด้วยเช่นกัน การมีจุดอ่อนเป็นเรื่องธรรมชาติของคนทุกคน ไม่ใช่เรื่องเสียหาย น่าละอาย คนที่สามารถมองปัญหาอย่างวิพากษ์ วิจารณ์ รับรู้จุดอ่อนของตนเองได้ (แม้ไม่จำเป็นต้องพูดออกมา) คือคนที่ฉลาด และสามารถเป็นผู้นำที่ฉลาดและมีประสิทธิภาพได้มากกว่าคนที่คิดว่าตนเองเก่งทุกอย่าง รู้ทุกอย่างแล้ว ถ้ามีเพื่อนที่ปรึกษาที่ดี ช่วยเตือนสติ ช่วยให้คำแนะนำที่ดีมากกว่าที่คุณประยุทธ์ได้ ก็จะช่วยได้ ถ้ามีแต่ลูกน้องที่เกรงใจ เห็นดีเห็นงามด้วยทุกเรื่อง ก็จะทำให้หลงตัวเอง และหลงทางได้

จุดอ่อนของคุณประยุทธ์เท่าที่ผมวิเคราะห์ได้ตอนนี้คือ เขาได้รับการฝึกอบรมมาแบบทหาร คิดและทำงานแบบทหาร ที่งานหลักคือ ทำสงครามรบกับข้าศึก งานเช่นนั้นต้องใช้วิธีการจัดตั้งแบบรวมศูนย์บังคับบัญชา ลดหลั่นตามลำดับชั้น เพื่อที่จะตัดสินและทำได้อย่างมีเอกภาพและรวดเร็ว เหมาะกับสถานการณ์ ความโน้มเอียงเช่นนี้อาจนำมาประยุกต์ใช้ในการบริหารประเทศได้ในบางเรื่อง เช่น เรื่องความมั่นคง ความสงบเรียบร้อย แต่การบริหารเศรษฐกิจ การเมือง สังคม สิ่งแวดล้อมของประเทศนั้นเป็นภาระงานที่กว้างขวางซับซ้อน แตกต่างจากการบริหารกองทัพทหารเพื่อไปรบมาก

ถึงคุณประยุทธ์จะเป็นนายกฯ บวกกับหัวหน้าคสช. ในสถานการณ์ที่ทหารยึดอำนาจรัฐได้ ที่ดูเหมือนจะมีอำนาจเบ็ดเสร็จ ทำอะไรได้เร็วกว่าผู้นำในระบบรัฐสภา แต่รัฐบาลไม่สามารถสั่งภาคธุรกิจเอกชน ซึ่งเป็นกำลังสำคัญของภาคเศรษฐกิจของประเทศได้ รัฐบาลทำได้เพียงออกกฎหมาย คำสั่ง นโยบาย เพื่อจูงใจหรือห้ามปราม ตั้งเงื่อนไข ให้พวกนักธุรกิจทำหรือไม่ทำอะไรได้บางส่วนเท่านั้น เศรษฐกิจภาครัฐบาลแม้จะมีงบประมาณมาก เป็นเพียงส่วนย่อยของระบบเศรษฐกิจตลาดเสรีหรือทุนนิยมเท่านั้น

แม้แต่ภาคราชการ ซึ่งใหญ่และมีบทบาทต่อการพัฒนาทางเศรษฐกิจสังคมของประเทศพอสมควร ก็ไม่ใช่ว่าเพื่อนายกฯ สั่งการไปตามหน่วยงานต่างๆ แล้ว พวกเขาจะทำงานแก้ปัญหาได้ผลตามที่นายกฯ ต้องการหรือคาดหมายได้เสมอไป เพราะระบบราชการหรือข้าราชการจำนวนมากในปัจจุบันคือตัวปัญหา อุปสรรค ด้วยซ้ำ ทั้งเป็นระบบที่ใหญ่โตเทอะทะ อุ้ยอาย ล้าหลัง ข้าราชการจำนวนมากทำงานแบบขุนนาง เพื่อประโยชน์ตัวเอง วิสัยทัศน์ ความรู้ ความชำนาญ ความตั้งใจทำงาน ประสิทธิภาพค่อนข้างต่ำ ทุจริตฉ้อฉล หาผลประโยชน์ทับซ้อน ฯลฯ

การที่ระบบราชการซึ่งเป็นกลไกที่สำคัญยังอ่อนแอ ล้าหลัง คือจุดอ่อนที่สำคัญที่ทำให้นายกฯ ทำงานได้ประสิทธิภาพต่ำลง แม้จะตั้งใจดี ขยัน และคาดหวังสูง คุณประยุทธ์จะต้องมองระบบราชการอย่างวิพากษ์วิจารณ์มากกว่านี้ และจะต้องหาคนนอกราชการมาช่วยปฏิรูประบบราชการอย่างถึงรากฐาน จึงจะมีโอกาสปฏิรูปประเทศได้ ลำพังการโยกย้ายข้าราชการบางคนที่ย่อหย่อน มีปัญหา หรือเลือกข้าง รัฐบาลชุดที่แล้วอาจจะแก้หรือบรรเทาปัญหาได้บ้างนิดหน่อย แต่ถ้าไม่ผ่าตัดปฏิรูปทั้งระบบโครงสร้างจริงๆ แล้ว คงเปลี่ยนแปลงหรือปฏิรูปอะไรไม่ได้จริงจัง ที่มีปัญหาเห็นชัดก็เช่นตำรวจ อัยการ มหาดไทย กระทรวงศึกษาธิการ รัฐวิสาหกิจ แต่ทุกกระทรวง ทุกหน่วยงานรัฐล้วนมีปัญหาที่ต้องการการปฏิรูปเชิงระบบโครงสร้างด้วยเช่นกัน

การจะปฏิรูประบบการทำงานของข้าราชการ ไม่ใช่อยู่ที่การสั่งการให้หน่วยงานราชการ เป็นต้นว่ากระทรวงศึกษาธิการปฏิรูปตนเอง ข้าราชการไม่สามารถปฏิรูปตนเองอย่างได้ผลเพราะ 1. พวกเขามีอำนาจผลประโยชน์ของตัวเองที่ไม่อยากสูญเสียหรือถูกลดทอน 2. พวกเขาไม่อาจมองภาพใหญ่ทั้งระบบแบบคนนอกช่วยมองได้ เพราะพวกเขาต้องทำงานแก้ปัญหาเฉพาะหน้าไปวันๆ และชินกับการแก้ปัญหาทีละเรื่องในรายละเอียด และคิดว่านี่คือการทำงานทำหน้าที่ที่ดีที่สุดแล้ว แต่ไม่สามารถวิเคราะห์และเข้าใจสาเหตุที่อยู่ลึกถึงขั้นพื้นฐาน และแก้ที่สาเหตุต้นตอแบบผ่าตัดปฏิรูปเชิงโครงสร้างอย่างแท้จริง ดังนั้น การจะปฏิรูปประเทศได้ต้องระดมความคิดกำลังจากภาควิชาการ วิชาชีพ ภาคธุรกิจเอกชน ภาคประชาสังคม องค์กรประชาชนต่างๆ มาผลักดัน แข่งขัน ตรวจสอบ จึงจะเปลี่ยนแปลงระบบการบริหารการเมืองการปกครองและราชการแบบเก่าให้เป็นระบบการบริหารแบบใหม่ ที่มีความรู้ ประสิทธิภาพ โปร่งใส เป็นธรรม มีจิตใจให้บริการต่อประชาชน มีจิตใจทำเพื่อส่วนรวมอย่างแท้จริง

อยากแนะนำให้คุณประยุทธ์และทีมงานของเขาอ่านหนังสือของผม 3 เล่ม คือ 1. ปัดกวาดประเทศ ก้าวย่างอีกยาวไกล สนพ.บ้านพระอาทิตย์อาจจะเลือกอ่านเฉพาะบทที่ 1 เพื่อเข้าใจปัญหาภาพรวม และบทที่ 5 เรื่องทางออกก็ได้ 2. ศาสตร์และศิลป์ในการเป็นผู้นำในโลกยุคใหม่ แม้ชื่อจะดูเป็นหนังสือทฤษฎีมาก แต่เนื้อหาสำคัญที่ผู้นำถ้ารู้จักทบทวน วิเคราะห์ตัวเอง เพื่อนร่วมงาน การทำงานขององค์กรอยู่เสมอ จะได้ประโยชน์มาก 3. หลักคิด คำคม ผู้นำและภาวะการนำ (2 เล่มหลังนี้พิมพ์โดยสำนักพิมพ์สายธาร) ถ้าค่อยๆ พลิกอ่านและคิดไปด้วย หรือกลับมาอ่านทบทวนอยู่เสมอ จะเป็นการเตือนสติให้หลักคิดที่ดีสำหรับคนที่ตั้งใจจะเป็นผู้นำที่ดี มีประสิทธิภาพ ถ้าคุณประยุทธ์ยังไม่ค่อยมีเพื่อนที่ดี ที่กล้าจะแนะนำคุณอย่างไม่เกรงใจ อย่างน้อยหนังสือ 3 เล่มนี้ พอจะเป็นเพื่อนที่ดีได้

“การจะนำประชาชนได้ ต้องรู้จักเดินตามหลังพวกเขา” /เหล่าจื่อ

“ไม่มีความผิดพลาดอันใดจะยิ่งใหญ่ไปกว่าการหลงเชื่อว่าตนเองเป็นฝ่ายถูกเสมอ” /แซมมวล บัตเลอร์