วันเสาร์ ที่ 17 ตุลาคม 2569

Login
Login

อย่าหวังมากกับการปฏิรูป

พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ(คสช.) ได้เสนอทางออก

สำหรับสังคมไทย ภายหลังจากการยึดอำนาจจากรัฐบาล ของนางสาวยิ่งลักษณ์ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี จากภาวะความขัดแย้งอย่างรุนแรงและไม่อาจหาข้อยุติร่วมกันได้แม้แต่เรื่องเล็กน้อย ด้วยข้อเสนอ"ปฏิรูปประเทศ" และจากโรดแมพของคสช.ที่ประกาศไว้ ถือว่าจากนี้ไปจะเป็นช่วงเวลาสำคัญอย่างยิ่งสำหรับการปฏิรูป เพราะเป็นระยะที่ 2 ของแผนก่อนจะส่งต่อให้กับรัฐบาลที่มาจากการเลือกตั้ง

หากติดตามผลการสำรวจความคิดเห็นของหลายสำนักวิจัย เกี่ยวกับรัฐบาลใหม่และการทำงานของคสช. จะพบว่าประชาชนส่วนใหญ่พอใจกับผลงาน และยังสนับสนุนให้รัฐบาลที่มีพล.อ.ประยุทธ์ เป็นนายกรัฐมนตรี บริหารประเทศต่อไปสักระยะหนึ่ง ซึ่งบางคนอาจเห็นว่าเสียงสนับสนุนนั้น เนื่องจากคนไทยเบื่อหน่ายกับความขัดแย้งการเมืองที่หาทางออกกันไม่ได้มาเกือบ 10 ปี และการแก้ปัญหาของคสช.ที่ผ่านมา ก็ถือว่าทำได้รวดเร็วในหลายเรื่องที่เป็นประเด็นใหญ่ของสังคม เช่น เรื่องงบประมาณและเงินจำนำข้าว

ความสงบทางการเมืองหลังจากคสช.เข้าบริหารประเทศ อาจทำให้หลายคนประหลาดใจไม่น้อย เพราะก่อนหน้านี้มีคำอธิบายว่าหากทหารยึดอำนาจจะเกิดการต่อต้านครั้งใหญ่และจะเกิดการนองเลือดขึ้นในสังคมไทยอีกครั้ง แต่สิ่งที่เกิดขึ้นกลับตรงกันข้าม ทุกอย่างดูสงบลง แม้แต่กลุ่มขัดแย้งทางการเมือง ไม่ว่าจะเป็นกลุ่มแนวร่วมประชาธิปไตยต่อต้านเผด็จการแห่งชาติ(นปช.) กลุ่มคณะกรรมการประชาชนเพื่อการเปลี่ยนแปลงประเทศไทยให้เป็นประชาธิปไตยที่สมบูรณ์อันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข(กปปส.)

นอกจากนี้ ฝ่ายการเมืองก็แสดงท่าทีทำนองเดียวกัน ว่ารอดูการทำงานของคสช.ว่าจะปฏิรูปประเทศ ออกมาอย่างไร ซึ่งก็หมายความว่าในขณะนี้คสช.ได้รับความไว้วางใจจากคนหลายฝ่ายให้บริหารประเทศ เพื่อเดินหน้าปฏิรูปประเทศ และกำลังรอดูว่าขั้นตอนต่างๆ และส่วนที่มีบทบาทในการปฏิรูปครั้งนี้ ไม่ว่าจะเป็นสภานิติบัญญัติแห่งชาติ(สนช.) สภาปฏิรูปแห่งชาติ(สปช.) จะดำเนินการอย่างไรในการปฏิรูป 11 ด้านที่กำหนดไว้ ขณะนี้ที่คนไทยได้เห็นเป็นเพียงแนวคิดกว้างๆ ว่าจะมีเรื่องใดบ้าง

แน่นอนว่าการกล้าประกาศปฏิรูปของกองทัพในครั้งนี้ ถือว่าท้าทายอย่างมาก เพราะไม่เคยมีการปฏิวัติครั้งใดในการเมืองช่วงหลัง ที่เคยบอกว่าจะปฏิรูปสังคมไทย อย่างมากที่สุดมักปฏิวัติเพื่อแก้ปัญหาการทุจริตคอร์รัปชัน หรือ การช่วงชิงอำนาจเท่านั้น ส่วนปัญหาต่างๆ ที่จะแก้ไขนั้นก็มักประกาศแบบขอไปทีเท่านั้น ซึ่งเป็นที่ทราบกันดีอยู่แล้วในกลุ่มคนที่ทำงานว่าการปฏิรูป แม้เป็นเรื่องเล็กน้อย ก็ถือว่ายุ่งยากและต้องใช้เวลาพอสมควร ดังนั้นแรงกดดันต่อคสช.จากนี้ไปเราเชื่อว่าจะมีค่อนข้างมากพอสมควร

เราเห็นว่าประเด็นสำคัญของการเปลี่ยนแปลงทางการเมืองในครั้งนี้ เราไม่ควรมุ่งไปที่ความสำเร็จ หรือล้มเหลวของการปฏิรูปเป็นสำคัญ เพราะเป็นไปได้ยากจะทำการปฏิรูปปัญหาที่หมักหมมในสังคมมานานและบางกรณีความซับซ้อนอย่างมาก เช่น ปัญหาความเท่าเทียม หรือ การบุกรุกพื้นที่ป่า สิ่งที่เราควรมองต่อไปคือคสช.จะร่างเค้าโครงการปฏิรูปออกมาอย่างไร อย่างน้อยก็กฎหมายสำคัญ ส่วนงานปฏิรูปนั้นคนไทยต้องทำกันอย่างต่อเนื่อง หากยังต้องการสังคมที่น่าอยู่ขึ้น หากเราเห็นตรงกันในเรื่องการปฏิรูป เราก็คิดว่าเป็นผลสำเร็จเบื้องต้นของกระแสการปฏิรูปในมือของคสช.