เมื่อแอ๊ปเปิ้ลเริ่มเปิดตัว "HomeKit" ซึ่งเป็นนวัตกรรมด้าน Internet of Things (IoT) ในเดือนมิ.ย.ที่ผ่านมา
ก็ได้สร้างกระแสตื่นตัว และความหวังที่สมาร์ทโฟนจะช่วยให้เราสามารถควบคุมการทำงานของอุปกรณ์เครื่องใช้ในบ้านสะดวกขึ้น ส่งผลให้อุตสาหกรรมด้าน IoT ปรากฏภาพชัดยิ่งขึ้นจากค่ายธุรกิจชั้นนำอย่างซิสโก ควอลคอมม์ จีอี ฟิลิปส์ รวมถึงกูเกิลและซัมซุง ที่ต่างก็เร่งเครื่องลงทุนและเปิดตัวนวัตกรรม IoT กันอย่างจริงจัง
การที่อุปกรณ์ในบ้านสามารถสื่อสารเชื่อมต่อหรือส่งข้อมูลถึงกันเอง ในลักษณะ "Connected Home" หรือสมาร์ทโฮม นับเป็นนวัตกรรมใหม่ที่ช่วยให้การอยู่อาศัยมีความสะดวกปลอดภัยได้มากขึ้น ตัวอย่างเช่นเจ้าของบ้านสามารถสั่งให้กลอนประตูบ้านเปิดให้กับแขกได้ในช่วงวันและเวลาที่กำหนดผ่านแอพในสมาร์ทโฟน หรือเทอร์โมสแตท ที่สามารถตรวจการเคลื่อนไหวของคนในบ้าน และปรับอุณหภูมิในห้องให้เหมาะสมได้เอง
บริษัทต่างๆ ที่เห็นโอกาสที่จะเกิดขึ้น จึงหันมาร่วมมือและผลักดัน IoT สู่นวัตกรรมแห่งการอยู่อาศัยด้วย ขอยกตัวอย่างมาแนะนำกันค่ะ
ควอลคอมม์ผลักดัน AllJoyn
ปัจจัยสำคัญที่อุปกรณ์ในบ้านมาจากผู้ผลิตและเทคโนโลยีที่ต่างกัน การเชื่อมให้อุปกรณ์เหล่านี้สื่อสารกันจึงนับเป็นความท้าทายอย่างมาก ควอลคอมม์ซึ่งได้พัฒนาการส่งสื่อสารของอุปกรณ์แบบ peer-to-peer ผ่านโมบายอยู่แล้วจึงขยายผลนวัตกรรมเกิดเป็น "AllJoyn" และได้ร่วมกับพันธมิตรกว่า 60 รายได้แก่ ซิสโก้ แอลจี พานาโซนิค ชาร์ป ดีลิงค์ และเอชทีซี เปิดคอนโซเตียมที่เรียกว่า “AllSeen Alliance” เพื่อให้อุตสาหกรรมสามารถใช้งานเทคโนโลยีได้อย่างสะดวก
AllJoyn เป็นโครงการโอเพ่นซอสที่ช่วยให้อุปกรณ์ แอพและเซอร์วิสสามารถสื่อสารถึงกันผ่านได้ทั้งไวไฟ สายไฟฟ้า และอีเธอร์เน็ต (Ethernet) เพียงแต่นำซอฟต์แวร์ติดตั้งในอุปกรณ์ สามารถใช้ได้กับระบบปฏิบัติการส่วนใหญ่ไม่ว่าจะเป็นลีนุกซ์ แอนดรอยด์ iOS หรือวินโดวส์ ล่าสุดไมโครซอฟท์ก็ได้ร่วมเป็นพันธมิตรเช่นกัน
ซิสโกชูนิยาม IoE
ซิสโก ผู้นำด้าน IoT รายสำคัญได้กล่าวว่า ในปี 2543 มีสิ่งของที่เชื่อมต่อกับอินเทอร์เน็ตประมาณ 200 ล้านชิ้นและพบว่าในปี 2551 มีจำนวนมากกว่าจำนวนประชากรของโลกแล้ว คาดว่าในปี 2563 น่าจะมีจำนวนสิ่งของที่เชื่อมกันสูงถึง 30-50 พันล้านชิ้น ตัวเลขนี้สร้างความตื่นตัวให้กับอุตสาหกรรมอย่างมาก สถาบัน IoT European Research Center ยังคาดการณ์ว่าในทุกวินาทีมีสิ่งของ 80 ชิ้นที่เริ่มเชื่อมต่อถึงเป็นครั้งแรก และปี 2563 การเชื่อมต่อจะเพิ่มขึ้นเป็น 250 ชิ้นในทุกวินาที ขณะที่ผลสำรวจผู้ใช้งานอินเทอร์เน็ตในสหรัฐ พบว่า กว่า 20% มีอุปกรณ์ในบ้านที่เชื่อมต่ออินเทอร์เน็ตแล้ว
วันนี้ซิสโกได้ผลักดันนิยามคำว่า "Internet of Everything (IoE)" ซึ่งหมายถึงการเชื่อมโยงผู้คน กระบวนการ ข้อมูล และสิ่งต่างๆ เข้าด้วยกันอย่างชาญฉลาด และการเชื่อมโยงนี้จะนำมาซึ่งสิ่งอัศจรรย์พร้อมด้วยประสบการณ์ใหม่อันหลากหลายที่ตื่นตาตื่นใจ ด้วยผู้คนใหม่ๆ กระบวนการใหม่ๆ รวมทั้งข้อมูลและสิ่งใหม่ๆ มากมายมีการเชื่อมโยงและสื่อสารกันบน IoE นั่นเอง
เนสท์สร้างกระแส Thread
ส่วนเนสท์ ผู้ผลิตเครื่องสมาร์ทเทอร์โมสแตท และเป็นหนึ่งในผู้สร้างกระแสความนิยม IoT ก็ได้ริเริ่มกำหนดมาตรฐานการสื่อสารเช่นกัน โดยได้ร่วมมือกับพันธมิตรหลายรายเช่น เมอร์เซเดส เบนซ์ เวิร์ลพูล และล่าสุดซัมซุง ผลักดันให้ผู้ผลิตแก็ตเจ็ตในบ้านให้หันมาใช้โปรโตรคอลเครือข่ายไร้สายใหม่ที่เรียกว่า "Thread"
Thread มุ่งที่ความเรียบง่ายในการใช้งาน ความปลอดภัยและการใช้พลังงานอย่างมีประสิทธิภาพ โดยการออกแบบสำหรับอุปกรณ์ในบ้าน ทั้งอุปกรณ์ควบคุมทางเดินและอุณหภูมิในบ้าน การบริหารจัดการพลังงาน ไฟ และความปลอดภัย
นวัตกรรมอย่าง Connected Home เพิ่งเริ่มต้นขึ้นและคงมีสิ่งประดิษฐ์ใหม่อีกไม่น้อยที่มาช่วยการอยู่อาศัย และแฟชั่นการแต่งบ้านให้ดูมีไลฟ์สไตล์และอินเทรนด์มากขึ้น นวัตกรรม IoT คงไม่ได้หยุดอยู่เพียงเท่านี้ แต่ในทางตรงกันข้ามคงกำลังเร่งพัฒนานวัตกรรมเพื่อให้บ้านสามารถพูดกับเราได้ เช่น บ้านบอกได้ว่ามีใครเข้ามาในบ้านบ้าง คุณแม่ลืมเปิดหน้าต่างทิ้งเอาไว้ ลืมปิดไฟในตู้เสื้อผ้า หรือคุณพ่อยังไม่ตื่นและได้เกิดกิจกรรมอะไรขึ้นบ้างในวันนี้
การเกิดขึ้นของสิ่งเหล่านี้จำเป็นต้องใช้เทคโนโลยี อุปกรณ์ ซอฟต์แวร์ โปรโตรคอลและระบบหรือการส่งสัญญาณแบบใหม่ ซี่งจะเปิดโอกาสให้ผู้ผลิตและนักพัฒนาจากทั่วโลกได้เข้ามามีส่วนร่วม เชื่อได้ว่าบ้านแห่งอนาคต ที่ช่วยให้เราดำรงชีวิตได้อย่างสะดวกสบาย และมีความสุขมากขึ้นคงอยู่ไม่ไกล









