ช่วงปลายสัปดาห์ก่อน คงยังจำกันได้ถึงการโยกย้ายระดับผู้บริหารบริษัทปตท. ที่เห็นชัดๆ
โดยบอร์ดปตท. โยกย้ายตำแหน่งประธานเจ้าหน้าที่บริหารและกรรมการผู้จัดการใหญ่บริษัท พีทีที โกลบอล เคมิคอล จำกัด (มหาชน) หรือ PTTGC และประธานเจ้าหน้าที่บริหารและกรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท ไทยออยล์ จำกัด(มหาชน) แทนผู้ที่เกษียณอายุ
โดยฝ่ายบริหารปตท.ได้เสนอให้ สุพัฒนพงษ์ พันธ์มีเชาว์ รองกรรมการผู้จัดการใหญ่ กลยุทธ์องค์กร ปตท.ขึ้นแท่นตำแหน่ง ประธานเจ้าหน้าที่บริหารและกรรมการผู้จัดการใหญ่ พีทีทีจีซี แทน บวร วงศ์สินอุดม พร้อมให้ อธิคม เติบศิริ รองกรรมการผู้จัดการใหญ่หน่วยธุรกิจปิโตรเคมีและการกลั่น นั่งประธานเจ้าหน้าที่บริหารและกรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท ไทยออยล์ แทน วีรศักดิ์ โฆสิตไพศาล
การแต่งตั้งโยกย้ายครั้งนี้หากวิเคราะห์เจาะลึกทั้ง สุพัฒนพงษ์ และ อธิคม เรียกว่าไม่ธรรมดา หากจะบอกว่าทั้งคู่เป็นมือขวาและยืนอยู่เคียงข้าง ไพรินทร์ ชูโชติถาวร ประธานเจ้าหน้าที่บริหารและกรรมการผู้จัดการใหญ่ปตท.ก็ไม่น่าจะผิดเพี้ยน
ใครจะเชื่อว่าจริงๆ แล้ว มีการจับเขาคุยกันถึงการโยกย้าย ประธานเจ้าหน้าที่บริหารและกรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท ปตท.สำรวจและผลิตปิโตรเลียม จำกัด (มหาชน) หรือ PTTEP ให้ไปนั่งในตำแหน่ง ประธานเจ้าหน้าที่บริหารและกรรมการผู้จัดการใหญ่PTTGC ก่อนที่จะมีการประชุมบอร์ดปตท.เพียงไม่กี่วัน
ว่ากันว่าก่อนหน้านี้ได้มีการจับเข่าหารือกับผู้มีอำนาจและบุคคลที่เกี่ยวข้องนอกรอบมาแล้ว ถึงเหตุผลที่จะย้าย ซีอีโอ PTTEP ด้วยเหตุผลต่างๆ นานา
วันที่นั่งจับเข่าคุยกันดูเหมือนจะมีผู้เกี่ยวข้องอยู่ 5 คนด้วยกัน มีทั้ง "ผู้ว่าปตท.และอดีตผู้ว่า ประธานบอร์ดปตท. กรรมการปตท.ผู้มีอำนาจและเทวินทร์"
เอาเป็นว่าวันนั้นการพูดคุยที่จะให้ไปนั่งที่ PTTGC ดูเหมือนมีการตกปากรับคำ เห็นดี เห็นงามทุกฝ่ายกับข้อเสนอ มีการมองการณ์ไกลถึงขั้นว่าหากไปอยู่ตรงนี้เท่ากับเป็นการปูทางให้ ซีอีโอ PTTEP ขึ้นแท่น "ซีอีโอปตท.คนใหม่" ทำนองนั้น
แต่เหตุไฉนในวันที่มีการประชุมบอร์ดปตท.กลับไม่มีคำสั่งการโยกย้าย ซีอีโอ PTTEP เกิดขึ้น หรือเกิดอาการเปลี่ยนใจกลางทาง สืบไปสืบมาได้ใจความทำนองมี "มือที่มองไม่" เห็นยกหูแจ้งให้ระงับการโยกย้ายซะอย่างนั้น มีการอ้างถึงว่าเป็นคำขอร้องจาก"ผู้ใหญ่บางคน"
อ้าว...แล้วที่นั่งคุยๆ กันมาก่อนหน้านี้ทำยังไงดีละนี่ !!
เมื่อโยกย้ายเทวินทร์ไม่ได้ก็ไม่ใช่เรื่องใหญ่โตอะไร ผู้มีอำนาจในปตท.ก็เริ่มปรับแผนใหม่ ย้ายเทวินทร์ไม่ได้ก็ย้ายให้ สุพัฒนพงษ์ ไปนั่ง PTTGC แทน ว่ากันว่าจริงๆ แล้ว ถ้า ซีอีโอ PTTEP ยอมตามข้อเสนอก็จะเอา สุพัฒนพงษ์ ไปนั่งที่ PTTEP นั่นเอง แต่ด้วยฟ้าฝนที่ไม่เป็นใจทำให้ทุกอย่างไม่เป็นอย่างคิด จนมีการพูดกันถึงขั้นว่าถูก "หักหลัง" เกิดขึ้น
เอาละ..ตอนนี้เราเริ่มเห็นขั้วอำนาจใหม่ในปตท.เกิดขึ้นอีกครั้งแล้วหากมองจากโยกย้ายครั้งนี้ ถ้าจะบอกว่าเป็นขั้วใหม่ก็ไม่แปลก ผู้บริหารแต่ละคนที่ขึ้นมาอยู่สายไหน เด็กใคร ไม่จำเป็นต้องสาธยาย เชื่อว่าคนในปตท.ย่อมรู้ดี จริงๆ เมื่อโยกย้ายระดับซีอีโอก็ต้องมีการแต่งตั้งระดับรองขึ้นมาแทน
แต่ใครจะเชื่อว่างานนี้มีการแต่งตั้งผู้ที่มีส่วนเกี่ยวข้องพัวพันกับคดีปาล์มอินโดนีเซีย มีบทลงโทษชัดเจน แต่กลับได้ตำแหน่งใหญ่โตเกิดอะไรขึ้นละนี่
ที่แน่ๆ การแต่งตั้งโยกย้ายรอบนี้มีคนที่ไม่แฮปปี้เกิดขึ้น ไม่รู้ชะตาว่าวันข้างหน้าจะเกิดอะไรขึ้น จะมีการล้วงลูก ล้วงลึก แผลเก่าๆ ที่เคยทำมาไว้อย่างไร เริ่มมีอาการร้อนๆ หนาวๆ เกิดขึ้น
ฉะนั้นเกมส์นี้คงจะเป็นบทพิสูจน์ พลังขั้วอำนาจอีกครั้ง ในการแต่งตั้งซีอีโอปตท.คนใหม่ปีหน้า ส่วนใครลูกรักใคร ใครเป็นทายาทใคร ลองวิเคราะห์กันดู แต่ที่แน่ๆ ปตท.กำลังเกิดอาณาจักรอำนาจใหม่ขึ้น
เชื่อขนมกินได้ตั้งแต่วันนี้เลย ว่าคู่แข่งสำคัญชิงเก้าอี้ซีอีโอปตท.รุ่นต่อไปคงจะหนีไม่พ้น "เสี่ย ส." กับ "เสี่ย ท." ส่วนข้างไหนจะมีพลังมากกว่ากัน กาลเวลาจะเป็นเครื่องพิสูจน์









