จากหัวข้อสนทนาเล็กๆ ที่ดิฉัน อาศัยช่องทางโซเชียลมีเดียเป็นตัวสื่อสาร เพื่อส่งต่อข้อความที่มีโอกาส
ได้ไปสัมภาษณ์นักธุรกิจรุ่นบุกเบิกอย่าง "คุณสุนทร อรุณานนท์ชัย" กรรมการผู้จัดการใหญ่ ซีพีแลนด์ ซึ่งคร่ำหวอดในแวดวงธุรกิจด้านการเงิน และการพัฒนาอสังหาริมทรัพย์ มายาวนานกว่า 30 ปี ผ่านร้อนผ่านหนาว ผ่านปัญหาสารพัดรูปแบบของสังคมไทย โดยอยู่ภายใต้ปีกธุรกิจของกลุ่มทุนใหญ่เครือเจริญโภคภัณฑ์ หรือซีพี ผู้ซึ่งมีบทบาทสำคัญในการขับเคลื่อนเศรษฐกิจภาคเอกชน สิ่งที่สัมผัสได้ คือการมองเห็นความหวัง การให้โอกาส และความฝัน ที่เชื่อเหลือเกินว่าตรงกับใจใครๆ อีกหลายคน
โดยเฉพาะกับข้อความที่คุณสนทร ฝากถึงผู้ที่เข้ามาอาสารับหน้าที่เป็นผู้บริหารบ้านเมือง ทั้งตำแหน่งนายกรัฐมนตรี และคณะรัฐมนตรี ที่จะต้องแต่งตั้งตามมาอีกทั้งคณะว่า ต้องการเห็นคนดี มีความสามารถ ใจซื่อมือสะอาด และมีความเป็นมืออาชีพ เข้ามาบริหารประเทศ
ภารกิจวันนี้และอีก 1-2 ปีข้างหน้า สำหรับพลเอกประยุทธ์ จันทร์โอชา นอกจากเป็นผู้บัญชาการทหารบก เป็นหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) แล้ว แน่นอนต้องเป็นแม่ทัพใหญ่ของรัฐบาล ในฐานะ นายกรัฐมนตรี มีภารกิจหลัก คือ นำพาประเทศให้พ้นวิกฤติ โดยเฉพาะวิกฤติศรัทธาและความแตกแยก ซึ่งยังมีร่องรอยฝังรากลึกที่ไม่อาจปฏิเสธได้
แม้การก้าวสู่ตำแหน่งนายกรัฐมนตรีคนที่ 29 ของไทย จะได้การยอมรับจากคนจำนวนมาก แต่ก็เชื่อเหลือเกินว่ามีคนไม่เห็นด้วยอยู่จำนวนไม่น้อย งานบริหารที่รออยู่ข้างหน้า จึงไม่ใช่เส้นทางที่โรยด้วยกลีบกุหลาบแน่นอน ในทางตรงข้ามกลับจะเต็มไปด้วยขวากหนาม ทั้งที่เปิดเผยและซ่อนเร้น ด่านอรหันต์จะมีอีกกี่สิบกี่ร้อยด่านคงยากจะเดา
แต่ด่านแรกที่เริ่มต้นก็ยากแล้ว คือ การฟอร์มทีรัฐบาล ไม่ใช่เรื่องง่ายเลยที่หัวหน้า คสช. ซึ่งมีฐานสำคัญจากกองทัพ จะคัดสรรผู้ที่เหมาะสมมาดำรงตำแหน่งรัฐมนตรี ให้ถูกตาต้องใจทุกคนได้ ด้วยข้อจำกัดของคุณสมบัติที่ต้องเลือกคนดี ใจซื่อมือสะอาด มีความรู้ความสามารถ เป็นมืออาชีพ เข้ามานั่งในทีมบริหารรัฐบาลเฉพาะกิจ ในช่วงเวลาที่แม้จะยังตอบไม่ได้ว่าสั้นหรือยาว แต่หลายคนมองว่า คงไม่ครบเทอม 4 ปี เหมือนรัฐบาลเลือกตั้ง
หัวข้อสนทนาที่ดิฉันหยิบยกขึ้นมาวันนี้ คือ "รัฐบาลแบบไหนที่ภาคธุรกิจและประชาชนอยากได้" อันที่จริงก็มีคำตอบในใจอยู่แล้วว่า คนส่วนใหญ่จะอยากได้รัฐบาลแบบไหน รัฐบาลในฝันเป็นอย่างไร ซึ่งแน่นอนไม่ว่าคนไทย หรือประเทศไหนๆ ก็คงต้องการคนเก่งและดี มีคุณธรรม คิดถึงส่วนรวมมากกว่าส่วนตน ก้าวขึ้นสู่ตำแหน่งจากการเลือกตั้งโดยบริสุทธิ์ยุติธรรม แม้รัฐบาลยุค พลเอกประยุทธ์ จะไม่ได้มาจากการเลือกตั้ง เพราะเป็นรัฐบาลเฉพาะกิจ แต่คนส่วนใหญ่ก็ให้การยอมรับและให้โอกาส
ก็ได้แต่หวังว่ารัฐบาลชุดนี้จะใช้โอกาสที่มี พัฒนาบ้านเมืองอย่างบริสุทธิ์ยุติธรรม แม้ไม่ใช่รัฐบาลจากการเลือกตั้ง แต่ท่านก็เป็นรัฐบาลที่คนไทยให้การยอมรับ ในฐานะผู้นำความสงบมาสู่ประเทศ ซึ่งเป็นตัวแปรสำคัญ ที่เรียกความเชื่อมั่น สร้างขวัญกำลังใจให้คนไทยได้ไม่น้อย
ขอเป็นอีกหนึ่งกำลังใจให้ท่านและหวังว่า "อำนาจ"....คงไม่ทำลายความมุ่งมั่นปรารถนาดีต่อบ้านเมืองลงไปได้!









