วันศุกร์ ที่ 16 ตุลาคม 2569

Login
Login

บัญชีทรัพย์สิน ของ คสช. และ สนช.

การได้มาซึ่งทรัพย์สินโดยมิชอบคือการคอร์รัปชัน ไม่ว่าผู้ที่ได้ทรัพย์มาโดยมิชอบนั้นทำงานในภาครัฐ กึ่งรัฐ

หรือเอกชนก็ตามการคอร์รัปชันนั้นเกิดขึ้นในทุกหนทุกแห่ง เรียกตามภาษาชาวบ้านว่าโกง คนที่กระทำเช่นนี้เรียกว่าคนขี้โกง เป็นที่รังเกียจของคนดีมีศีลธรรม แต่ในหมู่คนขี้โกงด้วยกันนั้น คงเป็นไปในด้านตรงกันข้าม ใครโกงได้มากกว่าโดยไม่มีใครจับผิดได้หรือไม่มีใครกล้าจับผิด คงได้รับการยกย่อง ยอมรับนับถือ เป็นไอดอลของพวกขี้โกงด้วยกัน

ผู้เขียนเคยเขียนถึงการแสดงบัญชีทรัพย์สินในคอลัมน์นี้ครั้งหนึ่ง หลังคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) เข้าควบคุมอำนาจในการบริหารประเทศใหม่ๆ โดยเสนอให้ออกกฎหมายกำหนดให้เจ้าหน้าที่รัฐทั้งภาคราชการและรัฐวิสาหกิจ (ที่ไม่ใช่บริษัทในตลาดหลักทรัพย์) และนักการเมืองทั้งระดับชาติและระดับท้องถิ่นต้องแสดงบัญชีทรัพย์สิน โดยกำหนดให้ชัดลงไปว่า ผู้ดำรงตำแหน่งระดับใดขึ้นไปต้องแสดงบัญชีทรัพย์สิน และให้มีการกำหนดกระบวนการปฏิบัติไว้ในกฎหมาย เจตนารมณ์ของกฎหมายก็คือ เพื่อป้องกันการได้มาซึ่งทรัพย์สินอันมิชอบของเจ้าหน้าที่รัฐหรือการคอร์รัปชัน แม้จะทำได้ไม่ทั้งหมด แต่ก็ถือว่าเป็นการป้องปรามมิให้กระทำผิด อาจมีผลให้เกิดการยับยั้งชั่งใจหรือทำได้ยากขึ้น ช่วยลดความเสียหายลงไปได้บ้างก็ยังดีกว่าไม่ทำอะไรเลย

ผู้เขียนเสนอให้ คสช. ออกกฎหมายดังกล่าว ก็เพราะสามารถทำได้รวดเร็วผ่านสภานิติบัญญัติแห่งชาติ (สนช.) ซึ่งหากใช้กลไกปกติคือรัฐสภาที่มาจากการเลือกตั้งย่อมมีความเป็นไปได้น้อยที่จะสำเร็จ เพราะถ้าหากให้นักการเมืองอาชีพออกกฎหมายบังคับตนเองคล้ายการลิดรอนสิทธิของตนเองก็คงเป็นไปได้ยาก ดังนั้น สมาชิกสภานิติบัญญัติแห่งชาติที่ไม่ใช่นักการเมืองอาชีพ ไม่มีผลประโยชน์ทับซ้อนในเรื่องนี้ น่าจะทำได้รวดเร็ว เพราะกฎหมายดังกล่าวไม่ได้ทำเพื่อประโยชน์ของใครเป็นการเฉพาะ หากแต่เพื่อประโยชน์ของประเทศชาติเป็นสำคัญ

แต่ผู้เขียนก็แปลกใจอยู่ไม่น้อยเมื่อมีการแต่งตั้งสมาชิกสภานิติบัญญัติแห่งชาติแล้ว มีการพูดถึงการแสดงบัญชีทรัพย์สินของสมาชิกสภานิติบัญญัติแห่งชาติ เช่นเดียวกับ คณะรัฐมนตรี (ครม.) สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร (ส.ส.) และสมาชิกวุฒิสภา (ส.ว.) ที่มาจากการเลือกตั้ง แต่ปรากฏว่าสมาชิกสภานิติบัญญัติแห่งชาติบางส่วนแสดงความไม่เห็นด้วยกับการยื่นบัญชีทรัพย์สิน รวมทั้งในกรณีมีผู้เสนอให้คณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) ยื่นแสดงบัญชีทรัพย์สินเพื่อเป็นการแสดงความบริสุทธิ์ใจและทำเป็นตัวอย่าง แต่ก็มีผู้โต้แย้งว่า ไม่มีความจำเป็นที่ คสช. จะทำเช่นนั้น เพราะไม่มีกฎหมายกำหนดไว้ ซึ่งหาก สมาชิกสภานิติบัญญัติแห่งชาติจะใช้เหตุเดียวกันนี้อ้างเพื่อไม่ต้องยื่นแสดงบัญชีทรัพย์สินก็คงทำได้ เพราะไม่มีกฎหมายกำหนดไว้เช่นกัน ด้วยว่า คสช. และ สนช. ไม่ใช่ ครม. ส.ส. และ ส.ว.

แม้ไม่มีกฎหมายกำหนดไว้ก็ตาม แต่อย่าลืมว่า คสช. ใช้อำนาจเข้าควบคุมการบริหารประเทศแทนรัฐบาลที่มาจากการเลือกตั้งของประชาชน ด้วยเหตุที่อ้างว่าประเทศชาติตกอยู่ในสภาวะเสี่ยงต่อการที่จะเกิดความวุ่นวาย สาเหตุใหญ่ก็เพราะนักการเมืองซึ่งประชาชนเลือกตั้งเข้ามานั้นทำหน้าที่บกพร่อง แทนที่จะทำเพื่อประโยชน์ของประเทศชาติและประชาชนแต่กลับทำไปในทางตรงกันข้ามเสียส่วนมาก มีการใช้อำนาจแสวงหาประโยชน์โดยมิชอบ สร้างความเสียหายแก่บ้านเมือง จน คสช. อ้างเป็นเหตุหนึ่งในหลายๆ เหตุที่จำเป็นต้องเข้าควบคุมอำนาจการบริหารประเทศแทนนักการเมือง เพื่อดำเนินการแก้ไขปัญหา ปรับปรุงข้อบกพร่องที่เอื้อให้นักการเมืองทำเช่นนั้นได้ไม่ให้ทำได้อีก เรียกอย่างเป็นทางการว่าการปฏิรูปประเทศ หาก คสช. และ สนช. เริ่มการปฏิรูปที่คณะของตนเองก่อน ด้วยการยื่นแสดงบัญชีทรัพย์สิน ก็จะได้รับการสรรเสริญและการสนับสนุนจากประชาชนที่เบื่อหน่ายต่อการคดโกงของนักการเมืองทุกคณะที่ผ่านมา เพื่อให้ดำเนินการปฏิรูปประเทศต่อไปอย่างจริงจังดังที่ได้ประกาศไว้

การแสดงบัญชีทรัพย์สินคือการแสดงความบริสุทธิ์ใจและรับประกันตัวเองได้เป็นอย่างดีว่า ตนไม่ได้แสวงหาประโยชน์โดยมิชอบทั้งในอดีตและในอนาคต ทรัพย์สินทุกอย่างจะมีมากหรือมีน้อยก็ได้มาโดยสุจริต แสดงที่มาได้ จึงไม่เกรงกลัวต่อการพิสูจน์และข้อสงสัยของสาธารณชน สาธารณชนก็ไม่หวาดระแวง เมื่อเป็นเช่นนี้ย่อมได้รับการสนับสนุนจากสาธารณชนให้ทำงานให้สำเร็จ

แม้ไม่มีกฎหมายกำหนดให้ คสช. และ สนช. แสดงบัญชีทรัพย์สิน แต่ก็ไม่มีกฎหมายห้ามแสดงบัญชีทรัพย์สินเช่นกัน ดังนั้น หากถือโอกาสนี้แสดงความบริสุทธิ์ใจและแสดงความเป็นผู้นำในการทำสิ่งที่ถูกต้อง คสช. และ สนช. เลือกการยื่นแสดงบัญชีทรัพย์สินโดยไม่ต้องมีกฎหมายกำหนดไว้ก็ย่อมได้ เป็นการริเริ่มวัฒนธรรมทางการเมืองที่ดี ต่อไปภายหน้า จะมีหรือไม่มีกฎหมายกำหนดไว้ นักการเมืองทั้งหลายก็จะได้ปฏิบัติตาม เพราะถือเป็นหนึ่งในคุณธรรมจริยธรรมของนักการเมืองที่ดี

เรื่องแบบนี้คงไม่มีใครว่า แต่จะมีคนสรรเสริญ เพราะนี่คือผู้นำการปฏิรูปที่แท้จริง มีความกล้าหาญทางจริยธรรม จึงฝากถาม คสช. และ สนช. ว่าจะทำได้ไหม เริ่มการปฏิรูปที่คณะของท่านเองก่อน ณ บัดนี้