วันศุกร์ ที่ 16 ตุลาคม 2569

Login
Login

งานที่รออยู่ข้างหน้า

พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา หัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ ประกอบพิธีเข้ารับพระบรมราชโองการ

โปรดเกล้าฯโปรดกระหม่อม แต่งตั้งให้ดำรงตำแหน่งนายกรัฐมนตรีคนที่ 29 ไปเรียบร้อยแล้ว โดยพล.อ.ประยุทธ์ กล่าวว่าตระหนักดีถึงภาระหน้าที่อันยิ่งใหญ่และสำคัญยิ่ง ว่าต่อจากนี้ไปต้องรับผิดชอบในการนำพาประเทศชาติและประชาชนเพื่อก้าวเดินไปข้างหน้า ส่วนการจัดตั้งคณะรัฐมนตรี จะนำขึ้นทูลเกล้าทูลกระหม่อมภายในเดือนกันยายนนี้

พล.อ.ประยุทธ์ กล่าวว่า การบริหารประเทศในทุกๆ ด้าน ในบทบาทของรัฐบาล นายกรัฐมนตรี คณะรัฐมนตรี ควบคู่ไปกับการขับเคลื่อนงานเร่งด่วนเฉพาะหน้าที่ต้องการความรวดเร็วในการแก้ไขปัญหา โดยรัฐบาลและคสช.ต้องมีการหารือในการปฏิบัติตลอดจนวิธีการปฏิบัติอย่างใกล้ชิด รวมทั้งต้องระมัดระวังการก้าวล่วงซึ่งกันและกัน แต่ก็ต้องมีการตรวจสอบและถ่วงดุลกันเพื่อให้เกิดความโปร่งใส ขอให้ทุกคนอย่าได้กังวลกับตัวบุคคลมากนัก วันนี้ต้องสร้างทุกระบบให้เข้มแข็งเพื่อต่อต้านการทุจริตคอร์รัปชันให้ได้โดยเร็ว

ในส่วนของประชาชนก็เช่นกัน ถือเป็นส่วนสำคัญที่สุด ที่จะทำให้การบริหารราชแผ่นดินในขณะนี้ สามารถแก้ไขปัญหาต่างๆ ของประเทศได้ ทั้งงานด้านความมั่นคง เศรษฐกิจ สังคม วัฒนธรรม กฎหมาย และกระบวนการยุติธรรม โดยเฉพาะอย่างยิ่งงานด้าน เศรษฐกิจ ซึ่งมีปัญหาสำคัญอยู่หลายประการด้วยกัน ทั้งภาคเกษตรกร รัฐ ประชาชนโดยทั่วไป ทุกภาคส่วนต้องช่วยกัน พล.อ.ประยุทธ์กล่าวว่าบ้านเมืองมีปัญหาสะสมสำคัญมากมายเป็นระยะเวลาที่ยาวนาน จำเป็นต้องได้รับการแก้ไขโดยเร็ว

จะเห็นได้ว่าภารกิจที่รอการขับเคลื่อนของนายกรัฐมนตรีคนที่ 29 นั้น มีมากมายและล้วนเป็นเรื่องสำคัญๆ ทั้งนั้น ดังนั้นการลงมือทำแต่เนิ่นๆ จะช่วยให้งานหรือภารกิจต่างๆ สามารถคืบหน้าไปได้ รวมถึงในด้านเศรษฐกิจและเรื่องเกี่ยวกับปากท้องหรือความเป็นอยู่ของประชาชน นอกจากนั้น ยังมีงานใหญ่ๆ อย่างการต่อต้านการทุจริตคอร์รัปชัน ซึ่งน่าจะเป็นงานที่ต้องอาศัยการวางแผน ลงมือทำ และปลูกฝังกันในระยะยาวเลยทีเดียว

ยิ่งไทยลงมือจัดการกับปัญหาต่างๆ ได้รวดเร็วเพียงใด ก็จะเป็นแต้มต่อของประเทศมากขึ้นเท่านั้น โดยเฉพาะในยามที่เศรษฐกิจของหลายประเทศในโลกกำลังฟื้นตัว และการเติบโตก็ยังอยู่ในระดับไม่สูงมากนัก รวมถึงกรณีของญี่ปุ่นที่ผู้ว่าการธนาคารกลางเพิ่งระบุว่า อาจใช้นโยบายการเงินแบบรุกกร้าวไปอีกสักพักหนึ่ง เพื่อให้เงินฝืดหายไปอย่างแท้จริง โดยกุญแจสำคัญในการดันให้เงินฝืดหายไปและเกิดเงินเฟ้อได้ถึง 2% ตามเป้าหมายนั้น อยู่ที่บริษัทต่างๆ ต้องขึ้นค่าแรง ในส่วนของสหรัฐนั้น ประธานธนาคารกลางสหรัฐก็เพิ่งยอมรับว่าการตีความข้อมูลตลาดแรงงานสหรัฐนับจากเกิดภาวะถดถอยครั้งใหญ่ปี 2551-2552 มีความซับซ้อนมากขึ้น พร้อมย้ำว่าแม้อัตราว่างงานลดลงเร็วกว่าที่คาดไว้ที่ 6.2% แต่ยังมีความไม่แน่นอนอยู่มาก และ 5 ปีหลังจากภาวะถดถอยสิ้นสุดลง ตลาดแรงงานยังไม่ฟื้นตัวเต็มที่

ดังนั้นการหาตลาดใหม่เพื่อชดเชยความต้องการ ที่อาจลดลงในประเทศพัฒนาแล้วที่ยังฟื้นตัวไม่เต็มที่ ทั้งในซีกโลกตะวันตกและบางประเทศในเอเชียเอง รวมถึงการเตรียมความพร้อมเพื่อรองรับการเข้าสู่การเป็นประชาคมเศรษฐกิจอาเซียนในปี 2558 ซึ่งเหลือเวลาอีกเพียงไม่กี่เดือน จึงเป็นสิ่งที่ไทยต้องจัดวางกลยุทธ์และทิศทางอย่างชัดเจนเพื่อการก้าวไปข้างหน้าอย่างมั่นใจ และเพื่อผลประโยชน์ที่ตกถึงมือคนไทยทุกคน