วันศุกร์ ที่ 16 ตุลาคม 2569

Login
Login

พลังงานร้อนในมือ"ประยุทธ์"

20 สิงหาคม 2557 เจ้าหน้าที่รัฐ ทั้งทหาร ตำรวจ และพลเรือน ได้เข้าเจรจากับเครือข่าย "ขาหุ้นปฏิรูปพลังงาน"

ขณะพักรับประทานอาหารที่ปั๊มน้ำมัน ทีพี สาขารัตภูมิ อ.รัตภูมิ จ.สงขลา เพื่อขอให้ยุติการเดินเท้าเข้ากรุงเทพฯ

ปรากฏว่าการเจรจาไม่เป็นผล ทางเจ้าหน้าที่ทหาร มทบ.42 จึงควบคุมตัวแกนนำ จำนวน 10 คน ขึ้นรถบัสไปที่ค่ายเสนาณรงค์ เนื่องจากกิจกรรมดังกล่าว เป็นการฝ่าฝืนกฎอัยการศึก

ถัดจากนั้น"เครือข่ายนักวิชาการเพื่อสังคมและองค์กรชุมชนภาคใต้"ได้ออกแถลงการณ์สนับสนุน "เดิน" หน้าปฏิรูปพลังงานของเครือข่ายขาหุ้นปฏิรูปพลังงาน

เนื่องจากการเดินเท้ารณรงค์"เดินวันละโยชน์ เพื่อประโยชน์คนทั้งชาติ"เพื่อเรียกร้องการปฏิรูประบบพลังงาน "เครือข่ายนักวิชาการเพื่อสังคมและองค์กรชุมชนภาคใต้" เห็นว่า มิได้เป็นการกระทำที่เข้าข่ายการชุมนุมทางการเมืองตามกฎอัยการศึกแต่อย่างใด

เพราะเครือข่ายขาหุ้นฯ มีเป้าหมายสำคัญอยู่ที่การสื่อสารกับสังคมให้เข้าร่วมปฏิรูประบบพลังงาน สร้างการพัฒนาที่ยั่งยืน และเป็นธรรม

กล่าวสำหรับเครือข่าย "ขาหุ้นปฏิรูปพลังงาน" เป็นชื่อองค์กรที่ตั้งใหม่ โดยกลุ่มเอ็นจีโอภาคใต้ ที่จับประเด็นพลังงานและการพัฒนาเขตเศรษฐกิจขนาดใหญ่ ที่ส่งผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมและชุมชน

ประสิทธิชัย หนูนวลแกนนำเครือข่ายขาหุ้นฯนั้นเป็นชาวนครศรีธรรมราช และเคยเป็นแกนนำเครือข่ายรักษ์บ้านเกิดท่าศาลา คัดค้านการสร้างท่าเรือของบริษัทเชฟรอนฯ

เดิมทีแผนการของเครือข่าย "ขาหุ้นปฏิรูปพลังงาน" จะออกเดินเท้าออกจาก อ.หาดใหญ่ จ.สงขลา โดยมีปลายทางคือกรุงเทพฯ รวมระยะทาง 1,400 กิโลเมตร และตั้งเป้าการเดินเท้า เฉลี่ยวันละ 16 กิโลเมตร

ระหว่างทาง เครือข่ายขาหุ้นฯ มีแผนจะจัดเวทีและกิจกรรมตามจังหวัดต่างๆ โดยให้ความสำคัญเรื่องการเผยแพร่ความรู้ความเข้าใจให้ประชาชนได้รับทราบ

ข้อเรียกร้อง โดยให้เปลี่ยนการบริหารจัดการพลังงานกันใหม่ จากระบบสัมปทานมาเป็น "ระบบแบ่งปันผลผลิต"

ข่าวจากค่ายทหารวันนี้ เครือข่ายขาหุ้นฯ แจ้งผ่านสมาชิกว่า หากได้รับการปล่อยตัว ก็จะทำกิจกรรมเดินเท้าต่อ หากคราวหน้า ทหารจะจับกุมในข้อหาฝ่าฝืนกฎอัยการศึก ก็ทำได้เลย

ขณะที่"กลุ่มจับตาปฏิรูปพลังงาน"นำโดยรสนา โตสิตระกูลกับวีระ สมความคิดก็เดินหน้าเปิดโปง "มหากาพย์ฮุบท่อก๊าซสมบัติชาติ"

สืบเนื่องจากคณะกรรมการนโยบายพลังงานแห่งชาติ (กพช.) ได้มีการเสนอ เรื่องการแยกท่อก๊าซธรรมชาติออกจากบริษัท ปตท. จำกัด (มหาชน) เป็นบริษัทใหม่ เพื่อลดการผูกขาดในธุรกิจก๊าซ

"กลุ่มจับตาปฏิรูปพลังงาน" เห็นว่าระบบท่อส่งก๊าซธรรมชาติ ทั้งบนบกและทะเลเป็น "สมบัติของแผ่นดิน" ปตท.ไม่อาจถือกรรมสิทธิ์แทนรัฐได้ ควรโอนกลับไปเป็น "กระทรวงการคลัง" ซึ่งเป็นหน่วยงานรัฐ

แนวคิดกลุ่มรสนา-วีระ มองว่า ท่อส่งก๊าซธรรมชาติ เป็นทรัพย์สินที่ต้องใช้เพื่อกิจการสาธารณะ และกิจการอันเป็นไปเพื่อการสาธารณูปโภคเท่านั้น ทรัพย์สินแบบนี้กฎหมายบัญญัติว่าจะไม่ตกอยู่ภายใต้การบังคับคดี คือถูกยึดเหมือนทรัพย์สินเอกชนไม่ได้ จึงต้องเป็นทรัพย์สินของรัฐหรือเป็นของหลวงเท่านั้น

"ผมเตือนคุณด้วยความหวังดี ไม่อยากให้เสียของ แต่คุณกลับตอบแทนความหวังดีของประชาชน ด้วยการย่ำยีสมบัติของชาติและประชาชนอย่างท้าทาย.. คุณสมชายคุณเลือกอยู่ข้างฝ่ายที่ทำร้ายทำลายสาธารณสมบัติของแผ่นดิน คุณก็ต้องเป็นศัตรูกับประชาชน"

ข้อความข้างต้น วีระ สมความคิด โพสต์ไว้หน้าเฟซบุ๊คเมื่อวันก่อน เหมือนจะส่งคำเตือนไปถึง "คณะทหาร" ที่เข้ายึดอำนาจ

เมื่อตรวจสอบอารมณ์คนเสื้อเหลืองในสื่อใหม่ ดูหงุดหงิดกับท่าทีของ คสช. และบางส่วนเริ่มออกอาการแอนตี้ "ประยุทธ์"

พลังงานร้อนๆ จึงเป็นของร้อน เพราะลำพัง "รสนา" คนเดียวก็เหนื่อยแล้ว นี่ยังต้องมาเจอ "วีระ" และ "เอ็นจีโอใต้" เรียกว่าเครียดคูณสองแน่..นายกฯป้ายแดง