วันศุกร์ ที่ 16 ตุลาคม 2569

Login
Login

กิจวัตรอัจฉริยะ

ท่านผู้อ่านคงเคยมีประสบการณ์คล้ายกัน ในวันที่เรายุ่งวุ่นวายตื่นสายรีบไปทำงานรถติดหงุดหงิดจิตตกบ่ายสัปหงก

ในที่ประชุมกลุ้มใจทำงานไม่ทันจากนั้นเก็บของกลับบ้านเอางานกลับไปด้วยได้อุ่นใจแต่ส่วนใหญ่ไม่ได้ทำเพราะเพลียละเหี่ยใจจนนอนตื่นสายจนวิ่งวนในวงจรอุบาทว์ใหม่ในวันรุ่งขึ้น

แค่อ่านยังเหนื่อย…

ชีวิตคนทำงานจึงเปื่อยง่าย

กว่าจะรู้ตัว ก็ผุสลาย กลายเป็นดั่งขอนไม้เก่า เน่าพังไปตามวันเวลา

จึงน่าสงสัยว่ามนุษย์อัจฉริยะที่มีความคิดเป็นเลิศ เขาเอาเวลาไหนไปเสาะแสวงหามุมมองบรรเจิด จนเกิดเป็นผลงานอมตะสะสมไว้ให้โลกเชยชม

คุณ Mason Currey นักเขียนและบรรณาธิการนิตยสารชาวอเมริกัน อดรนทนสงสัยไม่ไหว จึงใช้เวลานานหลายปีรวบรวมข้อมูลเรื่องการใช้ชีวิตประจำวันของ 161 นักคิดและศิลปินอัจฉริยะขั้นอมตะของโลกในช่วง 400 ปีที่ผ่านมา ไม่ว่าท่านจะเป็นปราชญ์ นักวิทยาศาสตร์ กวี นักเขียน นักจิตวิทยา ศิลปิน คีตกวี หรือ นักดนตรีที่โด่งดัง

คุณ Currey บรรจุกิจวัตรประจำวันของบุคคลเหล่านี้ในหนังสือคุณภาพขายดี ที่ชื่อ Daily Rituals: How Artists Work กิจวัตรประจำวัน: วิธีทำงานของศิลปิน

บุคคลที่มีผลงานชั้นครูของโลกเหล่านี้ ที่พวกเราคุ้นชื่อ มีอาทิ Pablo Picasso และ Andy Warhol ศิลปินนักวัดภาพชื่อก้อง Leo Tolstoy, Agatha Christie นักเขียนผลงานอมตะ หรือ Beethoven และ Mozart คีตกวีและนักดนตรีขั้นเทพ เป็นต้น

คนส่วนใหญ่อาจคิดว่าคนกลุ่มนี้น่าจะมีพฤติกรรมแปลกประหลาด ดำรงชีวิตแบบปราศจากข้อจำกัดใดๆ อยากทำอะไรเมื่อไหร่ก็ได้ ตามใจฉัน มันสมองท่านถึงลื่นไหล ไม่ติดตื้อ คิดไม่ออกบอกไม่เป็นเฉกเช่นคนธรรมดาสามัญอย่างฉันๆ เธอๆ

กระนั้นก็ดี ในความเป็นจริง แม้แต่ละท่านจะมีพฤติกรรมแตกต่างหลากหลาย แต่เขามีความคล้ายกันอย่างน่าสนใจในเรื่องกิจวัตรประจำวัน ดังนี้ค่ะ

1.มีวินัยในการรักษากิจวัตรประจำวัน

ศิลปินและนักคิดระดับโลกเหล่านี้ มีกิจวัตรประจำวันที่ท่านทำอย่างสม่ำเสมอ ไม่เผลอ ไม่ลืม

จากการวิเคราะห์ของทีมผู้เขียน เขาฟันธงว่าการมีกิจวัตรชัดเจนประจำวัน เป็นหนทางอันชาญฉลาดในการประหยัดพลังสมองของเหล่าอัจฉริยะ โดยเฉพาะในเสี้ยวส่วนของชีวิตที่ไม่ต้องคิดมาก เช่นจะตื่นเมื่อใด ทำงานที่ไหน ระหว่างเวลาใด ฯลฯ อะไรที่ทำแบบมาตรฐานเป็นกิจวัตรได้ โปรดทำไป

พลังสมองถนอมไว้ จะได้ใช้ทุ่มเทไปกับงานสร้างสรรค์ล้วนๆ ไม่ใช่พร่ำเพรื่อกับเรื่องน่าเบื่อจุกจิกกวนใจ

2.สมาธิ สมาธิ สมาธิ

คนกลุ่มนี้มีความพิถีพิถันในการจัดสรรให้บริเวณที่เขาทำงานมีความสงบปราศจากการรบกวนใดๆ

เช่น ประตูทางเข้าห้องทำงานนักเขียนใหญ่ เช่น Jane Austen นักเขียนดังชาวอังกฤษ ผู้ประพันธ์เรื่อง Sense and Sensibility จงใจให้ประตูห้องทำงานมีบานพับที่ส่งเสียงเอียดอาดหากมีใครเปิด จะได้มั่นใจว่าไม่มีใครกล้าทำให้เธอเสียสมาธิ

3.เดินเล่น

ศิลปินชั้นครูจำนวนไม่น้อย ใช้เวลาเดินเล่นเป็นกิจวัตรประจำวันที่ต่างให้ความสำคัญยิ่ง

Charles Dickens นักเขียนชาวอังกฤษ ที่หลายท่านคุ้นกับผลงาน เช่น Oliver Twist เดินวันละ 3 ชั่วโมงทุกบ่าย

Tchaikovsky คีตกวีชาวรัสเซีย ผู้มีบทประพันธ์โดดเด่นมากมาย อาทิ Swan Lake เดินวันละ 2 ชั่วโมงเต็มไม่เคยขาด

Beethoven คีตกวีและนักดนตรีที่โดดเด่นของโลก ชาวเยอรมัน ก็เดินเช่นกันทุกวันหลังอาหารกลางวัน ในมือท่านจะถือกระดาษ เตรียมจดจินตนาการที่มักได้ระหว่างการเดินเล่นนี่เอง

นอกจากจะเป็นการผ่อนคลาย และการออกกำลังกาย การเดินยังทำให้สมองปลอดโปร่ง เมื่อใจโล่ง ความคิดใหม่ๆ ก็มีที่ไหลมาเทมา ให้บรรดาอัจฉริยะเหล่านี้ ใช้เป็นวัตถุดิบในการรังสรรค์สานต่อให้เป็นผลงานที่ยิ่งใหญ่ไม่มีที่สิ้นสุด

4.มีเป้าหมายในการทำงานประจำวัน

คนธรรมดาอาจคิดว่าศิลปินทำงานเป็นห้วงๆ เฉพาะยามที่มีอารมณ์อยากทำ

ไม่มีแรงบันดาลใจ ก็ไม่ทำ...มีอะไรไหม

ในความเป็นจริง อัจฉริยะเหล่านี้มีชีวิตการทำงานที่ไม่ต่างจากคนธรรมดานัก

บางคนมีเป้าหมายชัดเจน เช่น Ernest Hemingway นักประพันธ์ขั้นครู บันทึกผลงานแต่ละวัน ว่าเขียนได้กี่คำ “so as not to kid myself” จะได้ไม่หลงระเริงหลอกตัวเอง เพราะจะ “ติส” ขนาดไหน ก็ต้องมีผลงานที่จับต้องได้ มิใช่หยิบโหย่งไปวันๆ

หลายคนมีเป้าหมายชัดเจนว่าแต่ละวันต้องนั่งทำงานกี่ชั่วโมง ทั้งมุ่งมั่นทำตามกติกาที่ตนตั้งเป็นตาชั่งของประสิทธิภาพอย่างเคร่งครัด

5.จบงานแต่ละวันอย่างเบิกบาน

แทนที่จะเค้นพลัง สั่งจนสมองจนเหือดแห้ง เหมือนแกล้งตัวเอง ศิลปินและนักเขียนหลายคนมีนิสัยตรงกัน คือ เลิกงานในจุดที่ยังมีพลัง มีความคิดใหม่ๆ

เขาเลือกที่จะไม่ทำจนต้องจำใจหยุดเพราะขุดความคิดไม่ออก

ดังนั้นทุกวันยามเลิกงาน เขายังมีความเบิกบานใจ ไม่หน่าย หรือเหนื่อย ซึ่งอาจลามเลื้อยกลายเป็นเบื่องาน

Arthur Miller นักเขียนรางวัล Pulitzer บอกว่าเขาจะไม่ “Drain the reservoir” หรือไม่วิดจนบ่อน้ำแห่งพลังสมองแห้งกรังไง อย่างไรก็ต้องเหลือเชื้อไว้ใช้ต่อ

สรุปว่า ท่านๆ มีศิลปะแห่งความพอดีแบบไม่ดันทุรัง จึงสร้างงานได้อย่างยั่งยืน

6.ใช้ชีวิตแบบไม่วุ่นวายกับวงสังคม

เขาเน้นความเป็นส่วนตัวมากกว่าที่จะทุ่มเวลาให้กับการสังสรรค์เฮฮาในสังคม

อาทิ Picasso ศิลปินชื่อก้องโลกชาวสเปน ประกาศว่าวันอาทิตย์เป็นวันอยู่บ้านครับ ไม่รับไปไหน เป็นวันที่เขาจะทิ้งภาระสังคมทั้งหมด ปลดให้เบากายเบาใจ

เอาพลังไว้สร้างสรรค์งาน ดีกว่าฟุ้งซ่าน ออกงานสังคมจมไม่ลง

ท่านผู้อ่านชอบกิจวัตรประจำวันของอัจฉริยะชั้นครูข้อใด

เลือกปฏิบัติได้ ท่านไม่สงวนลิขสิทธิ์ค่ะ