ท่านผู้อ่านคงเคยมีประสบการณ์คล้ายกัน ในวันที่เรายุ่งวุ่นวายตื่นสายรีบไปทำงานรถติดหงุดหงิดจิตตกบ่ายสัปหงก
ในที่ประชุมกลุ้มใจทำงานไม่ทันจากนั้นเก็บของกลับบ้านเอางานกลับไปด้วยได้อุ่นใจแต่ส่วนใหญ่ไม่ได้ทำเพราะเพลียละเหี่ยใจจนนอนตื่นสายจนวิ่งวนในวงจรอุบาทว์ใหม่ในวันรุ่งขึ้น
แค่อ่านยังเหนื่อย…
ชีวิตคนทำงานจึงเปื่อยง่าย
กว่าจะรู้ตัว ก็ผุสลาย กลายเป็นดั่งขอนไม้เก่า เน่าพังไปตามวันเวลา
จึงน่าสงสัยว่ามนุษย์อัจฉริยะที่มีความคิดเป็นเลิศ เขาเอาเวลาไหนไปเสาะแสวงหามุมมองบรรเจิด จนเกิดเป็นผลงานอมตะสะสมไว้ให้โลกเชยชม
คุณ Mason Currey นักเขียนและบรรณาธิการนิตยสารชาวอเมริกัน อดรนทนสงสัยไม่ไหว จึงใช้เวลานานหลายปีรวบรวมข้อมูลเรื่องการใช้ชีวิตประจำวันของ 161 นักคิดและศิลปินอัจฉริยะขั้นอมตะของโลกในช่วง 400 ปีที่ผ่านมา ไม่ว่าท่านจะเป็นปราชญ์ นักวิทยาศาสตร์ กวี นักเขียน นักจิตวิทยา ศิลปิน คีตกวี หรือ นักดนตรีที่โด่งดัง
คุณ Currey บรรจุกิจวัตรประจำวันของบุคคลเหล่านี้ในหนังสือคุณภาพขายดี ที่ชื่อ Daily Rituals: How Artists Work กิจวัตรประจำวัน: วิธีทำงานของศิลปิน
บุคคลที่มีผลงานชั้นครูของโลกเหล่านี้ ที่พวกเราคุ้นชื่อ มีอาทิ Pablo Picasso และ Andy Warhol ศิลปินนักวัดภาพชื่อก้อง Leo Tolstoy, Agatha Christie นักเขียนผลงานอมตะ หรือ Beethoven และ Mozart คีตกวีและนักดนตรีขั้นเทพ เป็นต้น
คนส่วนใหญ่อาจคิดว่าคนกลุ่มนี้น่าจะมีพฤติกรรมแปลกประหลาด ดำรงชีวิตแบบปราศจากข้อจำกัดใดๆ อยากทำอะไรเมื่อไหร่ก็ได้ ตามใจฉัน มันสมองท่านถึงลื่นไหล ไม่ติดตื้อ คิดไม่ออกบอกไม่เป็นเฉกเช่นคนธรรมดาสามัญอย่างฉันๆ เธอๆ
กระนั้นก็ดี ในความเป็นจริง แม้แต่ละท่านจะมีพฤติกรรมแตกต่างหลากหลาย แต่เขามีความคล้ายกันอย่างน่าสนใจในเรื่องกิจวัตรประจำวัน ดังนี้ค่ะ
1.มีวินัยในการรักษากิจวัตรประจำวัน
ศิลปินและนักคิดระดับโลกเหล่านี้ มีกิจวัตรประจำวันที่ท่านทำอย่างสม่ำเสมอ ไม่เผลอ ไม่ลืม
จากการวิเคราะห์ของทีมผู้เขียน เขาฟันธงว่าการมีกิจวัตรชัดเจนประจำวัน เป็นหนทางอันชาญฉลาดในการประหยัดพลังสมองของเหล่าอัจฉริยะ โดยเฉพาะในเสี้ยวส่วนของชีวิตที่ไม่ต้องคิดมาก เช่นจะตื่นเมื่อใด ทำงานที่ไหน ระหว่างเวลาใด ฯลฯ อะไรที่ทำแบบมาตรฐานเป็นกิจวัตรได้ โปรดทำไป
พลังสมองถนอมไว้ จะได้ใช้ทุ่มเทไปกับงานสร้างสรรค์ล้วนๆ ไม่ใช่พร่ำเพรื่อกับเรื่องน่าเบื่อจุกจิกกวนใจ
2.สมาธิ สมาธิ สมาธิ
คนกลุ่มนี้มีความพิถีพิถันในการจัดสรรให้บริเวณที่เขาทำงานมีความสงบปราศจากการรบกวนใดๆ
เช่น ประตูทางเข้าห้องทำงานนักเขียนใหญ่ เช่น Jane Austen นักเขียนดังชาวอังกฤษ ผู้ประพันธ์เรื่อง Sense and Sensibility จงใจให้ประตูห้องทำงานมีบานพับที่ส่งเสียงเอียดอาดหากมีใครเปิด จะได้มั่นใจว่าไม่มีใครกล้าทำให้เธอเสียสมาธิ
3.เดินเล่น
ศิลปินชั้นครูจำนวนไม่น้อย ใช้เวลาเดินเล่นเป็นกิจวัตรประจำวันที่ต่างให้ความสำคัญยิ่ง
Charles Dickens นักเขียนชาวอังกฤษ ที่หลายท่านคุ้นกับผลงาน เช่น Oliver Twist เดินวันละ 3 ชั่วโมงทุกบ่าย
Tchaikovsky คีตกวีชาวรัสเซีย ผู้มีบทประพันธ์โดดเด่นมากมาย อาทิ Swan Lake เดินวันละ 2 ชั่วโมงเต็มไม่เคยขาด
Beethoven คีตกวีและนักดนตรีที่โดดเด่นของโลก ชาวเยอรมัน ก็เดินเช่นกันทุกวันหลังอาหารกลางวัน ในมือท่านจะถือกระดาษ เตรียมจดจินตนาการที่มักได้ระหว่างการเดินเล่นนี่เอง
นอกจากจะเป็นการผ่อนคลาย และการออกกำลังกาย การเดินยังทำให้สมองปลอดโปร่ง เมื่อใจโล่ง ความคิดใหม่ๆ ก็มีที่ไหลมาเทมา ให้บรรดาอัจฉริยะเหล่านี้ ใช้เป็นวัตถุดิบในการรังสรรค์สานต่อให้เป็นผลงานที่ยิ่งใหญ่ไม่มีที่สิ้นสุด
4.มีเป้าหมายในการทำงานประจำวัน
คนธรรมดาอาจคิดว่าศิลปินทำงานเป็นห้วงๆ เฉพาะยามที่มีอารมณ์อยากทำ
ไม่มีแรงบันดาลใจ ก็ไม่ทำ...มีอะไรไหม
ในความเป็นจริง อัจฉริยะเหล่านี้มีชีวิตการทำงานที่ไม่ต่างจากคนธรรมดานัก
บางคนมีเป้าหมายชัดเจน เช่น Ernest Hemingway นักประพันธ์ขั้นครู บันทึกผลงานแต่ละวัน ว่าเขียนได้กี่คำ “so as not to kid myself” จะได้ไม่หลงระเริงหลอกตัวเอง เพราะจะ “ติส” ขนาดไหน ก็ต้องมีผลงานที่จับต้องได้ มิใช่หยิบโหย่งไปวันๆ
หลายคนมีเป้าหมายชัดเจนว่าแต่ละวันต้องนั่งทำงานกี่ชั่วโมง ทั้งมุ่งมั่นทำตามกติกาที่ตนตั้งเป็นตาชั่งของประสิทธิภาพอย่างเคร่งครัด
5.จบงานแต่ละวันอย่างเบิกบาน
แทนที่จะเค้นพลัง สั่งจนสมองจนเหือดแห้ง เหมือนแกล้งตัวเอง ศิลปินและนักเขียนหลายคนมีนิสัยตรงกัน คือ เลิกงานในจุดที่ยังมีพลัง มีความคิดใหม่ๆ
เขาเลือกที่จะไม่ทำจนต้องจำใจหยุดเพราะขุดความคิดไม่ออก
ดังนั้นทุกวันยามเลิกงาน เขายังมีความเบิกบานใจ ไม่หน่าย หรือเหนื่อย ซึ่งอาจลามเลื้อยกลายเป็นเบื่องาน
Arthur Miller นักเขียนรางวัล Pulitzer บอกว่าเขาจะไม่ “Drain the reservoir” หรือไม่วิดจนบ่อน้ำแห่งพลังสมองแห้งกรังไง อย่างไรก็ต้องเหลือเชื้อไว้ใช้ต่อ
สรุปว่า ท่านๆ มีศิลปะแห่งความพอดีแบบไม่ดันทุรัง จึงสร้างงานได้อย่างยั่งยืน
6.ใช้ชีวิตแบบไม่วุ่นวายกับวงสังคม
เขาเน้นความเป็นส่วนตัวมากกว่าที่จะทุ่มเวลาให้กับการสังสรรค์เฮฮาในสังคม
อาทิ Picasso ศิลปินชื่อก้องโลกชาวสเปน ประกาศว่าวันอาทิตย์เป็นวันอยู่บ้านครับ ไม่รับไปไหน เป็นวันที่เขาจะทิ้งภาระสังคมทั้งหมด ปลดให้เบากายเบาใจ
เอาพลังไว้สร้างสรรค์งาน ดีกว่าฟุ้งซ่าน ออกงานสังคมจมไม่ลง
ท่านผู้อ่านชอบกิจวัตรประจำวันของอัจฉริยะชั้นครูข้อใด
เลือกปฏิบัติได้ ท่านไม่สงวนลิขสิทธิ์ค่ะ






