วันเสาร์ ที่ 17 ตุลาคม 2569

Login
Login

จะไม่ให้"เสียของ"จริง ต้องปฏิรูปการศึกษาครั้งใหญ่

คณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) เข้าไปแก้ปัญหาค้างคา ของสังคมไทยสารพัด ตั้งแต่วินมอเตอร์ไซค์

ไปถึงราคาพลังงานแล้ว ตอนนี้ผู้ปกครองเรียกร้องให้แก้ปัญหา “แป๊ะเจี๊ยะ” ให้เป็นรูปธรรมเสียที

ทุกรัฐบาลและทุกรัฐมนตรีศึกษาที่ผ่านมารับปากว่า จะลดภาระการเก็บ “เงินใต้โต๊ะ” ของโรงเรียนจากผู้ปกครอง แต่ไม่เคยมีใครทำได้ เพราะการเก็บ “เงินกินเปล่า” ในวงการศึกษาไทยเป็นเรื่องปลายเหตุ หากจะแก้ที่ต้นเหตุต้องปรับระดับคุณภาพของโรงเรียนให้ใกล้เคียงกันทั่วประเทศ

และต้องแก้ทัศนคติของสังคมไทย ว่าเด็กทุกคนต้องแข่งกันเข้าโรงเรียน “ดัง” เท่านั้นจึงจะเป็นที่ยอมรับของผู้ปกครองและคนอื่นในสังคม

การเก็บ “แป๊ะเจี๊ยะ” ในแวดวงโรงเรียนเป็นส่วนหนึ่งของวัฒนธรรมคอร์รัปชัน ที่โยงใยไปถึงค่านิยมของคนไทยทั่วไป อีกทั้งยังสะท้อนถึงทัศนคติหลายมาตรฐานของคนในสังคม

คนที่ต่อต้านคอร์รัปชันและเรียกร้องให้ลดความเหลื่อมล้ำ ถึงเวลาส่งลูกหลานของตัวเองเข้าโรงเรียน ก็พร้อมจะจ่ายค่าแป๊ะเจี๊ยะให้โรงเรียนดัง เพื่อให้ได้เปรียบเด็กไทยคนอื่น ๆ ที่ไม่มีโอกาสเช่นนั้น

ข่าวบอกว่าคุณกมล รอดคล้าย เลขาธิการคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน (สพฐ.) จะเร่งจัดทำข้อเสนอให้ คสช. กรณีกลุ่มเครือข่ายผู้ปกครองทำหนังสือถึง คสช. ให้ยกเลิกการเก็บค่าใช้จ่ายเพิ่มเติม ในการจัดการศึกษาขั้นพื้นฐานเพราะมีโครงการ “เรียนฟรี” อยู่แล้ว

สพฐ. เคยชี้แจงว่าโรงเรียนมีความจำเป็นต้องใช้งบประมาณ เพราะไม่มีเงินเพียงพอเป็นค่าใช้จ่าย โดยเฉพาะค่าสาธารณูปโภค จึงเปิดโอกาสให้โรงเรียนขอรับการสนับสนุนจากผู้ปกครองได้ เพราะถ้าไม่มีการเรียกเก็บ รัฐต้องเสียเงินสนับสนุนจำนวนมาก

คุณกมลบอกว่าจะเสนอ คสช. 3 แนวทาง

1. ไม่เรียกเก็บเงินเพิ่มเติมจากผู้ปกครอง แต่รัฐต้องจัดหางบจัดการศึกษาเพิ่มเติม จากการคำนวณเบื้องต้น พบว่าต้องใช้งบประมาณ 6-7 หมื่นล้านบาท

2. ทบทวนค่าใช้จ่ายที่ให้โรงเรียนสามารถขอรับการสนับสนุนเพิ่มเติมจากผู้ปกครอง โดยอาจปรับลดลงเหลือเพียงรายการที่มีความจำเป็นจริง ๆ

3. เก็บตามรูปแบบเดิม แต่กำหนดให้ชัดเจนว่านักเรียนที่มีฐานะยากจนระดับไหนที่ไม่ต้องจ่ายเพิ่ม

การเก็บ “แป๊ะเจี๊ยะ” เป็นส่วนหนึ่งของปัญหาใหญ่ของระบบการศึกษาไทยที่จะต้อง “ยกเครื่อง” ครั้งใหญ่

เป็นปัญหาใหญ่กว่าเรื่องราคาพลังงาน, เรื่องมาเฟียในเครื่องแบบ, เรื่องมอเตอร์ไซค์ปากซอย และเรื่องนักการเมืองฉ้อฉลทั้งสิ้นทั้งปวง

ความจริง ความล้าหลังของระบบการศึกษาไทยคือต้นเหตุของปัญหาสังคมไทยทั้งหมด

ที่ระบอบประชาธิปไตยของเราไปไม่ถึงไหน ที่สังคมไทยมีคอร์รัปชันอย่างกว้างขวางและฝังรากลึก ก็เพราะระบบการศึกษาล้มเหลว มิใช่เพียงทางด้านวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีเท่านั้น หากแต่ยังอ่อนแอในเรื่องสร้างความสำนึกด้านจริยธรรม และการทำงานเพื่อส่วนรวมที่เรียกว่า public spirit

ตรงกันข้าม ระบบการศึกษาที่บิดเบี้ยวนั้นสร้างคุณค่าให้เด็กไทยเห็นแก่ตัว เอาประโยชน์ของตนเป็นหลักและชื่นชมใน “ความสำเร็จ” ทางวัตถุและความร่ำรวยมากกว่าเกียรติยศ ศักดิ์ศรี และความภาคภูมิใจของการทำความดีโดยไม่หวังผลตอบแทน

ไหน ๆ ท่านหัวหน้า คสช. ก็บ่นดัง ๆ วันก่อนว่าเด็กไทยไม่ค่อยมีเวลาทำกิจกรรมกับครอบครัว ต้องเรียนพิเศษกันมากเกินเหตุ และต้องหาทางปรับปรุงการเรียนการสอนให้ดีกว่านี้ ก็คงจะเห็นความสำคัญที่จะปฏิรูปการศึกษาอย่างจริงจัง

เรื่อง “แป๊ะเจี๊ยะ” จะหายไปเองโดยอัตโนมัติหากได้แก้ “วิกฤติการศึกษาไทย” ที่ต้นตอ

ปฏิรูปอะไรก็ไม่สำคัญเท่าปฏิรูปการศึกษา

จะไม่ให้ “เสียของ” จริง ๆ ต้องพิสูจน์กันที่การยกเครื่องการศึกษาของประเทศครับ