วันศุกร์ ที่ 16 ตุลาคม 2569

Login
Login

เสนอร่าง พ.ร.บ.งบฯ 58 รอมีครม.ก่อนดีไหม

แม้จะเป็นความเห็นส่วนตัว ของว่าที่รองประธานสภานิติบัญญัติแห่งชาติ (สนช.) อย่าง นายสุรชัย เลี้ยงบุญเลิศชัย

ที่ว่าจะเร่งเสนอร่างพระราชบัญญัติ (พ.ร.บ.) งบประมาณรายจ่ายประจำปี 2558 ในวันที่ 15 ส.ค.นี้ ก่อนมีนายกรัฐมนตรีและคณะรัฐมนตรี (ครม.) โดยให้เหตุผลวาระเร่งด่วนนั้น

แต่เมื่อคนเสนอคือว่าที่รองประธาน สนช. ทำให้ปฏิเสธไม่ได้ว่า สนช.มีแนวคิดเช่นนั้นจริง และปฏิทินการทำงานของ สนช.ทันทีที่ตำแหน่งประธานและรองประธานได้รับโปรดเกล้าฯ ก็คือ รีบนำร่าง พ.ร.บ.งบประมาณฯ เสนอแทรกเข้ามาก่อน เพื่อเร่งพิจารณาให้ทันเริ่มปีงบประมาณ 2558 ในวันที่ 1 ต.ค.นี้ พร้อมๆ กับการเสนอชื่อนายกรัฐมนตรีเพื่อให้ที่ประชุม สนช.โหวตรับรอง

แนวคิดนี้แม้จะมีเจตนาดี มุ่งผลเรื่องการบริหารราชการแผ่นดิน แต่อาจติดปัญหาข้อกฎหมาย ความเหมาะสม และความสง่างาม

ปรีชา สุวรรณทัต อดีตคณบดีคณะนิติศาสตร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ (มธ.) ผู้เชี่ยวชาญด้านกฎหมายการเงินการคลัง มองว่า ร่าง พ.ร.บ.งบประมาณรายจ่ายประจำปี 2558 ต้องให้คณะรัฐมนตรีชุดใหม่เป็นผู้เสนอต่อสภานิติบัญญัติแห่งชาติ

เขาให้เหตุผลว่า โดยหลักการแล้ว งบประมาณรายจ่ายแผ่นดิน คือ แผนการบริหารราชการแผ่นดินของฝ่ายบริหาร นั่นหมายถึงคณะรัฐมนตรีในฐานะตัวแทนฝ่ายบริหารเป็นผู้เสนอ โดยทั่วไปจึงให้คณะรัฐมนตรีเป็นผู้เสนอต่อสภา ส่วนฝ่ายนิติบัญญัติจะเป็นมผู้อนุมัติงบประมาณเท่านั้น

ด้วยเหตุนี้การเสนอร่าง พ.ร.บ.งบประมาณรายจ่ายประจำปี 2558 หากดำเนินการก่อนมีคณะรัฐมนตรี ย่อมไม่สอดคล้องกับหลักการดังกล่าว สมควรที่จะพิจารณาโหวตเลือกนายกรัฐมนตรีก่อนวันที่ 15 ส.ค. แทนที่จะเสนอให้สภานิติบัญญัติแห่งชาติพิจารณางบปี 2558 ก่อนมีคณะรัฐมนตรีชุดใหม่ และเมื่อพิจารณาแต่งตั้งนายกรัฐมนตรี รวมทั้งมีคณะรัฐมนตรีเข้ามาบริหารราชการแผ่นดินแล้วจึงเสนอให้สภาพิจารณางบตามขั้นตอน

ส่วนกรณีที่มีการอ้างเหตุผลว่า คณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) มีสถานะเป็นรัฏฐาธิปัตย์อยู่แล้ว และตามรัฐธรรมนูญฉบับชั่วคราว พ.ศ.2557 ก็บัญญัติไว้ว่า ในช่วงที่ยังไม่มีคณะรัฐมนตรีเข้ามาบริหารราชการแผ่นดิน ให้หัวหน้า คสช.ทำการแทนและเสนอร่าง พ.ร.บ.งบประมาณรายจ่ายต่อสภานิติบัญญัติแห่งชาติได้นั้น อดีตคณบดีคณะนิติศาสตร์ มธ. บอกว่า ในทางปฏิบัติการเสนอร่าง พ.ร.บ.งบประมาณรายจ่ายฯ จะต้องมีการอ่านคำแถลงงบประมาณ และชี้แจงต่อสมาชิกสภานิติบัญญัติฯ แบบครบถ้วน

โดยเฉพาะหากมีบางรายการไม่โปร่งใส กรณีมี ครม.แล้ว รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลังจะทำหน้าที่ชี้แจงได้ เช่น การตั้งงบประมาณรายจ่ายชดใช้เงินคงคลังตามที่จ่ายไปแล้วในสมัยรัฐบาลนางสาวยิ่งลักษณ์ ชินวัตร เป็นจำนวนมากถึง 41,965,340,200 บาท จากการนำเงินคงคลังใช้จ่ายไปก่อน ซึ่งการใช้จ่ายนั้นขัดต่อรัฐธรรมนูญปี 2550 มาตรา 168 และ พ.ร.บ.เงินคงคลัง มาตรา 7 เพราะไม่อยู่ในกรณีจำเป็นเร่งด่วนที่รัฐบาลจะมีอำนาจจ่ายไปก่อนได้ กรณีเช่นนี้อาจมีสมาชิกให้ความสนใจสอบถาม รัฐมนตรีที่เกี่ยวข้องย่อมมีหน้าที่ชี้แจง

จึงเห็นได้ว่าการเสนอร่างงบประมาณรายจ่ายประจำปี ไม่ใช่เพียงแค่อ่านคำแถลงงบประมาณที่สำนักงบประมาณร่างให้อ่านเท่านั้น ผู้ที่จะชี้แจงในรายละเอียดได้อย่างครบถ้วน คือ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง

อาจารย์ปรีชา บอกด้วยว่า แม้การรอให้คณะรัฐมนตรีชุดใหม่เป็นผู้เสนอร่าง พ.ร.บ.งบประมาณฯ จะเป็นผลให้การประกาศใช้งบประมาณปี 2558 ล่าช้าไปบ้าง อาจไม่ทันวันที่ 1 ต.ค. แต่คงไม่ช้ามาก เพราะในการแปรญัตติของคณะกรรมาธิการของสภานิติบัญญัติแห่งชาติ จะต่างกับสมัยมีสภาผู้แทนราษฎร

นอกจากนั้น ในช่วงประกาศใช้ไม่ทัน ก็สามารถนำงบประมาณปี 2557 มาใช้แทนปี 2558 ไปพลางก่อนได้ ตาม พ.ร.บ.วิธีการงบประมาณ พ.ศ.2502 มาตรา 16 ไม่ถือว่าสะดุดหรือส่งผลกระทบต่อการบริหารราชการแผ่นดิน และไม่มีผลเสียหายต่อการบริหารงบประมาณแต่ประการใด

“ที่ผ่านมาในสมัย จอมพลถนอม กิตติขจร เป็นหัวหน้าคณะปฏิวัติ ได้มีการออกประกาศคณะปฏิวัติ ฉบับที่ 10 พ.ศ.2515 ใช้เป็นงบประมาณรายจ่ายประจำปีงบประมาณ พ.ศ.2515 ครั้งนั้นถือว่าเป็นรอยด่างในระบบงบประมาณรายจ่ายแผ่นดินของประเทศไทย” อาจารย์ปรีชา กล่าวทิ้งท้าย