ประเด็น "ปฏิรูปตำรวจ" ยังเป็นเรื่องที่ต้องจับตาอย่างใกล้ชิด เพราะก่อนหน้านี้ คสช. เขย่ามาแล้วรอบหนึ่ง
ด้วยการออกประกาศปรับองค์ประกอบ "ก.ต.ช." โดย "ผสมสี" เพิ่มปลัดกลาโหมเข้าไป ตามติดมาด้วยประกาศเปลี่ยนวิธีการเสนอชื่อ "ว่าที่ ผบ.ตร." และเขียนแจงยิบว่าอย่างไรจึงจะเรียกว่า "อาวุโส"
+++ เพียงแค่เริ่ม ไม่เพียง "เรียกแขก" ออกมา แต่ยังดึง พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา ผบ.ทบ.และหัวหน้า คสช.ออกมาชี้แจงผ่านรายการคืนความสุขให้คนในชาติ
+++ ท่านว่าการเปลี่ยนแปลงเหล่านี้เพื่อความโปร่งใส และเป็นการปูทางสู่การปฏิรูปตำรวจในอนาคต แต่ก็มี "เสียงค้าน" ด้วยความเป็นห่วงเป็นใยเพราะที่ว่าจะแต่งตั้งโยกย้ายให้เหมือนทหารนั้น กับ "งานตำรวจ" เป็นคนละเรื่องกัน
+++"วิถี" ตำรวจใกล้ชิดประชาชนขนาดไหน ขอใช้คำว่า "เอะอะอะไรก็ตำรวจ" จริงหรือไม่ ดังนั้นการเปลี่ยนแปลงครั้งนี้จึงเกิดคำถามว่า เป็นการดึงตำรวจให้ออกห่างจากประชาชนมากขึ้น กระนั้นหรือ!
+++ ควันไม่ทันจาง คสช.ออกประกาศให้ แก้ไขเพิ่มเติมประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา หรือที่นักกฎหมายเรียกกันติดปากว่า "ป.วิอาญา" งานนี้ตัดอำนาจ "ผู้ว่าราชการจังหวัด" ใน การถ่วงดุลการฟ้องคดีอาญาที่ตำรวจกับอัยการมีความเห็นทางคดีไม่ตรงกัน
+++ เรื่องนี้เรียกแขกเพิ่มขึ้น เพราะล่าสุดมีปฏิกิริยาโต้กลับจาก "สมาคมกำนัน ผู้ใหญ่บ้านแห่งประเทศไทย" เตรียมยื่นหนังสือถึงปลัดกลาโหมค้านการแก้ไข ป.วิอาญา ในช่วงปลายสัปดาห์นี้ เพื่อให้คงการถ่วงดุลเอาไว้
+++ แต่ประเด็นเดียวกันนี้ พ.ต.อ.ปิยะวัฒก์ กิ่งเกตุ อดีตผู้บัญชาการสำนักคดีทรัพย์สินทางปัญญา ดีเอสไอ โพสต์ผ่านเฟซบุ๊คของตัวเอง สรุปใจความได้ว่า เห็นด้วยกับการแก้ไขครั้งนี้ เหตุผลคือ ตำรวจรวบรวมหลักฐาน ย่อมรู้เนื้อในสำนวน เมื่ออัยการมีความเห็นแย้งก็ควรส่งกลับมาที่ตำรวจ สอดคล้องกับหลัก "ถ่วงดุลอำนาจ"
+++ เขายังเสนออีกว่า ดีเอสไอก็ควรแก้ไข "กฎหมายคดีพิเศษ" เพราะผู้สั่งคดีและผู้ทำความเห็นแย้งเป็นคนเดียวกันคือ "อธิบดี" จึงเสนอให้ผบ.สำนักคดีเป็นผู้สั่งคดี เมื่ออัยการเห็นต่างก็ส่งกลับมาที่ดีเอสไอจึงเป็นหน้าที่ อธิบดี ทำความเห็นแย้งเสนอไปยังอัยการสูงสุด แต่ก่อนเสนออัยการสูงสุด เห็นควรนำเข้าพิจารณาในคณะกรรมการคดีพิเศษก่อน
+++ กรมปทุมวันถูกเขย่าอีกครั้ง เมื่อ รักษาการ ผบ.ตร. พล.ต.อ.วัชรพล ประสารราชกิจ พูดถึงประกาศ คสช.แก้ไข ประเด็นการปฏิบัติร่วมกับองค์กรส่วนท้องถิ่น องค์กรเอกชน และประเด็น "ตำรวจไม่มียศ"
+++ ประเด็นแรกเป็นการเปิดช่องให้องค์กรปกครองท้องถิ่นจ่ายงบอุดหนุนตำรวจได้ และร่วมกันคิดออกแบบการรักษาความปลอดภัยท้องถิ่น ส่วนตำรวจไม่มียศเป็นไปตาม พ.ร.บ.ตำรวจ แต่จะออกเป็นพระราชกฤษฎีกาในเดือนสองเดือนนี้ งานนี้รื่นไหลเพราะคสช.จัดให้ทั้งกำลังพลและเงินเดือนมารอไว้แล้ว 5,000 อัตรา
+++ นับจากนี้ไปเตรียมรอรับการ "เขย่า" อีกหลายระลอกได้เลย รวมทั้งการแต่งตั้ง "ผู้นำสีกากี" คนใหม่ในอีกไม่ช้าไม่นานนี้ แต่ไม่รู้ต้องรอถึงเมื่อไรประชาชนจึงจะมีส่วนร่วมเขย่ากับเขาบ้าง
+++ ท้ายนี้ฝากถึง ตำรวจนครบาล และสน.สุทธิสาร ช่วยคืน "ความปลอดภัย" ให้ชาวประชาราษฎร์บำเพ็ญ ซ.5 และ7 ย่านห้วยขวางด้วย เพราะแถวนั้น "โจรชุม" ก่อนหน้านี้กระชากกระเป๋า ลากคนแก่ถูพื้นถนน ล่าสุดผู้หญิงออกจากบ้านไปทำงานช่วงเช้าตรู่ ระหว่างเดินในซอยถูกก่อเหตุอีก ช่วยสุจริตชนตาดำๆ ด้วย...






