ไม่ว่ารัฐธรรมนูญที่กำลังจะอยู่ในกระบวนการยกร่างใหม่ จะนับเป็นฉบับที่ 19 หรือ 20 ก็ต้องถือได้ว่าประเทศไทย
มีการใช้รัฐธรรมนูญการปกครองมากที่สุดประเทศหนึ่งของโลก โดยการสิ้นสุดของรัฐธรรมนูญฉบับใดฉบับหนึ่งมาจากการปฏิวัติรัฐประหารทั้งสิ้น จะมีกรณียกเว้นคือรัฐธรรมนูญปี 2517 เท่านั้นที่เกิดจากการเคลื่อนไหวของประชาชน ซึ่งการเปลี่ยนแปลงที่ผ่านมา ทำให้เกิดคำถามว่ารัฐธรรมนูญแบบไหนกันแน่ที่เหมาะสมกับสังคมไทย
หากย้อนกลับไปดูรัฐธรรมนูญในอดีต เราจะพบว่ามีการเปลี่ยนแปลงอย่างน่าตื่นเต้น ตามการเปลี่ยนแปลงของสังคมไทย หากย้อนกลับไปดูรัฐธรรมนูญในช่วงรัฐบาลทหารในอดีต ก็จะเห็นได้ว่ารัฐธรรมนูญเขียนเอื้อประโยชน์ต่อกลุ่มคนที่มีอำนาจในขณะนั้น โดยเฉพาะราชการที่มีกองทัพเป็นแกนนำ จนบางคนกล่าวว่าการเมืองไทยคือการเมืองในระบบราชการเอง โดยประชาชนทั่วไป แม้แต่ภาคธุรกิจก็มีส่วนน้อยมากกับการจัดสรรอำนาจทางการเมือง
แต่การเปลี่ยนแปลงทางสังคมที่ผ่านมา ได้เปิดโอกาสให้มีกลุ่มชั้นกลางและภาคธุรกิจขยายตัวมากขึ้น จึงเกิดการเปลี่ยนแปลงในการเมืองอย่างหลีกไม่พ้น และสิ่งที่สะท้อนให้เห็นว่าใครมีอำนาจขึ้นมาในสังคมก็สามารถดูได้จากรัฐธรรมนูญการปกครองในแต่ละยุคแต่ละสมัยนั่นเอง ดังจะเห็นได้จากรัฐธรรมนูญในยุคหลังที่เปิดโอกาสให้กลุ่มคนในสังคม นอกจากบรรดาข้าราชการขึ้นมามีอำนาจในการปกครองประเทศ ในขณะที่ฝ่ายราชการในอดีตที่เคยมีอำนาจนั้นกลับถูกลดบทบาทลงอย่างมาก
หากติดตามคำกล่าวของพล.อ.ประยุทธ์ จันทรโอชา หัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ(คสช.) ที่ให้ความเห็นต่อความขัดแย้งทางการเมืองที่ผ่านมา เราก็อาจเห็นเค้าโครงของรัฐธรรมนูญใหม่ที่จะมีขึ้นในอีกราวหนึ่งปีข้างหน้า เมื่อพล.อ.ประยุทธ์เห็นว่าประชาธิปไตยที่ผ่านมานั้นมีปัญหา ทำให้สังคมเกิดความขัดแย้งและสร้างความเสียหายให้กับประเทศอย่างมาก เกิดการชุมนุมและความขัดแย้งกันมานานนับสิบปี ซึ่งพล.อ.ประยุทธ์คาดหวังว่ากติกาใหม่ที่กำลังจะออกมานี้ จะสามารถแก้ปัญหาในอดีตได้
แน่นอนว่าอาจจะมีผู้โต้แย้งว่าเป็นเรื่องปกติในระบอบประชาธิปไตย เพราะในหลายประเทศนั้น ก็เคยผ่านประสบการณ์การต่อสู้ บางประเทศถึงกับสูญเสียชีวิตประชาชนจำนวนมาก แต่ทหารออกมาปฏิวัติแล้วร่างกติกาใหม่นั้นถือเป็นการขัดขวางการเติบโตของจิตวิญญาณประชาธิปไตยของประชาชน ซึ่งถือว่าเป็นการกระทำที่ขีดขวางการเติบโตของประชาธิปไตยในสังคมไทย
แต่อย่างไรก็ตาม มุมมองของหัวหน้าคสช.เห็นว่าประชาธิปไตยที่ผ่านมานั้นมีปัญหาในตัวมันเอง ซึ่งมีหลายด้านต้องเปลี่ยนแปลง ซึ่งในช่วงกว่าสิบปีที่ผ่านมา เราจะเห็นว่าประเทศไทยมีรัฐบาลที่มาจากการเลือกตั้งยาวนานเมื่อเปรียบเทียบกับอดีตก่อนหน้านั้น แต่จากวิกฤติการเมืองที่เกิดจากนักการเมืองเอง ซึ่งเป็นประเด็นที่คสช.บอกตั้งแต่ต้นว่าต้องการปฏิรูปสังคมไทยใหม่ในทุกด้าน แม้แต่การเมืองไทย
เราคาดเดาว่าโฉมหน้ารัฐธรรมนูญใหม่ที่จะออกมา จะมีการควบคุมหรือกำกับดูแลการใช้อำนาจของฝ่ายการเมือง หลังจากที่มีอำนาจอย่างมากในช่วงหลัง ดังนั้นสิ่งที่รัฐธรรมนูญใหม่ควรจะเป็นคือการรักษาสมดุลอำนาจทางการเมืองกันทุกฝ่าย ทั้งฝ่ายข้าราชการ ประชาชนและนักการเมือง หากไม่สามารถทำได้ เราก็เชื่อว่ารัฐธรรมนูญฉบับนี้ก็ไม่ต่างจากอดีต ที่รอเวลาให้เกิดการยกร่างฉบับต่อไป






