วันศุกร์ ที่ 16 ตุลาคม 2569

Login
Login

ตลาดใหม่กับไอวอทช์ (จบ)

เทคโนโลยีที่ก่อเกิดเป็นนวัตกรรมมีแนวโน้มเปลี่ยนพฤติกรรมผู้บริโภคจนส่งผลต่ออุตสาหกรรมอื่นๆ ได้อย่างไม่น่าเชื่อ

เช่น โทรศัพท์มือถือที่บทบาทเป็นเครื่องมือสื่อสารมานานนับสิบปี แต่วันหนึ่งเมื่อโทรศัพท์มือถือมีฟังก์ชันอื่นๆ เพิ่มเติมขึ้น เช่น เล่นไฟล์ภาพ และเสียง ใช้งานนำทางผ่านระบบจีพีเอส แทนกล้องถ่ายภาพได้ ฯลฯ ก็ส่งผลกระทบไปยังอุตสาหกรรมอื่นๆ อย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้

ตัวอย่างชัดเจนที่สุด คือ อุตสาหกรรมกล้องถ่ายภาพที่ตลาดกล้องคอมแพ็คซบเซามานาน เนื่องจากพฤติกรรมผู้บริโภคที่หันไปใช้การถ่ายภาพจากโทรศัพท์มือถือแทน เช่นเดียวกับตลาดมีเดีย เพลเยอร์ ที่เคยมีผู้ผลิตหลายยี่ห้อ แต่ทุกวันนี้เหลือเพียงรายใหญ่ไม่กี่ราย เพราะคนรุ่นใหม่หันไปฟังเพลงผ่านโทรศัพท์มือถือ หรือดูหนังผ่านแทบเล็ตเป็นหลัก

รวมถึงตลาดคอมพิวเตอร์ที่คนจำนวนไม่น้อยหันไปใช้งานพื้นฐานทั่วไป เช่น อินเทอร์เน็ต อีเมล ผ่านแทบเล็ต จนยอดขายคอมพิวเตอร์ทั้งตั้งโต๊ะและโน้ตบุ๊คตกต่ำเป็นประวัติการณ์ แม้กระทั่งผู้ผลิตโทรศัพท์ชั้นนำของโลกที่ปรับตัวไม่ทันต่อการเปลี่ยนแปลง เช่น โนเกีย, แบล็คเบอร์รี่ ก็ต้องขายกิจการ

เทคโนโลยีสวมใส่ (Wearable) เป็นหนึ่งในนวัตกรรมที่หลายบริษัทคาดว่าจะเข้ามาเปลี่ยนโฉมให้ธุรกิจไอทีอีกครั้ง โดยทั้งแอ๊ปเปิ้ล และซัมซุง ที่ถือเป็นตัวหลักของอุตสาหกรรมโมบายต่างประกาศสนับสนุนเทคโนโลยีดังกล่าวอย่างเต็มที่

เพราะสมาร์ทวอช หรือไอวอช ที่จำหน่ายอยู่ทุกวันนี้ มีฟังก์ชันพื้นฐานเพียงเชื่อมต่อกับสมาร์ทโฟนและการตรวจวัดชีพจรเพื่อดูอัตราการใช้พลังงานและการออกกำลังกายเท่านั้น แต่อนาคตเชื่อว่าจะพัฒนาต่อยอดได้อีกมหาศาล

โดยเฉพาะด้านการแพทย์ที่เซนเซอร์วิเคราะห์สุขภาพหลายๆ อย่างถูกพัฒนาจนมีขนาดเล็กลงมาก ลองคิดถึงอนาคตอันใกล้ที่นาฬิกาข้อมือจะตรวจจับได้ทั้งอัตราการเต้นหัวใจ ความดันโลหิต ฯลฯ ทำให้แพทย์ได้รับข้อมูลจากคนไข้ตลอดเวลา และรู้ล่วงหน้าว่าคนไข้กำลังอยู่ในอันตรายจากการวิเคราะห์ข้อมูลที่ได้รับมาจากนาฬิกาอัจฉริยะอย่างต่อเนื่อง

เมื่อคอมมูนิเคชั่น ทูล เชื่อมโยงเข้ากับอุปกรณ์ที่ตรวจจับการเคลื่อนไหวและกิจกรรมต่างๆ ตลอดเวลา กลายเป็นการเชื่อมโยงคนทั่วไปเข้ากับบุคลากรการแพทย์แบบเรียลไทม์ ซึ่งสิ่งต่างๆ เหล่านี้ดูจะเป็นจริงได้ก็เฉพาะในนิยายวิทยาศาสตร์เท่านั้น แต่อีกไม่นานทั้งหมดนี้จะมีให้ใช้ หมายถึงมูลค่าการตลาดมหาศาลและโอกาสธุรกิจอีกมากมาย

จุดเริ่มต้นของนาฬิกาอัจฉริยะวันนี้ อาจมีสีสันฉูดฉาดด้วยกระแสตอบรับที่ร้อนแรงเกินคาด เพราะมีแต่คนให้ความสนใจและพบการรีวิวผ่านนิตยสารและเว็บไซต์ต่างๆ จำนวนมาก สะท้อนให้เห็นว่ามีคนสนใจเทคโนโลยีนี้มาก แต่ยังไม่ถึงขั้นตัดสินใจซื้อมาใช้เอง เพราะยอดขายยังมีสัดส่วนเพียง 1% ของยอดขายสมาร์ทโฟน หรือราว 3 ล้านเครื่องทั่วโลกเท่านั้น

จากนี้ไปเราจึงได้เห็นสมรภูมิอันดุเดือดในตลาดนี้ เพราะทั้งแอ๊ปเปิ้ล ซัมซุง โซนี่ รวมถึงผู้พัฒนาอิสระ ต่างหันมาพัฒนาผลิตภัณฑ์สินค้าติดตัวอัจฉริยะหลายชนิดเอง โดยเพิ่มฟังก์ชันใช้งานด้านการแพทย์มากขึ้น เพราะเล็งเห็นโอกาสทางธุรกิจดังกล่าว

ปัญหาใหญ่เวลานี้ คือ ขั้นตอนพิจารณาอนุมัติจากหน่วยงานด้านสาธารณสุขในหลายๆ ประเทศ ซึ่งเข้มงวดและกำหนดมาตรฐานไว้สูงมาก แต่หากผลักดันได้สำเร็จก็จะเป็นสมรภูมิใหม่ที่จะเห็นมูลค่าการตลาดหลายแสนล้านดอลลาร์ในเวลาอันสั้น