โอ้น้ำมาหลงคารมอะไรกับปลารูปหล่อ
ฝูงปลาแหวกว่ายเป็นริ้วลัดเลาะตามโค้งน้ำอันกว้างใหญ่ แสงอาทิตย์ยามเช้าตกกระทบกับผิวน้ำเป็นประกายระยิบระยับ กุ้งตัวเขื่องเดินไปมาที่ท้องน้ำใสจนเหมือนไม่มีอะไรขวางกั้นระหว่างมันกับเรือแพลำนั้นริมสองฝั่งแม่น้ำสดใสด้วยรอยยิ้มของผู้คนราวกับคนทั้งเมืองรู้จักกันหมด ต้นไม้ใหญ่ทอดเงาปกคลุมเกือบทุกพื้นที่ เสียงนกร้องขับกล่อมจนเราอดไม่ได้ที่จะฮัมเพลงไปกับมัน มีวัดสวยสง่าตั้งเป็นระยะๆให้คนได้ไปพักใจ ถึงแม้ผมจะอดสงสัยไม่ได้ว่าคนที่นี่จะมีเรื่องอะไรให้ทุกข์
สายน้ำดึงดูดทุกชีวิตให้มาอยู่ร่วมกันอย่างมีความสุข หากจะมีสวรรค์อยู่จริง มันก็น่าจะเป็นที่นี่ "เวนิซแห่งตะวันออก"
"ฟ้ามาทำสัญญาอะไรกับนกตัวดี"
ที่เส้นขอบฟ้าบรรจบกับทะเลใส ท้องฟ้าสีครามสว่างตัดกับปุยเมฆสีขาว สายลมพัดเอื่อยๆแต่แรงพอที่จะหอบเอาความเหน็ดเหนื่อยที่สะสมในชีวิตออกไปด้วย มันพัดอย่างนั้นโดยไม่รู้จักเบื่อหน่ายเสียงคลื่นกระทบกับหาดทรายละเอียดกลบเสียงทุกเสียงที่อยู่ในหัวปลาสีสวยนับร้อยว่ายตอดประการังราวกับคนรักที่คบกันนานนับสิบปีและยังคงจูบกันทุกเช้าเวลาที่นี่เดินช้าจนเหมือนอยู่นอกเหนือการควบคุมของกาลเวลา
หากจะมีสวรรค์อยู่จริง มันก็น่าจะเป็นที่นี่ "กระบี่"
"ดอกไม้กับผีเสื้อ ก็มาคู่กันด้วยเหตุใด"
“Nearly 40 years ago, people fished at this site. They swam in the river. First the fishes died, then the trees and now people are dying” ชายกลางคนชาวเม็กซิกันชี้ไปให้ดูแม่น้ำนิ่งสีดำสนิท ต้นไม้ริมฝั่งยืนแห้งตาย ไม่มีวี่แววของสิ่งมีชีวิต
แม่น้ำกว่า 70% ของประเทศเม็กซิโกเต็มไปด้วยสารเคมี ทั้งสารปรอท ตะกั่ว พาทาเลต แคดเมี่ยม เบนซิน และคลอโรฟอร์ม จากแหล่งน้ำที่เคยเป็นศูนย์กลางเชื่อมโยงทุกสิ่งเข้าไว้ด้วยกันและส่งต่อชีวิตจากรุ่นสู่รุ่น ถึงวันนี้แม่น้ำแห่งเดียวกันพร้อมคร่าทุกชีวิตที่แวะเข้ามาข้องเกี่ยวกับมันกรีนพีซจึงอยากทำให้คนได้ตระหนักถึงปัญหาและช่วยกันกดดันนักการเมืองและนายทุนผู้ไม่รู้จะทำอะไรกินนอกจากทำลายสิ่งแวดล้อม
หรือเราต้องรอให้แหล่งน้ำถูกทำลายจนหมด ถึงรู้ว่าเงินมันกินไม่ได้
ในวันที่ 27 ก.ย. ซึ่งเป็นวัน The World Tourism Day ทีมงานเลยจัด Toxic Tour ให้คนมาเที่ยวแม่น้ำที่เต็มไปด้วยมลภาวะมากที่สุดในเม็กซิโก เริ่มจากเชิญเซเลบริตีชั้นนำมาดำน้ำที่เต็มไปด้วยน้ำมันดิบ ตกปลาตายลอยอืด เล่นเซิร์ฟบอร์ดกับคลื่นพิษ ล่องเรือแคนนูกับขยะ แล้วเก็บภาพเป็นคลิปวีดิโอออนไลน์และสื่อกลางแจ้งจนกลายเป็นกระแสในโซเชียลเน็ตเวิร์คจากนั้นจัดทัวร์ท่องเที่ยวเพื่อการศึกษาตามแหล่งน้ำพิษให้ประชาชนทั่วไปได้แวะชม และสัมผัสกับชีวิตชาวบ้านทีได้รับผลกระทบ จนสื่อต้องไปช่วยกระจายข่าว ปิดท้ายด้วยการส่งโปสการ์ดอบอวลด้วยกลิ่นเหม็นเน่า เขียนโดยเซเลบริตีและคนในชุมชนส่งให้นักการเมืองและนายทุน มีคนเข้าร่วมท่องเที่ยวกับ Toxic Tour มากกว่า 100 ทัวร์ต่อวัน สร้าง ROI ได้มากกว่า 1,037,660 ดอลลาร์ จนกรีนพีซวางแผนที่จะเปิด Toxic Tour ในอีกหลายประเทศทั่วโลก
"ใช่เลยคงเหมือนที่มีสิ่งหนึ่งผูกใจให้เรามาเป็นเพื่อนกัน"
ฝูงรถอัดแน่นไม่เขยื้อนบนท้องถนน ถึงวันนี้ เวนิซแห่งตะวันออกได้กลายสภาพเป็นเมืองรถติดอันดับ 4 ของโลกการเดินทางที่เคยกลมกลืนกับธรรมชาติกลายเป็นสิ่งแปลกแยก รุกราน คุกคาม คลองที่เคยระยิบระยับยามแสงแดดตกกระทบกลายเป็นถนนคอนกรีต สิ่งมีชีวิตมีเพียงกอหญ้าเล็กๆกระเสือกกระสนแทรกตัวอาศัยอยู่ตามรอยแตกของพื้นผิว หากจะเหลือคลองอยู่บ้าง มันก็กลายเป็นที่อยู่ของกองขยะและสารเคมีจากโรงงานอุตสาหกรรมและบ้านเรือน รอยยิ้มของผู้คนที่เคยผูกพันกันค่อยๆจางหายเหลือเพียงแววตาเฉยเมยของคนแปลกหน้า
ห้างสรรพสินค้ากลายเป็นศูนย์กลางที่พักใจของชุมชนแทนที่วัด จนผมอดสงสัยไม่ได้ว่าใจของพวกเขาตั้งอยู่ที่ตรงไหน
"คนกับคนเป็นเพื่อนกันคนกับควายก็เพื่อนกัน"
ที่เส้นขอบฟ้าบรรจบกับทะเลใส กฟผ. กำลังเดินหน้าโครงการสร้างโรงไฟฟ้าถ่านหินและท่าเทียบเรือนำเข้าถ่านหินจากต่างประเทศ ท้องฟ้าสีครามและผืนน้ำที่พร้อมจะดึงคนดำดิ่งสู่โลกแห่งความฝันเสี่ยงถูกปกคลุมด้วยโลหะหนักเป็นพิษพร้อมแทรกซึมห่วงโซ่อาหารและสัตว์น้ำที่เรากิน สายลมที่เคยหอบกลิ่นไอของทะเลจะพัดเอาสารก่อมะเร็งและมลพิษทางอากาศมากระทบกับใบหน้า แนวปะการังและหญ้าทะเลที่เคยบอกรักกับปลาสีสวยนับร้อยจะล้มหายตายจากกันไป รวมทั้งพะยูน เต่าทะเล และปลาโลมาที่จะสูญพันธุ์
ชุมชนประมงและท่องเที่ยวล่มสลาย ครอบครัวแตกแยกระเห็ดเข้าหางานในเมืองใหญ่ และนี่คือกระบี่ที่ติดอันดับ 1 ใน 10 ชายหาดที่สวยที่สุดในโลก หากสวรรค์จะมีอยู่จริง มันก็คงเป็นโลกสีฟ้าใบนี้ และเราต้องทำลายสวรรค์อีกมากเท่าไหร่ ถึงรู้ว่าสวรรค์มีอยู่จริง
“ลมกับฝนก็คู่กันน้ำกับฟ้า ก็ซี้กันมันก็เป็นเพราะโลกนั้นมีแรงดึงดูดใจ”
ป.ล. สำหรับเพื่อนๆที่อยากช่วยปกป้องกระบี่ ลองแวะเข้าเว็บไซต์ protectkrabi.org นะครับ








