ในที่สุดมหกรรมฟุตบอลโลก 2014 ก็ปิดฉากลงพร้อมกับชัยชนะของทีมชาติเยอรมัน
ตลอดช่วงเวลาประมาณหนึ่งเดือนของการแข่งขันนี้มีปรากฏการณ์ต่างๆ ที่น่าสนใจเกิดขึ้นมากมาย ที่จะไม่กล่าวถึงไม่ได้เลยก็คือในการแข่งขันครั้งนี้มีทีม “ม้ามืด” แจ้งเกิดขึ้นมาหลายทีมด้วยกัน เช่น โคลัมเบีย หรือคอสตาริกาที่ผ่านเข้ารอบแปดทีมสุดท้าย ในขณะเดียวกันก็มีหลายทีมเต็งที่ไปไม่ถึงดวงดาวอย่างผิดความคาดหมายมาก อาทิเช่น สเปนและบราซิล ในฐานะที่ผมอยู่ในแวดวงการบริหารและพัฒนาบุคลากรนั้นจึงอดนำมาขบคิดไม่ได้ว่าผลการแข่งขันนั้นสะท้อนถึงมิติด้านบุคลากรอย่างไรได้บ้าง
ในอดีตที่ผ่านมากีฬาฟุตบอลนั้นถึงแม้จะเป็นกีฬาที่เล่นเป็นทีม แต่สิ่งหนึ่งที่สังเกตได้ก็คือเป็นกีฬาที่แต่ละทีมจะพยายามสร้างจุดแข็งด้วยการมีนักฟุตบอลที่เป็น “ดาวเด่น” (Talent) มาประดับทีม นักเตะดาวเด่นนี้จะเป็นแกนหลักที่สำคัญของทีมทั้งในและนอกสนาม ในสนามคือพวกเขาจะใช้ความแพรวพราวเฉพาะตัวในการเล่นเพื่อสร้างชัยชนะ ส่วนนอกสนามคือพวกเขาจะใช้ชื่อเสียงของตัวเองสร้างความน่าเชื่อถือจากบุคคลภายนอกให้กับทีม บางครั้งนักเตะที่เป็นดาวเด่นนี้แทบจะกลายเป็นแบรนด์ที่รู้จักไปทั่วโลกมากกว่าแบรนด์ของทีมทั้งทีมเสียอีก บางครั้งเมื่อประกาศรายชื่อผู้เล่นก่อนลงสนาม เพียงแค่ทีมที่มีรายชื่อของนักเตะดาวเด่นจำนวนมากก็ทำให้คู่ต่อสู้กำลังใจถดถอยก่อนการแข่งขันจะเริ่มก็มีไม่น้อย
แต่ในปัจจุบันด้วยรายการแข่งขันที่มีจำนวนมากขึ้น ธุรกิจการกีฬาที่ให้ผลตอบแทนที่ดีทำให้มีคนจำนวนมากหันมาเล่นกีฬาฟุตบอลเป็นอาชีพมากขึ้นเรื่อยๆ มีนักฟุตบอลที่เป็น “ดาวเด่น” และเป็นดาวดวงใหม่ๆ เกิดขึ้นมาตลอดเวลา แต่สิ่งที่เกิดขึ้นตามมาคือดาวเด่นที่ว่าอาจมีทักษะหรือสไตล์การเล่นที่ไม่เหมาะกับทีมของตัวเอง บางครั้งดาวเด่นมีความสามารถเฉพาะตัวที่สูงเกินกว่าที่สมาชิกคนอื่นในทีมจะตามได้ทัน ผลลัพธ์ที่ออกมาคือนอกจากดาวเด่นจะเหนื่อยหนักกว่าคนอื่นแล้วผลงานโดยรวมของทีมก็ออกมาไม่ดีด้วย บทพิสูจน์จากฟุตบอลโลกครั้งนี้คือหลายๆ ทีมที่ล้วนเต็มไปด้วยนักเตะระดับดาวเด่นแต่ก็ไปไม่ถึงเส้นชัย
มีนักวิเคราะห์หลายท่านให้ความเห็นตรงกันว่าปัจจัยที่ทำให้ทีมเยอรมันประสบความสำเร็จในการแข่งขันคือเรื่องของ “การทำงานเป็นทีมที่ดี” จุดที่น่าสังเกตคือ สมาชิกของทีมนั้นผ่านการสร้างและเล่นเป็นทีมด้วยกันมาตั้งแต่สมัยทีมระดับเยาวชนแล้ว หลังจากที่สมาชิกจำนวนมากในทีมเคยได้แชมป์ชุดยู-21 เมื่อปี 2009 มาด้วยกัน เยอรมันมีความมุ่งมั่นมาตลอดในการผลิตนักเตะเยาวชนคุณภาพดีเพื่อใช้งานในอนาคต จนกล่าวกันว่าทีมเยอรมันมีผู้เล่นที่ยอดเยี่ยมสองคนในทุกตำแหน่งเสมอ สมาชิกในทีมทุกคนเชื่อมั่นในสปิริตของกันและกัน ส่งผลให้ทีมชาติเยอรมันเป็นทีมที่มีมาตรฐานผลงานสูงสม่ำเสมอ อาทิเช่น การสามารถเข้ารอบรองชนะเลิศในฟุตบอลโลกถึงสี่สมัยซ้อน มีการทำประตูได้อย่างคงเส้นคงวา
สิ่งที่ผมอยากจะเปรียบเทียบฟุตบอลโลกกับการบริหารองค์กรก็คือหลายๆ องค์กรต้องการความสำเร็จแบบรวดเร็ว สร้างผลกำไรที่งดงามในสมัยที่ตัวเองดำรงตำแหน่งอยู่ สิ่งที่สามารถช่วยได้มากที่สุดก็คือ การซื้อตัวผู้บริหารระดับรองๆ ลงไปที่เป็นดาวเด่นมาทำงานให้ แม้อาจจะประสบความสำเร็จตามที่ตั้งใจไว้แต่ก็อาจไม่ยั่งยืนเพราะองค์กรในภาพรวมยังไม่มีอะไรเปลี่ยน องค์กรที่พึ่งพาดาวเด่นแต่เพียงอย่างเดียวเมื่อดาวเด่นคนนั้นหรี่แสงลงหรือย้ายจากไปองค์กรก็ยังย่ำอยู่กับที่และในที่สุดก็จะถดถอยลง ดังนั้น จึงอาจกล่าวได้ว่าการฝากความคาดหวังทั้งหมดขององค์กรไว้ที่ดาวเด่น ก็คือความเสี่ยงทางธุรกิจอย่างหนึ่งเหมือนกัน
ในความเห็นของผมนั้นการพัฒนาองค์กรเพื่อให้สมาชิกมีความสามารถทัดเทียมกัน ทำงานไปในทิศทางเดียวกัน และมีทีมเวิร์คที่แข็งแกร่งเป็นการพัฒนาที่ใช้เวลายาวนาน ใช้ทรัพยากรสูง เห็นผลได้ช้า แต่เมื่อพัฒนาถึงจุดหนึ่งผลที่ได้รับนั้นคุ้มค่ามากและเป็นความสำเร็จที่ยั่งยืนกว่า พนักงานเองก็รู้สึกว่าได้รับความสำคัญซึ่งส่งผลที่ดีต่อขวัญกำลังใจและความผูกพันที่มีต่อทีมงานและองค์กร และในอนาคตอาจมีดาวเด่นใหม่ๆ เกิดขึ้นได้อีกมากจากฐานของ Teamwork ที่แข็งแกร่ง องค์กรขนาดใหญ่ระดับประเทศหลายๆ แห่งที่มีประวัติการเติบโตมาอย่างยาวนานหากลองสืบค้นประวัติดูจะพบว่าล้วนแล้วแต่เป็นองค์กรที่ให้ความสำคัญกับการลงทุนพัฒนาบุคลากรในระยะยาวทั้งสิ้น ผมจึงมีความเชื่อเสมอว่าการพัฒนาทีมงานนั้นแม้จะต้องลงทุนลงแรงมาก แต่จะให้ผลลัพธ์ที่เหนือความคาดหมายของนักบริหารทุกคนแน่นอนครับ









