วันศุกร์ ที่ 16 ตุลาคม 2569

Login
Login

แผนสำรอง (Plan-B) ในการแก้ปัญหาการเปลี่ยนแปลงภูมิอากาศโลก (5)

แนวคิดการดัดแปลงหรือควบคุมสภาพอากาศหรือภูมิอากาศให้เป็นไปเหมือนอย่างที่มนุษย์อยากให้เป็นนั้นมีมาช้านานมากแล้ว

แนวคิดเดิมเกิดจากการสังเกตปรากฏการณ์ทางธรรมชาติต่างๆ เช่น การที่มีไฟไหม้ป่าแล้วสังเกตเห็นว่ามักมีฝนตกตามมาหรือเมื่อเกิดภูเขาไฟระเบิด มักมีฝนฟ้าคะนองตามมา แนวคิดดังกล่าวได้พัฒนาไปมาก บางแนวคิดได้พัฒนามาถึงขั้นการนำไปใช้อย่างจริงจัง ที่คนไทยคุ้นเคยก็เช่นการทำฝนเทียม ที่อาศัยหลักความรู้เรื่องการเกิดเมฆและฝนทำให้โอกาสที่เมฆนั้นจะกลายเป็นฝนมีมากขึ้น ซึ่งก็สามารถมาบรรเทาความเดือดร้อนของประชาชนได้

แต่ความสำเร็จของการทำฝนเทียมดังกล่าว ขึ้นอยู่กับปัจจัยแวดล้อมต่างๆ มากมายในรายงานขององค์การอุตุนิยมวิทยาโลกระบุว่า ศาสตร์และเทคโนโลยีเหล่านี้ ไม่ว่าการทำฝนเทียม การลดการเกิดลูกเห็บ การสลายหมอกหรือแม้แต่การสลายพายุ เป็นแนวคิดที่นำสู่การปฏิบัติในหลายประเทศทั่วโลก แต่ความเข้าใจของเราในทางทฤษฎีทางวิทยาศาสตร์ยังไม่ก้าวหน้าเท่าที่ควร ถ้าเราสามารถศึกษาวิจัยให้เข้าใจในกลไกและกระบวนการที่เกี่ยวข้องต่างๆ ให้รู้อย่างถ่องแท้ จะก่อให้เกิดประโยชน์มหาศาล รวมถึงความสามารถในการคาดการณ์พยากรณ์แนวโน้มการเกิดเหตุการณ์เหล่านี้ได้ในอนาคต

มีบางแนวคิดที่ก้าวล้ำไปกว่านั้น แต่ปัจจุบันคนส่วนใหญ่ไม่รู้ว่าพัฒนาไปถึงไหนแล้วหรือมีความจริงอยู่มากน้อยแค่ไหนอย่างเช่น โครงการ HAARP (High Frequency Active Auroral Research Program) ของกระทรวงกลาโหมสหรัฐ ที่ใช้คลื่นวิทยุความถี่สูงไปทำให้บรรยากาศชั้นบน (Ionosphere) เกิดการเปลี่ยนแปลง (ร้อนขึ้น) พูดกันว่าจุดประสงค์หลักคือ การพัฒนาเทคโนโลยีทางการสื่อสารหรือขัดขวางการสื่อสารการดัดแปลงหรือใช้ประโยชน์จากสนามแม่เหล็กโลก การตรวจตราและการสอดแนมเพื่อความมั่นคง เป็นต้น

ซึ่งมีนักวิทยาศาสตร์หลายคนออกมาแสดงความกังวลว่า โครงการดังกล่าวมีวัตถุประสงค์ซ่อนเร้น โดยมุ่งหวังให้เกิดผลต่อบรรยากาศระดับล่างให้เปลี่ยนแปลงไป และจะทำให้สามารถกำหนดการเปลี่ยนแปลงเหล่านี้ได้จากศูนย์ควบคุมบนพื้นดิน ถ้าสำเร็จ ก็จะสามารถทำให้สภาพอากาศเปลี่ยนไป ทั้งที่เป็นผลดีหรือผลเสียต่อพื้นที่ต่างๆ ทั่วโลกได้ นักวิทยาศาสตร์เหล่านี้บอกว่า บรรยากาศเป็นทรัพยากรร่วมของมนุษยชาติ การทำการทดลองดังกล่าว อาจมีผลอื่นๆ ที่คาดไม่ถึงตามมาอีกมากมาย อีกทั้งขอบเขตพื้นที่ที่ได้รับผลกระทบ ก็ไม่เป็นที่แน่นอน จึงเรียกร้องให้ผู้ที่ดำเนินการออกมาเปิดเผยข้อเท็จจริง

เกี่ยวกับการดัดแปลงสภาพอากาศนี้ ในรายงานขององค์การอุตุนิยมวิทยาโลก (WMO) เมื่อไม่นานมานี้ (ปี 2010) เขียนเอาไว้ว่า การดัดแปลงบรรยากาศให้เปลี่ยนเป็นแบบใดแบบหนึ่งตามความต้องการนั้น ต้องใช้พลังงานจำนวนมหาศาล ซึ่งทำได้ยากหรือแทบจะเป็นไปไม่ได้ในโลกความจริง การที่มีคนออกมาบอกว่าสามารถสร้างระบบเมฆฝน สามารถเปลี่ยนแปลงทิศทางและความเร็วลมเพื่อนำเอาไอน้ำในบรรยากาศเข้ามาในพื้นที่ใดที่หนึ่ง หรือการทำลายหรือสลายสภาพอากาศรุนแรงต่างๆ ให้หายไป จึงไม่มีพื้นฐานทางวิทยาศาสตร์รองรับ

อย่างไรก็ตาม ยังมีนักวิทยาศาสตร์หลายกลุ่มออกมาแย้งและมีการจัดประชุมเพื่อติดความก้าวหน้าและสื่อสารกับสังคมโลก และหลายๆ ครั้งที่ผ่านมา หนึ่งในข้อสรุปที่น่าสนใจคือ การดัดแปลงภูมิอากาศด้วยวิธีต่างๆ ที่ผมยกตัวอย่างมานั้นมีความเป็นไปได้ทั้งในทางทฤษฎีและทางปฏิบัติ จึงเรียกร้องให้สังคมโลกออกมาให้ความสำคัญกับเรื่องเหล่านี้ เพื่อให้สามารถควบคุมการพัฒนาและการทดลอง ไม่ให้เกิดผลกระทบในทางลบต่อมนุษยชาติในอนาคต (คล้ายๆ กับกรณีของการใช้เทคโนโลยีทางนิวเคลียร์ซึ่งมีประโยชน์มหาศาลแต่ก็มีโทษมหันต์ถ้าใช้อย่างไม่สร้างสรรค์)

เนื่องจากหลายๆ เรื่องที่เกี่ยวกับการดัดแปลงภูมิอากาศเกี่ยวข้องกับเรื่องความมั่นคง จึงขาดความชัดเจน เชื่อได้บ้างไม่ได้บ้าง แต่ที่ผมเอาเรื่องอย่างนี้มาเขียน ไม่ได้สนับสนุนให้ผู้อ่านเชื่อตามทั้งหมดนะครับ แต่ประเด็นของผมคือ การเปลี่ยนแปลงภูมิอากาศที่กำลังเกิดขึ้นในปัจจุบัน ทำให้เรื่องเหล่านี้ถูกนำมาปัดฝุ่น ผนวกกับแนวคิดนอกกรอบอื่นๆ เพื่อแก้ปัญหาการเปลี่ยนแปลงภูมิอากาศแบบต่างๆ แนวคิดเหล่านี้กำลังได้รับการพัฒนาปรับปรุงโดยนักวิทยาศาสตร์ทั้งในที่ลับและที่แจ้ง เป็นไปได้ว่าบางเรื่องอาจสามารถพัฒนาไปจนถึงการนำเอามาใช้งานได้จริงอย่างมีประสิทธิภาพในอนาคตอันใกล้ ผมจึงอยากเอามาแชร์กับผู้อ่าน จะได้ช่วยกันติดตามสอดส่อง เป็นการเตรียมตัวไว้ก่อน สำหรับอนาคตภายใต้ความไม่แน่นอนของการแก้ปัญหาการเปลี่ยนแปลงภูมิอากาศโลก